รีวิวโบรกเกอร์ RoboForex ดีไหม 2026
RoboForex ได้คะแนน 62/100 จากการทดสอบจริงของเราสำหรับปี 2026 ในฐานะโบรกเกอร์สำหรับผู้ที่เริ่มด้วยทุนน้อย ไม่ใช่ผู้ที่ให้ความสำคัญกับใบอนุญาต คุณเปิดบัญชี RoboForex กับ RoboForex Ltd ในเบลีซ ภายใต้ FSC เบลีซ ด้วยหมายเลขใบอนุญาต 9759600 ที่ตรงกับทะเบียนของ FSC คุณเริ่มได้ด้วยเงินฝากขั้นต่ำ $10 แล้วจึงเลือกแพลตฟอร์มและระดับเลเวอเรจให้พอดีกับทุน
เขียนโดย Justin Grossbard
หัวหน้าฝ่ายเนื้อหาและการวิจัยโบรกเกอร์ Kate W Panat
หัวหน้าฝ่ายเนื้อหาและการวิจัยโบรกเกอร์ Kate W Panat
อัปเดต:
- ทีมงานเปิดบัญชี RoboForex จริงหลายประเภทเพื่อเปรียบเทียบเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
- เราบันทึกสเปรดของ RoboForex ในบัญชี ECN และ Pro จากการเทรดจริง
- เราตรวจสอบโปรแกรมโบนัสและข้อเสนอพิเศษของ RoboForex ว่ามีเงื่อนไขที่เป็นธรรมหรือไม่
- ข้อมูลค่าใช้จ่ายนำไปเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์ชั้นนำหลายสิบรายที่เราได้ทำการวิเคราะห์
รีวิวโบรกเกอร์ของเราได้รับการสนับสนุนจากผู้อ่าน และเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อคุณคลิกไปยังเว็บไซต์พันธมิตร อ่านนโยบายการเผยแพร่โฆษณา
ข้อมูลทั่วไป Roboforex

| นิติบุคคลที่คนไทยเปิดบัญชีด้วย | RoboForex Ltd เบลีซ ยืนยันเลขใบอนุญาตจากทะเบียน |
| ⚖️ หน่วยงานกำกับดูแลระดับสากล (ไม่รวมไทย) | FSC-BZ |
| 💰ค่าธรรมเนียมการเทรด | เริ่มต้นที่ 0 pips + ค่าคอมมิชชั่น |
| 📊 แพลตฟอร์ม | MT4, MT5, R Stocks Trader และ R mobile Trader |
| 💰 เงินฝากขั้นต่ำ | บัญชีทั่วไป $10, R Stocks Trader ขั้นต่ำ $100 |
| 💰 ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอน | มี |
| 🛍️ ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน | ฟอเร็กซ์ (28 คู่), โลหะ (ทอง/เงิน), ดัชนี (5), หุ้น CFD (50+), พลังงาน (Brent/WTI), ETF, คริปโต |
| 💳 Credit Card Deposit | มี |
ทำไมถึงเลือก RoboForex
RoboForex ดีไหม หากต้องเทรดในไทย โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าโบรกเกอร์นี้มีข้อดีไม่น้อย มีจุดเด่นในเรื่องของต้นทุนการเทรดที่ต่ำ, เลเวอเรจสูง และการรองรับแพลตฟอร์มที่หลากหลาย โดยสเปรดเริ่มต้นที่ 1.3 pips สำหรับคู่เงิน EUR/USD และสามารถเทรดได้ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ 5, R WebTrader รวมถึงแพลตฟอร์มเฉพาะของโบรกเกอร์เองอย่าง R StockTrader
RoboForex นำเสนอเลเวอเรจสูงมากถึง 1:2000 จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจหากคุณเป็นที่มีประสบการณ์ หรือมีสไตล์การเทรดแบบเชิงรุก นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ระบบฝากถอนที่ยืดหยุ่น และเครื่องมือ copy trading ที่ล้ำสมัย
อย่างไรก็ตาม ผมพบว่าแม้เงื่อนไขการเทรดของ RoboForex จะค่อนข้างน่าสนใจ แต่แหล่งข้อมูลด้านการศึกษา/เรียนรู้ยังมีค่อนข้างน้อย อีกทั้งการตอบสนองของฝ่ายบริการลูกค้าก็อาจล่าช้า และโบรกเกอร์ได้รับการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินของเบลีซ (FSC) เท่านั้น ยังไม่ได้รับการกำกับดูแลในตลาดหลักอย่างออสเตรเลีย, ยุโรป และสหราชอาณาจักร
เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย
- ฝากเงินขั้นต่ำต่ำเพียง $10
- มีโบนัสเงินฝากสำหรับสมาชิก
- ดำเนินคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว
- บัญชีเทรดมี Leverage สูง
- ได้รับการกำกับดูแลจาก FSC เพียงแห่งเดียว
- เนื้อหาด้านการศึกษามีจำกัด
- ฝ่ายสนับสนุนตอบกลับล่าช้า
คะแนนโดยรวมอ้างอิงจากการรีวิวโดยผู้เชี่ยวชาญของเรา
ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย
ค่าธรรมเนียมการเทรดถือ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกโบรกเกอร์สำหรับผมและนักเทรดเช่นคุณอย่างไม่ต้องสงสัย และในความเห็นของผม การซื้อขายด้วย RoboForex นั้นก็มีความคุ้มค่าในทุกประเภทบัญชีที่พวกเขานำเสนอ

RoboForex มีบัญชีให้เลือกทั้งหมด 5 ประเภท โดยแต่ละประเภทมีค่าธรรมเนียมและสเปรดที่แตกต่างกัน ดังนี้:
- บัญชี Raw (ECN / Prime):ที่มีสนอค่าสเปรดที่แคบมาก (เริ่มจาก 0.0 pips) แต่จะคิดค่าคอมมิชชันในการเทรด เช่น $1.5–$20 ต่อ 1 ล็อต
- บัญชี Standard (Pro / ProCent): มีค่าสเปรดที่กว้างกว่า (เริ่มจาก 1.3 pips) แต่ไม่มีการเก็บค่าคอมมิชชันในการซื้อขาย
- บัญชี R StocksTrader: ใช้สเปรดแบบคงที่ (เริ่มจาก $0.02) เหมาะสำหรับการซื้อขายหุ้นและ ETF โดยไม่คิดค่าคอมมิชชันเพิ่มเติม
สเปรดของบัญชี Raw (ECN)
หากคุณคุ้นชินกับการใช้กลยุทธ์ระยะสั้นหรือการเทรดความถี่สูง (High-Frequency Trading) คุณย่อมรู้ดีว่าว่า สเปรดถือเป็นต้นทุนหลักที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และในมุมมองของผม บัญชี ECN ก็ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว
บัญชี ECN มีสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips สำหรับคู่เงินหลัก เช่น EUR/USD ในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูง แต่โดยทั่วไปแล้วสเปรดเฉลี่ยจะอยู่ที่ 0.16 pips หรือ 0.57 pips หากรวมค่าคอมมิชชันเข้าไปด้วย ซึ่งค่าคอมมิชชันจะขึ้นอยู่กับปริมาณการเทรด (เช่น $1.5–$20 ต่อล็อต)
จากการสังเกตุ ผมพบว่าสเปรดจะแคบที่สุดในช่วงตลาดลอนดอนและโตเกียว ซึ่งเป็นช่วงที่มีการซื้อขายอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่มีความผันผวนในตลาด ผมก็พบว่าสเปรดเฉลี่ยอาจขยับสูงขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังคงอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ก็ตาม
ด้านล่างนี้คือภาพรวมของ สเปรดเฉลี่ยและค่าคอมมิชชัน สำหรับคู่เงินยอดนิยม 3 คู่ ในบัญชี ECN และ Prime ของ RoboForex (เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY):
| คู่สกุลเงิน | สเปรดขั้นต่ำ (pips) | สเปรดเฉลี่ย (pips) | คอมมิชชัน (ต่อล็อต) ในแต่ละข้าง บนบัญชี Prime | คอมมิชชัน (ต่อล็อต) ในแต่ละข้าง บนบัญชี ECN |
|---|---|---|---|---|
| EUR/USD | 0.0 | 0.1 | $1 | $2 |
| GBP/USD | 0.0 | 0.4 | $1 | $2 |
| USD/JPY | 0.0 | 0.2 | $1 | $2 |
สเปรดเฉลี่ยของคู่เงินหลัก เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง RoboForex กับโบรกเกอร์อื่น
ตารางด้านล่างแสดงสเปรดเฉลี่ยที่โบรกเกอร์ต่างๆ ได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของตน หากคุณต้องการเทรดด้วยสเปรดต่ำที่สุดเป็นหลัก โบรกเกอร์อย่าง Pepperstone และ IC Markets อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคู่เงินที่คุณเทรดด้วย
อย่างไรก็ตาม สเปรดเหล่านี้ยังไม่รวมค่าคอมมิชชัน ดังนั้น เมื่อพิจารณาว่า RoboForex มีค่าคอมมิชชันต่ำกว่าโบรกเกอร์อีกหลายราย คุณอาจพบว่าโดยรวมแล้ว RoboForex กลับความคุ้มค่ามากกว่า
RAW Account Spread Comparison | |||||
|---|---|---|---|---|---|
![]() | 0.10 | 0.30 | 1.60 | 0.40 | 0.20 |
![]() | 0.10 | 0.10 | 0.90 | 0.20 | 1.20 |
![]() | 0.10 | 0.20 | 1.00 | 0.60 | 0.70 |
![]() | 0.01 | 0.02 | 0.50 | 0.27 | 0.30 |
![]() | 0.00 | 0.20 | 0.10 | 0.10 | 0.20 |
![]() | 0.17 | 0.33 | 0.55 | 0.48 | 0.54 |
![]() | 0.16 | 0.29 | 1.50 | 0.54 | 0.68 |
| 0.50 | 0.60 | 1.10 | 0.80 | 1.30 |
ค่าสเปรดเฉลี่ยจากเว็บไซต์โบรกเกอร์ อัปเดต 1 สิงหาคม 2026
ค่าคอมมิชชันของบัญชี Raw
บัญชี ECN และ Prime ของ RoboForex ใช้ระบบ “สเปรดดิบ + ค่าคอมมิชชัน” โดยมีสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips และค่าคอมมิชชันแบบคงที่ ซึ่งค่าคอมมิชชันจะอยู่ที่ $2 ต่อ 1 ล็อตมาตรฐานต่อ 1 รอบ (ไปกลับ) สำหรับบัญชี Prime และ $4 ต่อรอบ สำหรับบัญชี ECN ไม่ว่าคุณจะเทรดคู่สกุลเงินใด เช่น EUR/USD, GBP/USD หรือ USD/JPY
ค่าธรรมเนียมของบัญชี Standard
สำหรับบัญชี Pro และ ProCent (Standard) จะไม่มีการเก็บค่าคอมมิชชันในการดำเนินคำสั่งใดๆ ต้นทุนการเทรดทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ในสเปรดแบบลอยตัว ซึ่งมักจะเริ่มต้นที่ 1.3 pips สำหรับคู่เงินหลัก เช่น EUR/USD (ในสภาวะตลาดปกติ) แต่สเปรดอาจผันผวนตามระดับสภาพคล่องและความเคลื่อนไหวของตลาดได้เช่นกัน
เนื่องจากไม่มีค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก ต้นทุนจึงเป็นเพียงสเปรดที่แสดงในแพลตฟอร์มเท่านั้น ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าการรวมค่าธรรมเนียมไว้ในสเปรดช่วยให้วางแผนงบประมาณง่ายขึ้น (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก วิธีคำนวณค่า Pip Value) โดยเฉพาะกับกลยุทธ์ที่ไม่ได้เน้นความแม่นยำระดับจุดย่อย
สเปรดเฉลี่ยของคู่เงินหลัก เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง RoboForex กับโบรกเกอร์อื่น
เมื่อเทียบกับบัญชี ECN แล้ว บัญชี Standard ของ RoboForex อาจทำผลงานได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์รายอื่น โดยสเปรดเฉลี่ยของ EUR/USD อยู่ที่ 1.40 pips แม้ RoboForex ใช้โมเดล Market Maker ในการดำเนินการซื้อขายก็ตาม ทำให้ RoboForex กลายเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ให้ผลลัพธ์ต่ำที่สุดในการทดสอบของเรา
Standard Account Spreads | |||||
|---|---|---|---|---|---|
![]() | 1.30 | 1.70 | 1.20 | 1.50 | 1.90 |
![]() | 1.10 | 1.10 | 1.20 | 1.20 | 1.30 |
![]() | 0.10 | 1.00 | 1.27 | 0.12 | 0.11 |
![]() | 1.40 | 1.40 | 0.36 | 1.60 | 1.50 |
![]() | 1.00 | 1.20 | 1.00 | 1.00 | 1.10 |
![]() | 0.94 | 1.50 | 1.47 | 1.73 | 1.75 |
![]() | 1.27 | 1.43 | 1.58 | 1.66 | 1.43 |
![]() | 1.10 | 1.40 | 1.30 | 1.30 | 1.30 |
![]() | 1.10 | 1.20 | 1.50 | 1.40 | 1.40 |
![]() | 1.00 | 1.00 | 1.50 | 2.00 | 1.00 |
![]() | 0.80 | 0.90 | 1.30 | 1.00 | 1.00 |
ค่าสเปรดเฉลี่ยจากเว็บไซต์โบรกเกอร์ อัปเดต 1 สิงหาคม 2026
บัญชี Prime
ผมชื่นชอบบัญชี Prime จากข้อเสนอสเปรดเป็นศูนย์สำหรับคู่ EUR/USD พร้อมกับค่าคอมมิชชันที่ต่ำลงกว่าบัญชี ECN สูงสุดถึง 10% และอยากแนะนำให้คุณพิจารณาบัญชีประเภทนี้ หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ต้องการต้นทุนต่ำเช่นกัน
บัญชี Swap-Free
หากคุณนับถือศาสนาอิสลาม การเลือกใช้บัญชี Swap-Free คือทางออกที่ดี เพราะบัญชีประเภทนี้จะไม่มีการคิดดอกเบี้ยข้ามคืน (Swap) แต่จะแทนที่ด้วยค่าคอมมิชชันคงที่ โดยคิดตามประเภทของเครื่องมือที่คุณเทรดและจำนวนล็อตที่เปิดไว้ ไม่ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยของตลาดระหว่างธนาคาร
Swap-Free เป็นฟีเจอร์ที่ผูกกับแพลตฟอร์ม ไม่ได้ผูกกับประเภทบัญชี โดยใช้ได้บน MetaTrader 4, MetaTrader 5 และ R StocksTrader เครื่องมือที่ครอบคลุมประกอบด้วยคู่สกุลเงินและโลหะเท่านั้น (ไม่รวม crypto, ดัชนี, น้ำมัน, หุ้น) และพร้อมใช้งานเฉพาะบัญชีใหม่เท่านั้น (บัญชีเดิมไม่สามารถแปลงเป็น Swap-Free ได้) โดยติ๊ก “Full Swap-free account” ตอนเปิดบัญชีใน Members Area
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
RoboForex มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่โปร่งใสและไม่ซับซ้อน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมไม่ใช้งาน (Inactivity หรือ Dormancy Fee) ไม่ว่าบัญชีของคุณจะถูกเปิดทิ้งไว้นานแค่ไหนก็ตาม และไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนในรูปแบบ “ค่าดูแลบัญชี” เหมือนโบรกเกอร์บางราย
อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินซึ่งเหมือนกับโบรกเกอร์อื่นทั่วไป หากสกุลเงินหลักของบัญชีคุณต่างจากสกุลที่คุณฝากหรือถอน โดยอัตรานี้จะขึ้นอยู่กับธนาคารหรือระบบการชำระเงินที่คุณใช้
สรุป: ค่าธรรมเนียมการเทรดของ RoboForex
ในมุมมองของผม RoboForex เสนอค่าธรรมเนียมการเทรดที่ แข่งขันได้มาก โดยเฉพาะในบัญชี Raw ซึ่งให้สเปรดที่แคบเป็นพิเศษ แม้คุณจะต้องนำค่าคอมมิชชันมาคิดร่วมด้วย แต่ต้นทุนรวมยังถือว่าน่าสนใจ
หากคุณชอบการเทรดแบบ ไม่มีค่าคอมมิชชัน บัญชี Standard ก็อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แม้ว่าสเปรดจะกว้างกว่าก็ตาม
โดยรวมแล้ว ผมให้คะแนน RoboForex 8.5 เต็ม 10 สำหรับหมวด “ต้นทุนการเทรด”
แพลตฟอร์มการซื้อขาย
RoboForex เปิดโอกาสให้คุณเลือกใช้แพลตฟอร์มการเทรดได้อย่างหลากหลาย ซึ่งรวมถึง Trading app ที่ใช้งานง่าย

นอกจากนี้ ทีมงานของผมที่ BrokersThai ยังได้พัฒนาเครื่องมือช่วยเลือกแพลตฟอร์มเทรด เพื่อให้คุณค้นหาซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับสไตล์และความต้องการการเทรดของคุณได้ง่ายขึ้น แนะนำให้คุณลองทำแบบสอบถามสั้น ๆ 5 ขั้นตอน ที่จะช่วยชี้แนะแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ที่เหมาะกับคุณมากที่สุด
MetaTrader 4
แพลตฟอร์ม MT4 พัฒนาโดยบริษัท MetaQuotes ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเทรดที่เก่าแก่ที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดสำหรับนักเทรดรายย่อยทั่วโลก และส่วนใหญ่แล้ว ผมก็มักจะเลือกใช้ MT4 ในการเทรดของผม เพราะอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ทำให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ซับซ้อนเกินไป
และยังรองรับการใช้งานข้ามอุปกรณ์อย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเทรดผ่าน Android, iOS, Windows, macOS หรือผ่านเบราว์เซอร์ด้วย MT4 WebTrader ก็ตาม

เหตุผลที่ผมชอบใช้ MT4:
- อินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นมิตรต่อมือใหม่หัดเทรด
- มีชุมชนผู้ใช้งานขนาดใหญ่ จึงสามารถหาอินดิเคเตอร์แบบกำหนดเอง, Expert Advisor (EA) และคำแนะนำได้ง่าย
- ความสามารถด้านกราฟและการวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ 31 แบบ, อินดิเคเตอร์ในตัว 30 ตัว และรองรับ 9 ช่วงเวลา (Timeframe)
- มีคำสั่งซื้อขายรอดำเนินการ 4 แบบ (Buy Stop, Buy Limit, Sell Limit และ Sell Stop) รวมถึง โหมดการดำเนินคำสั่ง 3 แบบ
- รองรับภาษา MQL4 เต็มรูปแบบ ช่วยให้คุณเขียน EA และอินดิเคเตอร์แบบกำหนดเองได้อย่างเต็มที่
ข้อเสียที่อาจพบ:
- เน้นการใช้งานกับตลาดฟอเร็กซ์และดัชนีเป็นหลัก ทำให้การเข้าถึง CFD หุ้นยังเป็นไปอย่างจำกัด
- รูปลักษณ์และฟีเจอร์บางอย่างอาจดูล้าสมัย เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มใหม่กว่าอย่าง MT5
- MetaQuotes ได้หยุดพัฒนา MT4 อย่างเป็นทางการแล้ว จึงมีแนวโน้มจะถูก MT5 เข้ามาแทนที่อย่างสมบูรณ์ในอนาคต
ดังนั้น ความเรียบง่ายและความสามารถในการปรับแต่งของ MT4 ยังคงทำให้แพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดในการใช้งานในอนาคต คุณควรพิจารณาทางเลือกใหม่ ๆ อย่าง MT5 ด้วยเช่นกัน
MetaTrader 5
MT5 ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานของ MT4 ทำให้ MT5 ขยายความสามารถออกไปได้ไกลกว่า (ดูคู่มือเปรียบเทียบ MT4/MT5 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม) ไม่ว่าจะเป็นจำนวนกราฟที่มากขึ้น, เครื่องมือวิเคราะห์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น, การประมวลผลที่รวดเร็วกว่า และรองรับสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคุณอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่บ้างสำหรับฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา
ในขณะที่ MT4 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับตลาดฟอเร็กซ์แบบกระจายศูนย์เป็นหลัก แต่ MT5 คือแพลตฟอร์มแบบมัลติแอสเซท (Multi-Asset) อย่างแท้จริง ทำให้คุณซื้อขายสินทรัพย์ เช่น CFDs หุ้น ได้มากขึ้น

การปรับปรุงสำคัญของ MT5 ที่ทำให้เหนือกว่า MT4 ได้แก่
- กราฟและการวิเคราะห์ขั้นสูง โดยมีเครื่องมือวิเคราะห์ถึง 44 แบบ อินดิเคเตอร์ในตัว 38 ตัว และ Timeframes 21 แบบ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์สาย Scalper ที่ต้องการข้อมูลแบบละเอียด
- คำสั่งซื้อขายแบบใหม่ ที่มีการเพิ่มคำสั่ง Pending Order อีก 2 ประเภท คือ Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการเข้าตลาด
- ข้อมูลปริมาณจริง (True Volume) จากการเข้าถึงข้อมูลปริมาณแบบ Tick จริง แตกต่างจาก MT4 ที่แสดงเพียงจำนวน Tick Count
- การเขียนโปรแกรมที่ล้ำกว่า รองรับภาษา MQL5 ที่ทรงพลังกว่า MQL4 ช่วยให้การพัฒนา EA และอินดิเคเตอร์เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
- การทดสอบกลยุทธ์ (Backtest) แบบ 64‑bit: เร็วกว่าและรองรับการทดสอบหลายคู่สกุลเงินพร้อมกัน ในขณะที่ MT4 ใช้ระบบ 32‑bit ซึ่งจำกัดให้ทดสอบได้เพียงคู่เดียวในเวลาเดียวกัน
คุณอาจไม่เหมาะกับ MT5 ถ้าหาก
- คุณพึ่งเริ่มต้นเทรด เพราะคุณอาจสับสนกับฟีเจอร์เสริมที่เพิ่มข้ามา เช่น คำสั่ง Stop‑Limit, Fill‑or‑Kill, ระบบ Netting vs. Hedging และ Depth of Market ที่ซับซ้อน
- หากคุณทำงานกับการเขียนโปรแกรมและอัตโนมัติอยู่แล้ว ต้องทราบว่า MQL5 ไม่สามารถใช้ร่วมกับโค้ดจาก MQL4 ได้ ซึ่งหมายถึงคุณต้องเขียนโค้ดขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
สุดท้ายแล้ว MT5 อาจจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ฐานผู้ใช้และนักพัฒนายังคงน้อยกว่า MT4 อยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น หากคุณให้ความสำคัญกับอินดิเคเตอร์แบบกำหนดเองและการสนับสนุนจากชุมชนผู้ใช้ MT4 ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง ด้วยฐานผู้ใช้ที่มีมายาวนานหลายสิบปีและมี EA และอินดิเคเตอร์ฟรีให้เลือกใช้มากมาย
R Stocks Trader
นอกเหนือจาก MT4 และ MT5 แล้ว RoboForex ยังมีแพลตฟอร์มเฉพาะของตนเองอีก 2 ตัว โดยหนึ่งในนั้นคือ R StocksTrader
ถ้าจะให้ผมอธิบายง่ายๆ แพลตฟอร์มนี้ทำงานในรูปแบบคลาวด์มัลติแอสเซท ที่ให้คุณเข้าถึงสินทรัพย์มากกว่า 12,000 รายการ พร้อมเครื่องมือสร้างกลยุทธ์การเทรดแบบ no-code, เทมเพลตกลยุทธ์สำเร็จรูป และระบบแบ็กเทสต์ฟรี โดยข้อมูลและกลยุทธ์ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บออนไลน์อย่างปลอดภัย
ฟีเจอร์ที่ผมชอบใน R StocksTrader มีดังนี้:
- เครื่องมือสร้างกลยุทธ์อัตโนมัติ (Automated Strategy Builder) ที่สร้างและใช้งานหุ่นยนต์เทรดได้โดยไม่ต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรม ด้วยระบบลาก‑วาง (drag‑and‑drop) ที่ใช้งานง่าย หรือเลือกจากเทมเพลตสำเร็จรูป
- ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้โดยตรง คุณไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ เพียงเปิดเบราว์เซอร์ก็สามารถเข้าถึงเครื่องมือทั้งหมดได้ทันที
- กลยุทธ์สำเร็จรูปและระบบทดสอบรวดเร็ว (Template Strategies & Quick Testing) เพียงเลือกกลยุทธ์จากเทมเพลตที่มี จากนั้นปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์การเทรดของคุณ แล้วทดสอบย้อนหลังกับข้อมูลจริงได้ฟรีก่อนเริ่มใช้งานจริง
- การซื้อขายด้วยคลิกเดียวและคำสั่งรวดเร็ว ผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ RoboForex ที่มีความหน่วงต่ำกว่าการใช้หุ่นยนต์ที่รันบนคอมพิวเตอร์ส่วนตัว
ดังนั้น ผมขอแนะนำ R StocksTrader หากคุณสนใจการเทรดหุ้น แต่ถ้าคุณเน้นการเทรดฟอเร็กซ์เป็นหลัก ผมแนะนำให้เลือกใช้ MT4 หรือ MT5 ตามความต้องการเฉพาะด้านของคุณจะเหมาะสมกว่า
R MobileTrader
R MobileTrader คือแพลตฟอร์มการเทรดบนมือถือที่ครบเครื่องในแอปเดียว ออกแบบมาให้เหมาะกับทั้งระบบ Android และ iOS โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการจัดการพอร์ตขณะเดินทาง

ในปี 2023 แอปนี้ได้รับรางวัล “Best Mobile Trading App” จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม แต่จุดเด่นที่สุดของแอป R MobileTrader คือ รองรับบัญชี MetaTrader 4 (MT4) ทำให้คุณล็อกอินและเริ่มเทรดได้ทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่หรือเปิดบัญชีเพิ่มเติม
นี่คือฟีเจอร์บนแอปมือถือที่ผมชอบมากที่สุด:
- เริ่มต้นง่าย (Easy Start) ด้วยเงินฝากขั้นต่ำเพียง $100 โดยสามารถเลือกเทรดได้ทั้งฟอเร็กซ์, สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี หุ้น และโลหะมีค่า
- ระบบคัดลอกการเทรด (Copy Trading) ที่ใช้ได้เฉพาะเมื่อคุณเปิดบัญชีแบบ Hedging และเข้าใช้งานผ่านแอปมือถือ เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตามกลยุทธ์จากนักเทรดมืออาชีพ
- กราฟและราคาจริงแบบเรียลไทม์ (Real-Time Charts & Quotes) รองรับการส่งคำสั่งซื้อขายและปรับแต่งออร์เดอร์ได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว ทำให้คุณเข้าเทรดในได้ในช่วงที่สำคัญของตลาด
- ข่าวและวิเคราะห์ในตัว (Integrated News & Analysis) ช่วยในการติดตามข่าวสารการเงิน, ปฏิทินเศรษฐกิจ และเหตุการณ์สำคัญได้แบบเรียลไทม์ พร้อมการแจ้งเตือนแบบ Push Notification ในแอพเดียว

แม้ว่าแอปจะสะดวกและใช้งานง่าย แต่ฟีเจอร์บางอย่าง เช่น การวิเคราะห์เชิงลึกหรือการปรับแต่งกลยุทธ์ อาจยังไม่ครอบคลุมเท่ากับเวอร์ชันเดสก์ท็อปที่มีเครื่องมือครบครันมากกว่า ผมจึงขอแนะนำว่า ควรใช้แอปมือถือเพื่อการติดตามสถานะการเทรดหรือเปิด/ปิดออร์เดอร์ เมื่อคุณไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์หลักของคุณได้เท่านั้น
สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับแพลตฟอร์มเทรดบน RoboForex
โดยรวมแล้ว ผมให้คะแนนเครื่องมือการเทรดของ RoboForex อยู่ที่ 6 เต็ม 10 เพราะยังมีข้อจำกัดที่เห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์รายอื่นที่มีฟีเจอร์ล้ำหน้ากว่า
โบรกเกอร์รองรับทั้ง MetaTrader 4 และ 5 ที่เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม และนำเสนอแพลตฟอร์มเฉพาะอย่าง R StocksTrader กับ R MobileTrader ซึ่งช่วยเพิ่มความแตกต่างให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
ความน่าเชื่อของ RoboForex
จากข้อมูลระบุว่า RoboForex ดำเนินธุรกิจโดยได้รับใบอนุญาตจาก คณะกรรมการบริการทางการเงินของเบลีซ (FSC) ซึ่งเป็นเขตนอกชายฝั่ง พบได้บ่อยในหมู่โบรกเกอร์ที่ต้องการเสนอเลเวอเรจสูง อย่างไรก็ตาม RoboForex ไม่ได้รับการกำกับดูแลที่เข้มงวดจากหน่วยงานชั้นนำอย่าง ASIC (ออสเตรเลีย) หรือ FCA (สหราชอาณาจักร) เหมือนเช่นโบรกเกอร์อื่นๆ ที่อยู่ในคู่มือซื้อขาย forex ของเรา

คะแนน regulation วัดจากใบอนุญาตของกลุ่มโบรกเกอร์ทั่วโลก เช่น FCA, ASIC และ CySEC ไม่ใช่บริษัทที่คุณเปิดบัญชีด้วย ซึ่งระบุไว้ในส่วน regulation ด้านล่าง
การกำกับดูแล
บัญชีของคุณกับ RoboForex เปิดผ่าน RoboForex Ltd ในเบลีซ ซึ่งกำกับโดย FSC เบลีซ ใบอนุญาต BaFin และ FSA เซเชลส์ของบริษัทอื่นในกลุ่มไม่ครอบคลุมคุณ ทะเบียน FSC เบลีซระบุชื่อบริษัทนี้และหมายเลขใบอนุญาต 9759600 ตรงกับที่โบรกเกอร์แจ้ง

ประเทศไทยไม่ออกใบอนุญาต Forex ให้กับโบรกเกอร์รายใด โบรกเกอร์ทุกตัวที่รีวิวในเว็บนี้จึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในต่างประเทศ หรือไม่มีการกำกับดูแลเลย และการที่ชื่อไม่อยู่ในรายชื่อเตือนของ ก.ล.ต. ไทย ไม่ได้หมายความว่าโบรกเกอร์นั้นได้รับการอนุมัติ
RoboForex อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยหน่วยงานกำกับดูแลระดับ Tier-3 หนึ่งแห่ง
| ความปลอดภัย RoboForex | หน่วยงาน |
|---|---|
| Tier 1 | X |
| Tier 2 | X |
| Tier 3 | FSC (เบลีซ) - Financial Services Commission |
ด้วยใบอนุญาต FSC ทำให้ RoboForex เสนอเลเวอเรจได้สูงสุดถึง 1:2000 (เปรียบเทียบกับ 1:30 ภายใต้กฎของสหภาพยุโรป) ซึ่งดึงดูดนักเทรดที่ต้องการความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม FSC ของเบลีซให้การคุ้มครองเงินทุนของลูกค้าในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหน่วยงานกำกับดูแล Tier-1
ด้วยใบอนุญาต FSC ปัจจุบัน เงินทุนของลูกค้าจะถูกเก็บไว้ในธนาคารระดับชั้นนำ (เช่น Barclays) แต่ FSC ไม่ได้บังคับให้มีการแยกบัญชีเงินลูกค้า (compulsory segregation) อย่างเคร่งครัด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านคู่สัญญาในกรณีที่บริษัทล้มละลาย

ชื่อเสียง
RoboForex ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 และยังไม่พบว่าโบรกเกอร์นี้ทำผิดกฎใดมาตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม คุณต้องไม่ลืมว่าโบรกเกอร์ที่จดทะเบียนนอกชายฝั่งมักได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลน้อยกว่าปกติ
หากพิจารณาชื่อเสียงของโบรกเกอร์ผ่านการค้นหาบน Google จะพบว่า RoboForex มีปริมาณการค้นหาผ่าน Google ประมาณ 135,000 ครั้งต่อเดือน อยู่ในอันดับที่ 19 ของโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก จากการวิเคราะห์โบรกเกอร์ทั้งหมด 65 ราย
ในขณะเดียวกันข้อมูลจาก Similarweb (กุมภาพันธ์ 2026) ก็แสดงตัวเลขความนิยมที่สอดคล้องกัน โดยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของ RoboForex ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของโบรกเกอร์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดทั่วโลก ด้วยจำนวนการเข้าชมกว่า 2.29 ล้านครั้งต่อเดือนเลยทีเดียว RoboForex อยู่ในอันดับ 15 จาก 42 โบรกเกอร์ในด้านความสนใจจากการค้นหาในเดือนกรกฎาคม 2026 ด้วยจำนวนการค้นหาแบบมีแบรนด์จากประเทศไทย 1,900 ครั้ง ความสนใจค้นหาสะท้อนความสนใจของผู้ค้นหา ไม่ใช่คุณภาพของโบรกเกอร์ คะแนนรีวิวด้านบนคือคำตัดสินของเรา ที่มา: ยอดค้นหาบน Google ประเทศไทย เดือนกรกฎาคม 2026 (ข้อมูล DataForSEO) ตัวเลขอัปเดตทุกวันที่ 15 ของเดือน Google Ads รายงานจำนวนครั้งต่อเดือนที่คนในประเทศไทยค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของโบรกเกอร์แต่ละราย และโบรกเกอร์ 40 รายที่เรารีวิวถูกจัดอันดับจากตัวเลขนั้นเพียงอย่างเดียว คำค้นหาจะถูกนับให้โบรกเกอร์รายนั้นก็ต่อเมื่อเว็บไซต์ของโบรกเกอร์นั้นครองผลการค้นหาแบบธรรมชาติอันดับแรกบน Google สำหรับคำนั้นในประเทศไทย คำค้นหาชื่อแบรนด์เปล่าๆ ที่บริษัทใดก็ครองได้จะถูกตัดออก การเปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้าจะแสดงเฉพาะกรณีที่เดือนก่อนหน้ามียอดค้นหาถึงเกณฑ์ 1,000 ครั้ง เนื่องจาก Google ปัดเศษตัวเลขปริมาณการค้นหาที่ต่ำกว่านั้น ตัวเลขจะรีเฟรชในวันที่ 15 ของทุกเดือนด้วยข้อมูลเดือนล่าสุดที่ Google เผยแพร่ และการตรวจสอบผลการค้นหาอันดับแรกจะทำซ้ำทุกสามเดือนRoboForex ได้รับความนิยมแค่ไหนในไทย?
ข้อมูลนี้วัดอย่างไร
รีวิว
แต่เมื่อพูดถึงรีวิวจากลูกค้าจริงบน TrustPilot ผมกลับพบว่า RoboForex ทำผลงานได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก จากการตรวจสอบในปี 2026 แสดงให้เห็นว่า RoboForex มีรีวิวทั้งหมด 732 รายการ โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพียง 2.5 จาก 5

เมื่อลองอ่านความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง จะพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ ประสบปัญหาเกี่ยวกับความเสถียรของแพลตฟอร์ม, ปัญหาในการถอนเงิน และสเปรดที่ไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ และเมื่อเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์คู่แข่งอย่าง Pepperstone ซึ่งมีรีวิวมากกว่าถึง 5 เท่าและได้คะแนนเฉลี่ยใกล้เคียงระดับสูงสุด ยิ่งเห็นได้ชัดว่า RoboForex อาจยังไม่ใช่โบรกเกอร์ที่ดีนักสำหรับเทรดเดอร์หน้าใหม่
รีวิว RoboForex จาก Trustpilot
RoboForex ได้คะแนน Trustpilot 2.1 จาก 5 จากรีวิวทั้งหมด 772 รายการ ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 3 ก.ย. 2026 อยู่อันดับ 29 ด้านคะแนน Trustpilot จากโบรกเกอร์ 30 แห่งที่เราติดตามคะแนนรายเดือน

แอป RoboForex บน App Store (ประเทศไทย) และ Google Play มีการให้คะแนนดังนี้
แอป MobileTrader FX Trading Online ของ RoboForex บน App Store (ประเทศไทย) ได้คะแนน 4.7 จาก 5 จากการให้คะแนน 126 ครั้ง ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 3 ก.ย. 2026

แอป MobileTrader: Online Trading ของ RoboForex บน Google Play ได้คะแนน 4.7 จาก 5 จากร้านค้าไทย ส่วนจำนวนรีวิว 17.3K รายการเป็นตัวเลขที่ Google Play แสดง ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 3 ก.ย. 2026

| แหล่งรีวิว | คะแนน | จำนวนรีวิว | ตรวจสอบล่าสุด | การเปลี่ยนแปลง |
| Trustpilot | 2.1 / 5 | 772 | 3 ก.ย. 2026 | บันทึกครั้งแรก ก.ย. 2026 |
| App Store (ประเทศไทย) | 4.7 / 5 | 126 | 3 ก.ย. 2026 | บันทึกครั้งแรก ก.ย. 2026 |
| Google Play (ประเทศไทย) | 4.7 / 5 | 17.3K | 3 ก.ย. 2026 | บันทึกครั้งแรก ก.ย. 2026 |
สรุป: RoboForex น่าเชื่อถือหรือไม่
ผมให้คะแนนความน่าเชื่อถือของ RoboForex เพียง 4.0 จาก 10 เนื่องจาก RoboForex ขาดใบอนุญาตจากหน่วยงานระดับ Tier-1 จึงไม่ใช่โบรกเกอร์ที่ปลอดภัยที่สุด แต่เหมาะกับนักเทรดที่มีประสบการณ์ ซึ่งเข้าใจความเสี่ยงของการใช้โบรกเกอร์นอกชายฝั่ง และให้ความสำคัญกับต้นทุนการเทรดที่ต่ำมากกว่าเรื่องของการกำกับดูแล
วิธีการฝากและถอนเงินกับ RoboForex
โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าเงื่อนไขด้านการฝากถอนของ RoboForex อยู่ในระดับที่ค่อนข้างแข่งขันได้ จึงเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและผู้ที่ต้องการวิธีการชำระเงินที่ครอบคลุม
เงินฝากขั้นต่ำที่ RoboForex คือเท่าไร?
เงินฝากเริ่มต้นขั้นต่ำที่ RoboForex จะแตกต่างกันตามประเภทบัญชี มีรายละเอียดดังนี้
- บัญชี Pro, ProCent, Prime และ ECN: ฝากขั้นต่ำเพียง $10 USD
- บัญชี R StocksTrader: ต้องมีเงินฝากขั้นต่ำที่ $100 USD
สกุลเงินหลักของบัญชี
RoboForex มีตัวเลือกสกุลเงินหลักในจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ โดยรองรับเพียง USD, EUR และ Gold
ช่องทางฝากเงินและค่าธรรมเนียม
RoboForex มีตัวเลือกในการฝากเงินหลากหลาย โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการฝากเงิน ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ช่องทางใดก็ตาม

หมายเหตุ การฝากทุกช่องทางไม่มีค่าธรรมเนียม แต่การถอนเงินจะมีค่าธรรมเนียมหากถอนเกิน 3 ครั้งต่อเดือน
ช่องทางถอนเงินและค่าธรรมเนียม
RoboForex รองรับการถอนเงินผ่านหลากหลายช่องทาง โดยมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ดังนี้:
- Visa / Mastercard / JCB: ค่าธรรมเนียมสูงสุด 2.6% + $1.30 (ระยะเวลาถอนสูงสุด 10 วัน)
- Bank Transfer: คิดค่าธรรมเนียมสูงสุดไม่เกิน 4%
- AstroPay: ค่าธรรมเนียมต่ำเพียง 0.5%
- Skrill: คิดค่าธรรมเนียม 1%
- Neteller: ค่าธรรมเนียม 1.9%
- Sticpay: คิดค่าธรรมเนียม 2.5% พร้อมค่าธรรมเนียมคงที่เพิ่มเติม
ความยากง่ายในการเปิดบัญชี
จากประสบการณ์ตรงของผม การเปิดบัญชีกับ RoboForex นั้นทำได้ง่ายมาก เพียงคลิกที่ปุ่ม “ลงทะเบียน” บนหน้าเว็บไซต์หลักของ RoboForex

หลังจากนั้น ระบบจะนำคุณไปยังหน้าลงทะเบียน ซึ่งคุณจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็น เช่น ชื่อ-นามสกุล, อีเมลที่ใช้งานได้จริง (ซึ่งจะกลายเป็นชื่อผู้ใช้งานสำหรับเข้าสู่ระบบ) และเบอร์โทรศัพท์มือถือในรูปที่นำหน้าด้วยรหัสประเทศ
ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญในการเปิดบัญชีคือ การยืนยันตัวตน (Verification) ด้วยเอกสาร เช่น
- เอกสารแสดงตน: เช่น หนังสือเดินทาง หรือ บัตรประจำตัวประชาชน
- เอกสารยืนยันที่อยู่: เช่น ใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคล่าสุด หรือ รายการเดินบัญชีธนาคาร
ข้อสรุปเรื่องช่องทางการฝากถอนเงินของ RoboForex
ผมให้คะแนนสูงความสะดวกในการฝากถอนของ RoboForex ถึง 8 เต็ม 10 เนื่องจากมีช่องทางการฝากถอนที่หลากหลายและค่าธรรมเนียมต่ำ การใช้งานโดยรวมจึงเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสำหรับผู้ใช้งานทุกระดับ
ความหลากหลายของตลาดการเงิน
RoboForex รองรับตลาดการเงินมากกว่า 12,000 รายการ ครอบคลุม 8 ประเภทสินทรัพย์หลัก โดยสามารถเข้าถึงได้ผ่านทั้ง MetaTrader 4, MetaTrader 5 และแพลตฟอร์มเฉพาะอย่าง R StocksTrader ของโบรกเกอร์เอง
CFDs
ในปี 2026 RoboForex เปิดให้คุณเข้าถึงตลาดการเงินที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมถึง
- การเทรดฟอเร็กซ์: คุณสามารถเลือกเทรดคู่สกุลเงินได้ 28 คู่ (ในรูปแบบ CFD) โดยมีสเปรดเริ่มต้นที่ 0 จุด ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 4, MetaTrader 5 และ R StocksTrader
- ดัชนี: โบรกเกอร์เสนอ CFD ของดัชนี 5 ตัว: US500 (S&P 500), USTECH (NASDAQ), US30 (Dow), DE40 (DAX), JP225 (Nikkei)
- สินค้าโภคภัณฑ์: แบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก ได้แก่
พลังงาน: น้ำมัน 2 ชนิดเท่านั้น — Brent (Spot Brent Crude Oil) และ WTI (Spot WTI Light Crude Oil)
โลหะ 2 ชนิดเท่านั้น: ทองคำ (XAUUSD) และเงิน (XAGUSD)
สินค้าเกษตร (Soft Commodities) เช่น กาแฟ, โกโก้, น้ำตาล, ข้าวโพด, ข้าวสาลี, ถั่วเหลือง, ผลไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย - คริปโตเคอร์เรนซี: รองรับบนบัญชี ProCent, Pro และ ECN (BTC, ETH, XRP, SOL, ADA, DOGE) โดย BTC/ETH ใช้เลเวอเรจ 1:500 ส่วนเหรียญอื่นจำกัดที่ 1:50 อย่างไรก็ตาม บัญชี Prime ไม่รองรับการเทรดคริปโต
- ETF: คุณจะพบกับตัวเลือก ETF CFDs ได้ทั้งหมด 1,000 รายการ ผ่านแพลตฟอร์ม R StocksTrader แต่ต้องมีเงินฝากขั้นต่ำ 100 USD

เลเวอเรจ (Leverage)
จากการทดสอบของผม พบว่าระดับเลเวอเรจของ RoboForex นั้นแตกต่างกันไปตามประเภทสินทรัพย์และบัญชี ยกตัวอย่างเช่น

โดยเลเวอเรจระดับสูง (สูงสุด 1:2000) มักจะใช้ได้กับบัญชี ProCent และ Pro ที่มีอิควิตี้ต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากยอดอิควิตี้เกินกว่านี้ ระบบจะปรับลดเลเวอเรจลงเหลือ 1:1000 โดยอัตโนมัติ และเลเวอเรจอาจถูกปรับลดชั่วคราวในบางช่วงเวลา เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นต้น
ข้อสรุปเรื่องตลาดการเงินที่รองรับโดย RoboForex
ผมให้คะแนน RoboForex สำหรับความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เทรดและ CFD ที่นำเสนออยู่ที่ 7.0 เต็ม 10 ซึ่งผมคาดหวังว่าผมจะเห็นความหลากหลายที่มากเงิน ทั้งในแง่คู่เงินฟอเร็กซ์และคริปโตเคอร์เรนซี อย่าง Bitcoin หรือ Ethereum
ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า
ก่อนและหลังจากที่ผมได้ทดลองเทรดกับ RoboForex ผมได้มีโอกาสติดต่อกับทีมสนับสนุนลูกค้าของพวกเขาหลายครั้ง ซึ่งผมพบว่า ผมสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา 24/7 โดยไม่ต้องผ่านแชทบอทก่อน และยิ่งสะดวกมากขึ้น ที่มีเจ้าหน้าที่คนไทยคอยตอบคำถามของผมโดยไม่ต้องโอนสาย แต่ต้องยอมรับว่า ผมใช้เวลารอรับบริการค่อนข้างนาน

ช่องทางการติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ RoboForex มีดังนี้:
- ไลฟ์แชท: ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันบนเว็บไซต์ roboforex.com เพียงคลิกปุ่ม “contact us” ที่ส่วนท้ายของหน้าเว็บ และเลือกที่ช่องแชทสด
- อีเมล: สำหรับคำถามที่ไม่เร่งด่วน คุณสามารถส่งอีเมลไปที่ support (at) roboforex.com โดยทั่วไปจะได้รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในวันทำการที่มีการซื้อขาย
- สายด่วนโทรศัพท์: คุณสามารถติดต่อซัพพอร์ทผ่านโทรศัพท์ภายในประเทศ (+66) ได้ตลอดเวลาและทุกวัน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือที่เร่งด่วน
- WhastApp และ Line App: เป็นสองช่องทางที่ผมอยากแนะนำ เนื่องจากใช้เวลารอการตอบกลับไม่นานเท่าช่องทางอื่น และยังได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่คนไทยโดยตรงอีกด้วย

ข้อสรุปเรื่องฝ่ายบริการลูกค้าของ RoboForex
ผมให้คะแนนฝ่ายบริการลูกค้าของ RoboForex ที่ 4.0 เต็ม 10 สาเหตุหลักมาจากความล่าช้าในการตอบกลับ, ทำงานจริงเพียง 24/5 ไม่ใช่ทุกวันตามที่เว็บโฆษณา และคำตอบที่อาจจะยังไม่ละเอียดมากนัก หากเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์ forex ชั้นนำในตลาด
พอร์ทัลการศึกษาและค้นคว้า
จากการทดสอบด้วยตัวเอง ผมพบว่า RoboForex มีเนื้อหาด้านการศึกษาให้ค่อนข้างจำกัด โดยส่วนใหญ่เน้นไปที่ผู้เริ่มต้นเทรด และยังไม่ตอบโจทย์สำหรับนักเทรดระดับกลางถึงขั้นสูง
โดยเนื้อหาจะครอบคลุมหัวข้อพื้นฐาน เช่น การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค, การบริหารความเสี่ยง และกลยุทธ์การเทรด อย่างไรก็ตาม บทความเหล่านี้มีข้อผิดพลาดด้านการสะกดคำ และเหตุผลเบื้องหลังการวางแผนเทรดก็ดูไม่น่าเชื่อถือเท่าใดนัก แม้จะมีการจัดสัมนาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาชดเชยข้อด้อยในส่วนนี้ก็ตาม

ข้อสรุปเรื่องพอร์ทัลการศึกษาจาก RoboForex
ผมให้คะแนนในหมวดหมู่ด้านการศึกษาจาก RoboForex เพียง 3.5 เต็ม 10 เพราะเนื้อหาที่มีนั้นจำกัดมาก และส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็นเพียงบทสรุปเชิงส่งเสริมการขายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตนเองมากกว่าจะให้ความรู้จริงจัง
โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากให้พวกเขาเพิ่มหน้าเพจการศึกษาที่ประกอบด้วยวิดีโอ, บทวิเคราะห์ และเนื้อหาที่จัดโครงสร้างอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้เทรดเดอร์ทุกระดับสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างแท้จริง
บทสรุป: รีวิว RoboForex 2026
หลังจากประเมินทุกหมวดหมู่ ผมให้คะแนน RoboForex โดยรวมอยู่ที่ 62 เต็ม 100 นั่นเพราะจุดแข็งของโบรกเกอร์ในแง่ความหลากหลายของตลาดและตัวเลือกการฝากถอนที่ค่อนข้างดี ถูกหักลบด้วยการกำกับดูแลที่ยังไม่เข้มงวดมากนัก
ข้อเสียที่เห็นได้ชัดอีกประการคือ ไม่มีแหล่งความรู้หรือเนื้อหาการศึกษาที่เพียงพอ, เครื่องมือและแพลตฟอร์มการเทรดไม่โดดเด่น รวมถึงรีวิวจากบุคคลที่สามที่อยู่ในระดับต่ำมาก
ก่อนเปิดบัญชีจริง แนะนำให้เปรียบเทียบรีวิวโบรกเกอร์ของเราก่อนตัดสินใจ
ดังนั้น ผมจึงไม่สามารถแนะนำโบรกเกอร์นี้ได้ทั้งสำหรับมือใหม่หรือเทรดเดอร์ระดับมืออาชีพ เพราะยังมีโบรกเกอร์ forex คู่แข่งชั้นนำอีกหลายรายที่ให้บริการได้ดีกว่าในทุกด้าน แต่หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์สูงและกำลังมองหาโบรกเกอร์นอกอาณาเขตที่ให้เลเวอเรจสูงมาก พร้อมรับความเสี่ยงในระดับสูง RoboForex ก็อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของคุณ
คำถามที่พบบ่อย: โบรกเกอร์ RoboForex ในไทย
หากต้องการเปิดบัญชีจริงกับ RoboForex ต้องใช้เงินฝากขั้นต่ำเท่าไร?
เงินฝากขั้นต่ำสำหรับบัญชี Pro, ProCent, Prime และ ECN คือ 10 USD (หรือ 10 EUR) ส่วนบัญชี R StocksTrader ต้องใช้เงินฝากขั้นต่ำ 100 USD (หรือ 100 EUR) เพื่อเริ่มต้นการเทรด นอกจากนี้ โบรกเกอร์ยังเสนอโบนัสเทรดฟรีอีกหลายแบบ เมื่อคุณฝากเงินสำเร็จ เช่น โบนัสต้อนรับ 30 USD อีกด้วย
RoboForex ผ่านการรับรองโดยหน่วยงานชั้นนำหรือไม่?
RoboForex Ltd ในปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริการทางการเงินของเบลีซ (FSC) เท่านั้น และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมจากหน่วยงาน Tier 1 ที่มักมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดกว่า
ที่ RoboForex ใช้แพลตฟอร์มเทรดใดได้บ้าง?
คุณสามารถเทรดได้ผ่าน MetaTrader 4, MetaTrader 5, R Mobile Trader และ R StocksTrader
ทางเลือกแทน RoboForex
หากคุณมองหาทางเลือกแทนการใช้งาน RoboForex คุณอาจมีตัวเลือกหลายแห่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุนและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ลองดูตัวอย่างด้านล่างนี้ สำหรับตัวเลือกเพิ่มเติม









































Justin Grossbard
Justin เริ่มต้นเทรดตั้งแต่ปี 1998 และได้นั่งตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้งของ CompareForexBrokers เมื่อปี 2014 และ BrokersThai เมื่อปี 2026 ในหลายปีนี้ Justin ได้เผยแพร่บทความทางการเงินมากกว่า 100 บทความ บน Forbes, Kiplinger ไปจนถึง Finance Magnates เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรีในสาขาวิชาพาณิชยศาสตร์ และมีบทบาทสำคัญในชุมชนฟินเทคมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนและการซื้อขาย ที่เผยแพร่เมื่อปี 2023 อีกด้วย
คำตัดสิน
ค่าธรรมเนียม
แพลตฟอร์มการซื้อขาย
ความปลอดภัย
การฝากเงินเข้าบัญชี
สินทรัพย์
บริการช่วยเหลือ
การวิจัยตลาด 











