รีวิว Avatrade สำหรับปี 2026
AvaTrade เป็นอีกหนึ่งโบรกเกอร์ Forex ที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานและมีชื่อเสียงระดับโลกในแง่การให้บริการเทรดโดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น พร้อมจุดเด่นอื่นๆ ได้แก่ แพลตฟอร์มการเทรดที่หลากหลายทั้ง MT4, MT5 และ AvaTradeGO รวมถึงบริการลูกค้าที่ดี ซึ่งเราได้ทำการทดสอบในทุก ๆ ด้าน เพื่อค้นหาคำตอบว่า AvaTrade ดีไหมสำหรับเทรดเดอร์ไทย
เขียนโดย Justin Grossbard
แก้ไขโดย Noam Korbl
แก้ไขโดย Noam Korbl
อัปเดต:
- ทีมงานของเรารีวิวโบรกเกอร์มามากกว่า 39 แห่ง
- ประสบการณ์การเทรดฟอเร็กซ์รวมกันกว่า 50 ปี
- เราใช้เวลามากกว่า 14,000 ชั่วโมง ในการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและฟีเจอร์ของโบรกเกอร์
- เรามีกรอบการประเมิณที่เป็นระบบและมีความละเอียดสูง
รีวิวโบรกเกอร์ของเราได้รับการสนับสนุนจากผู้อ่าน และเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อคุณคลิกไปยังเว็บไซต์พันธมิตร
ข้อมูลทั่วไป Avatrade ดีไหม 2026

| 🗺️หน่วยงานกำกับ Tier 1 | ASIC, CIRO, CySEC |
| 🗺️หน่วยงานกำกับ Tier 2 | ADGM, ISA, JFSA, CBI, KNF |
| 🗺️หน่วยงานกำกับ Tier 3 | FSCA, FSC-BVI, SFC |
| 📊แพลตฟอร์มการเทรด | MT4, MT5, Ava WebTrader, Ava Options, AvaTradeGo |
| 💰เงินฝากขั้นต่ำ | $100 |
| 💰ค่าธรรมเนียมฝากเงิน | $0 |
| 🛍️ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน | ฟอเร็กซ์, คริปโต, สินค้าโภคภัณฑ์, หุ้น, ดัชนี, ETFs, ออปชัน |
ทำไมถึงเลือก Avatrade
สิ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเกี่ยวกับ AvaTrade คือการเทรดออปชั่น (Options Trading) เพราะเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ CFD เพียงไม่กี่แห่งที่มีแพลตฟอร์มสำหรับการเทรดออปชั่นโดยเฉพาะ พร้อมกับเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่าง AvaProtect ซึ่งเป็นฟีเจอร์การประกันความเสี่ยงที่น่าใช้งาน แม้จะต้องแลกมากับการจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมก็ตาม
ในส่วนของความพร้อมของแพลตฟอร์มเทรดก็ทำได้ค่อนข้างดี เพราะรองรับทั้งแพลตฟอร์มจาก MetaTrader และแอปพลิเคชันมือถือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองอย่าง AvaTradeGo รวมถึง มีบริการคัดลอกการเทรด (Copy Trading) ผ่านทาง AvaSocial และ DupliTrade อีกด้วย
แต่จุดที่ AvaTrade ยังทำคะแนนได้ไม่ดีคือ ราคาสเปรดที่ยังสูงกว่าคู่แข่งรายใหญ่ในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ AvaTrade ใช้โมดูลแบบมาร์เก็ตเมกเกอร์นั่นเอง
จุดอ่อนอีกประการหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี (Inactivity fees) ที่ผมคิดว่ายังสูงอยู่ เพราะพวกเขาเรียกเก็บในอัตรา 50 ดอลลาร์หลังจาก 3 เดือน และ 100 ดอลลาร์หลังจาก 12 เดือน และยังมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน 0.5% ทุกครั้งที่มีการฝากหรือถอนเงินที่ต้องใช้การแปลงสกุลเงิน ซึ่งลูกค้าชาวไทยคงจะหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่ได้แน่ๆ
โดยสรุปแล้ว หากคุณสนใจในการเทรดออปชั่นหรือต้องการใช้งานฟีเจอร์การเทรดขั้นสูง ผมคิดว่า AvaTrade เป็นโบรกเกอร์ที่น่าสนใจไม่น้อย ทั้งนี้ คุณยังคงจำเป็นต้องศึกษาการทำงานของโบรกเกอร์และใบอนุญาตที่รองรับก่อนตัดสินใจเทรดจริงเสมอนะครับ
เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย
- รองรับ MT4, MT5 และ AvaTradeGO
- ไม่เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น
- มีใบอนุญาตจากหน่วยงานการเงินหลายแห่ง
- ฟีเจอร์เฉพาะ AvaProtect
- ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีที่สูง
- จำนวนสินทรัพย์ที่ยังน้อยอยู่
- เงินฝากขั้นต่ำเริ่มต้นสูง 100 USD
คะแนนโดยรวมอ้างอิงจากการรีวิวโดยผู้เชี่ยวชาญของเรา
ค่าธรรมเนียมเทรด
ในฐานะเทรดเดอร์ชาวไทย คุณสามารถเปิดได้เฉพาะบัญชีประเภท Standard ซึ่งไม่มีค่าคอมมิชชั่นแต่สเปรดที่ได้รับจะเป็นแบบลอยตัว โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.9 pips สำหรับคู่เงินหลัก ดังนั้น AvaTrade จึงอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด หากคุณต้องการโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำแบบที่เห็นบ่อย ๆ ในโบรกเกอร์ ECN ทั่วไป
มาขยายความตรงนี้กันครับ สำหรับคำว่าบัญชีที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นของ AvaTrade เมื่อเจาะลึกเข้าไปจะพบว่าจริง ๆ แล้วการทำงานของบัญชีนี้เป็นแบบที่บวกส่วนต่างเพิ่มเข้าไปในสเปรดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้สเปรดที่คุณเห็นจะอยู่ในลักษณะลอยตัว โดยการเปลี่ยนแปลงของสเปรดจะขึ้นกับสภาวะตลาดและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บัญชี Standard
จากการทดลองเปิดบัญชีจริง ผมพบว่าเทรดเดอร์ CFD รายย่อยในไทย มีตัวเลือกเพียงตัวเลือกเดียว นั่นก็คือ บัญชี Standard หรือไม่เช่นนั้นคุณสามารถเลือกบัญชีแบบไม่มีค่าธรรมเนียม Swap (Swap-free) แทนได้ หากคุณนับถือศาสนาอิสลามครับ
สเปรดบัญชี Standard | |||||
|---|---|---|---|---|---|
![]() | 0.80 | 0.90 | 1.20 | 1.80 | 1.20 |
![]() | 1.10 | 1.30 | 1.00 | 1.40 | 1.30 |
![]() | 1.10 | 1.20 | 1.50 | 1.70 | 1.40 |
![]() | 1.10 | 1.10 | 1.30 | 2.20 | 1.20 |
![]() | 0.70 | 0.60 | 2.00 | 2.30 | 1.30 |
![]() | 1.00 | 1.00 | 1.27 | 1.30 | 1.20 |
![]() | 1.00 | 1.20 | 1.00 | 1.20 | 1.00 |
![]() | 1.00 | 1.00 | 1.50 | 2.00 | 2.00 |
ค่าสเปรดเฉลี่ยจากเว็บไซต์โบรกเกอร์ อัปเดต 1 กรกฎาคม 2569
เมื่อพิจารณาสเปรดของ AvaTrade ในตารางด้านบน คุณจะเห็นว่าสเปรดสำหรับบัญชี Standard ของ AvaTrade มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.80 pips ในคู่ EUR/USD ซึ่งถือว่าทำผลงานได้ค่อนข้างดีเมื่อเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์ชั้นนำ เช่น Pepperstone, Eightcap และ IC Market ที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า 1.00 pips หรือสูงกว่านั้น
เพื่อเป็นการสนับสนุนข้อสันนิษฐานดังกล่าว ทีมงาน Brokersthai ของเรายังได้เปรียบเทียบสเปรดของ AvaTrade กับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ซึ่งผลลัพธ์ก็ค่อนข้างดีในคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ ตามที่แสดงในตารางด้านล่างนี้
| สเปรดบัญชี Standard | EUR/USD | USD/JPY | GBP/USD | AUD/USD | USD/CAD | EUR/GBP | EUR/JPY | AUD/JPY |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| สเปรดเฉลี่ยของ AvaTrade | 0.8 | 1.3 | 1.2 | 0.9 | 1.8 | 1.2 | 1.8 | 1.9 |
| สเปรดเฉลี่ยในอุตสาหกรรม | 1.1 | 1.4 | 1.4 | 1.3 | 1.7 | 1.4 | 1.9 | 2.1 |
ด้วยผลการทดสอบข้างต้น ผมจึงสรุปได้ว่าสเปรดของ AvaTrade นั้นมีความสามารถในการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงสำหรับบัญชีที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
แต่สิ่งสำคัญที่คุณควรคำนึงถึงเสมอคือเวลาในการเข้าเทรดของคุณ และวิธีการบริหารจัดการความเสี่ยง เนื่องจากผมสังเกตเห็นว่าสเปรดมักจะต่ำในช่วงเวลาที่มีการซื้อขายสูงสุด แต่ก็สามารถกว้างขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความคึกคักน้อยลงครับ
บัญชี Swap Free
ในกรณีที่คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ปฏิบัติตามหลักการชะรีอะฮ์ ทาง AvaTrade ก็มีตัวเลือกบัญชีอิสลามให้เลือกใช้งาน ซึ่งคุณสามารถเปิดใช้งานบัญชีนี้ได้หลังจากผ่านขั้นตอนการยืนยันตัวตน (KYC) เรียบร้อยแล้ว
แม้บัญชี Swap Free จะมีการตัดค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Swaps) ทิ้ง แต่คุณยังต้องเสียค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการรายวันเมื่อใช้งาน MT4 และ MT5 และอาจได้รับสเปรดที่กว้างกว่าปกติเล็กน้อยสำหรับการเทรดคู่สกุลเงิน FX
และอีกสิ่งที่คุณควรรู้คือการยกเว้นค่าธรรมเนียม swap จะมีผลสูงสุดห้าวันต่อหนึ่งคำสั่งเทรด หากคุณเปิดคำสั่งไว้เกิน 5 วัน คุณจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม swap ในอัตรามาตรฐานครับ
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
ประเด็นหนึ่งที่ผมคิดน่ากังวลพอสมควร คือค่าธรรมเนียมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเทรด ซึ่ง AvaTrade บังคับใช้ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชีในอัตราที่ค่อนข้างสูง โดยคิดที่ 50 ดอลลาร์ หากไม่มีการใช้งานบัญชีติดต่อกันนานกว่าสามเดือน
นอกจากนี้ ยังมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการรายปีจำนวน 100 ดอลลาร์ (หรือเทียบเท่าในสกุลเงินอื่นที่คุณเลือกใช้งาน) หลังจากไม่มีการใช้งานติดต่อกัน 12 เดือนอีกด้วย
ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมของ AvaTrade
โดยรวมแล้วผมให้คะแนนค่าธรรมเนียมเทรดของ AvaTrade ที่ 6/10 เพราะ AvaTrade คือโบรกเกอร์ประเภท Market Maker ที่มีมีสเปรดที่แข่งขันได้แม้จะไม่มีบัญชีประเภท ECN ก็ตาม
แต่ด้วยค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการเทรดที่ค่อนข้างแพงทำให้คะแนนของพวกเขาลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะขาดความคุ้มค่าที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ต้องการ

แพลตฟอร์มเทรด
สำหรับเทรดเดอร์ชาวไทยที่ต้องการเทรด forex และ CFD คุณจะมีตัวเลือกของแพลตฟอร์มเทรดเบื้อง ได้แก่ MetaTrader 4, MetaTrader 5, WebTrader, แอปพลิเคชันมือถือเฉพาะของ AvaTrade อย่าง AvaTradeGO และยังสามารถเข้าถึงฟีเจอร์คัดลอกการเทรดที่สำคัญอย่าง DupliTrade และ AvaOptions ได้อีกด้วย
เพื่อให้คุณสามารถค้นหาซอฟต์แวร์ที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด ผมขอแนะนำเครื่องมือค้นหาแพลตฟอร์มจาก Brokersthai เพียงคุณตอบคำถามสั้น ๆ 5 ข้อด้านล่างนี้ก็สามารถรับผลการวิเคราะห์ฟรีจากเราได้ทันทีครับ
MetaTrader 4
ตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปีในการเทรด forex ผมยกให้ MT4 เป็นตัวเลือกแรก ๆ เสมอ เพราะมันมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย แม้ว่าหน้าตาจะดูเก่าไปสักนิดแต่ก็สามารถใช้งานได้ดีทั้งบนคอมพิวเตอร์, เซิร์ฟเวอร์ VPS และบนอุปกรณ์มือถือ

สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือฟีเจอร์การทำกราฟ โดย MT4 มีอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคยอดนิยมอย่าง Moving Averages หรือ Bollinger Bands และ Expert Advisors (EAs) ที่ติดตั้งไว้ภายในแพลตฟอร์มเพื่อให้สามารถเทรดตลาดโดยใช้อัลกอริทึมได้โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องออกแบบกลยุทธ์ของตัวเอง
ตัวอย่างที่ผมเคยใช้งานก็เช่น การดาวน์โหลด EA เวอร์ชันที่สำเร็จรูป เพื่อให้มันเทรดในช่วงที่ราคาทะลุเส้นแนวต้านที่กำหนดไว้ บนคู่เงิน EUR/USD

เหตุผลที่ผมเลือกใช้ MT4
- MT4 มีอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ใช้งานง่าย และคุณสามารถเปิดหน้าต่างหลายหน้าต่างได่พร้อม ๆ กันช่วยให้ผมสามารถติดตามตลาดหลายตลาดได้ในเวลาเดียวกัน
- Trading Signals ช่วยให้คุณสามารถคัดลอกเทรดเดอร์คนอื่น ๆ ได้แบบเรียลไทม์ ทั้งในบัญชีทดลองหรือบัญชีจริง โดยมีการจัดลำดับผู้ให้บริการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดไว้ที่ด้านบน
- มีเครื่องมือสร้างกราฟที่เพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงอินดิเคเตอร์ทางเทคนิค 30 รายการ, ไทม์เฟรม 9 รูปแบบ และวัตถุเชิงวิเคราะห์ 23 รายการ เพื่อใช้ตรวจจับและตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของตลาด
- รองรับประเภทคำสั่งซื้อหลัก 4 ประเภท ซึ่งรวมถึงคำสั่ง Market, Limit, Stop และคำสั่งรอดำเนินการแบบมีเงื่อนไข เช่น Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop และ Sell Stop
- มีตัวเลือก EA จำนวนมาก ทั้งจากในคลังและที่สร้างขึ้นเองโดยใช้ภาษา MQL4
- คุณสามารถรัน MT4 ได้บนหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Android, iOS, Desktop (ทั้ง Windows และ Mac) และเบราว์เซอร์ (ผ่าน MT4 WebTrader)
เหตุผลที่ MT4 อาจไม่เหมาะสำหรับคุณ
- แม้ MT4 จะรองรับผลิตภัณฑ์ CFD ส่วนใหญ่ที่เทรดได้บน AvaTrade แต่ก็ยังมีจำนวนที่น้อยกว่า MT5 อย่างเห็นได้ชัด รวมถึงเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงที่ยังทำได้ไม่ดีเท่า MT5 ครับ
MetaTrader 5
แม้เลย์เอาต์ของ MT5 จะคล้ายคลึงกับ MT4 แต่ในมุมมองของผม MT5 คือตัวเลือกที่ดีกว่าหากคุณมีประสบการณ์ในการเทรดในระดับหนึ่ง เพราะมันให้พลังในการวิเคราะห์ขั้นสูง, ตัวเลือกตราสารที่มากขึ้น (มากกว่า 250 สินทรัพย์) และรองรับประเภทคำสั่งซื้อที่หลากหลายกว่า
สิ่งที่ผมประทับใจเกี่ยวกับ MT5 คือมันทำให้ผมสามารถวิเคราะห์ทองคำ, ดัชนี NASDAQ และ EUR/USD ได้พร้อมกัน ในขณะที่ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจแบบบิวท์อินเพื่อติดตามข้อมูลเงินเฟ้อที่กำลังจะประกาศได้ด้วยครับ

เหตุผลที่ผมแนะนำ MT5:
- คุณจะสามารถเข้าถึงข้อมูล Market Depth II ซึ่งหมายความว่าคุณจะเห็นระดับราคา Bid และ Ask ในหลายระดับกว่าเดิม, มีอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคเพิ่มขึ้นอีก 38 รายการ และมีไทม์เฟรมให้เลือกมากถึง 21 รูปแบบ ช่วยให้การวิเคราะห์ตลาดของคุณแม่นยำยิ่งขึ้น
- รองรับประเภทคำสั่งรอดำเนินการมากถึง 6 ประเภท ได้แก่ Buy Stop, Sell Stop, Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit ช่วยให้จัดการการส่งคำสั่งได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
- รองรับผลิตภัณฑ์ CFD ในจำนวนที่มากกว่า MT4 โดยรวมถึงหุ้นและ ETF ด้วย ทำให้พอร์ตการลงทุนของคุณมีความหลากหลายสูง เป็นประโยชน์แก่การกระจายความเสี่ยง
- ระบบทดสอบกลยุทธ์แบบบิวท์อินที่ทำงานแบบ Multi-threaded ซึ่งหมายความว่ามันจะช่วยให้คุณรัน Backtest ในหลายสกุลเงินได้พร้อมกัน และยังสามารถดำเนินการตรวจสอบผ่าน Visual mode ได้ด้วย
เหตุผลที่ MT5 อาจไม่เหมาะสำหรับคุณ
- การทำงานของ MT5 ค่อนข้างมีความซับซ้อนอยู่พอสมควรจากภาษา MQL5 และประเภทคำสั่งซื้อเพิ่มเติม จุดนี้จึงอาจเป็นอุปสรรคที่สำคัญสำหรับมือใหม่ เพราะมันต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มากกว่าปกติครับ
AvaTradeGO
สำหรับ AvaTradeGO มันคือแอปพลิเคชันมือถือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ AvaTrade เอง โดยแอพนี้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่เน้นการติดตามและส่งคำสั่งซื้อขายอย่างรวดเร็ว ตัวแอพเทรดมีการรวมฟีเจอร์การบริหารความเสี่ยงที่เป็นเอกลักษณ์เข้าไว้ด้วยกัน
โดยรวมแล้ว ผมรู้สึกว่า AvaTradeGO ให้ประสบการณ์การใช้งานบนมือถือที่น่าประทับใจและใช้งานง่าย ไม่ว่าคุณจะต้องการเปิด แก้ไข หรือปิดสถานะได้ด้วยการแตะเพียงไม่กี่ครั้ง แทนที่จะต้องกดผ่านหน้าต่างคำสั่งซื้อขายหลายขั้นตอนครับ

เหตุผลที่ผมแนะนำ AvaTradeGO
- มีเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งช่วยให้คุณเห็นการเทรดได้ในภาพเดียว สร้างรายการหุ้นหรือสินทรัพย์ที่เฝ้าติดตาม (watch lists) แบบกำหนดเองได้ และดูราคาและกราฟแบบเรียลไทม์
- แอปพลิเคชันให้การเข้าถึงตราสารมากกว่า 250 รายการ รวมถึงคู่สกุลเงิน Forex หลัก สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น และสกุลเงินดิจิทัล
- ฟีเจอร์สำคัญคือเครื่องมือ AvaProtect™ ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพรีเมียมเล็กน้อยเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์นี้ โดยมันจะช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของคุณในช่วงเวลาการคุ้มครองที่เลือกไว้ เช่น ในช่วงที่มีการประกาศอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลาง
เหตุผลที่ AvaTradeGO อาจไม่เหมาะสำหรับคุณ
- เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มมือถือส่วนใหญ่ AvaTradeGO ยังขาดการปรับแต่งด้วยตนเอง รวมไปถึงขาดความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึกแบบที่เราเคยใช้กันบนแพลตฟอร์ม MetaTrader เวอร์ชันเดสก์ท็อป ทำให้แอพนี้เหมาะสำหรับการจัดการคำสั่งซื้อขายมากกว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ซับซ้อนครับ
AvaOptions
AvaOptions เป็นแพลตฟอร์มเทรดที่แยก AvaTrade ออกจากโบรกเกอร์ CFD รายอื่นๆ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ก้าวข้ามผ่านการเทรดแบบสปอตพื้นฐานไปแล้ว โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้คุณสามารถ Call และ Put Options ในคู่เงิน Forex ได้มากกว่า 40 คู่ รวมถึงทองคำและเงิน

เหตุผลที่ผมแนะนำ AvaOptions:
- มี “Option Chain” แบบรูปภาพและเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงแบบอินเทอร์แอคทีฟ ซึ่งรวมถึงค่า “Greeks” แบบสด (Delta, Theta, Vega) เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความเสี่ยงที่เปิดอยู่ ได้ดีขึ้น
- นำเสนอกราฟ “Confidence Interval” ที่ช่วยให้คุณมองเห็นการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นของตลาด และกำหนดราคาการเทรดของคุณด้วยมุมมองอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
แพลตฟอร์มนี้ยังมีหน้าพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ ให้ข้อมูลสรุปความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนของคุณ ซึ่งรวมถึง Delta, Vega และ Theta นอกจากนี้มันยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษ นั่นก็คือหน้า “Open Positions” ซึ่งคุณสามารถดูค่าการวัดความเสี่ยงของสถานะการเทรดที่เปิดอยู่ทั้งหมดได้ครับ

AvaSocial
AvaSocial คือแอปพลิเคชันสำหรับการคัดลอกการเทรดที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโบรกเกอร์เอง โดยการทำงานจะเน้นไปที่การคัดลอกการเทรดของชุมชนเทรดเดอร์มืออาชีพ คุณสามารถเรียกดูและตรวจสอบผลการดำเนินงานของเทรดเดอร์แต่ละคนเพื่อเลือกคนที่คุณต้องการคัดลอกได้
สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับ AvaSocial:
- AvaSocial เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมันช่วยคุณสามารถตั้งค่าการเทรดอัตโนมัติได้ง่าย ๆ ภายในไม่กี่คลิก
- คุณไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอ เมื่อคุณเลือกเทรดเดอร์และมีเงินทุนเพียงพอ คุณก็สามารถเข้าถึงและคัดลอกการเทรดของพวกเขาได้แบบเรียลไทม์
- คุณไม่เพียงแต่คัดลอกการเทรด Forex ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถคัดลอกการเทรดดัชนีและสินค้าโภคภัณฑ์ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ คุณยังสามารถมีส่วนร่วมในการสนทนากับเทรดเดอร์คนอื่นๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน AvaSocial ได้ด้วย
DupliTrade
DupliTrade คือแพลตฟอร์ม Copy Trading แบบอัตโนมัติ ที่ทำให้คุณสามารถคัดลอกการเทรดจากเทรดเดอร์มืออาชีพไปยังบัญชีเทรด MT4 ของตัวเองได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ตลาดหรือเปิดปิดออเดอร์ด้วยตนเอง
เครื่องมือเสริมอื่น ๆ
นอกจากแพลตฟอร์มหลักแล้ว AvaTrade ยังมีเครื่องมือเสริมอื่นๆ ที่น่าสนใจดังนี้:
- AvaProtect: เครื่องมือบริหารความเสี่ยงของ AvaTrade ที่คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเพื่อใช้งาน โดยมันทำหน้าที่เหมือนประกันสำหรับคำสั่งเทรดที่คุณเลือก หากคำสั่งนั้นขาดทุนในช่วงเวลาที่เลือกไว้คุณจะได้รับเงินคืน แต่มีข้อกำหนดคือเครื่องมือนี้จะใช้งานได้บน AvaTradeGO และภายใน AvaOptions เท่านั้น
- Guardian Angel: ปลั๊กอินให้ข้อมูลการเทรดแบบเรียลไทม์ที่จะแจ้งเตือนความเสี่ยงในขณะที่คุณเทรด ใช้งานได้บน MT4
- VPS: มีบริการ Virtual Private Server เพื่อให้ Expert Advisors (EA) และกลยุทธ์อัตโนมัติสามารถรันได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ซึ่งรองรับการใช้งานหลักๆ บน MT4 และ MT5
- Trading Central: บริการวิเคราะห์ทางเทคนิคและไอเดียการเทรดจากบริษัทภายนอก ใช้งานได้บน MT4 และ MT5
- Trading Signals: สามารถเข้าถึงได้บน MT4 และ MT5 ผ่านการสมัครสมาชิกที่เว็บไซต์ของ MQL5 แต่สัญญาณเหล่านี้เป็นสัญญาณจากชุมชนเทรดเดอร์ ไม่ใช่สัญญาณจาก AvaTrade นะครับ
- บัญชีทดลอง: AvaTrade มีบัญชี Demo ให้ใช้งานฟรีแบบไม่จำกัด เพื่อให้คุณฝึกฝนการเทรดด้วยเงินจำลองก่อนที่จะตัดสินใจใช้เงินจริงครับ
ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับแพลตฟอร์มเทรดของ AvaTrade
เนื่องจาก AvaTrade มีแพลตฟอร์มเทรดแกนหลักอย่าง MT4 และ MT5 ร่วมกับแพลตฟอร์มเทรดของโบรกเกอร์เอง ทำให้เทรดเดอร์ชาวไทยส่วนใหญ่สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัวและคุ้นชิน ในขณะที่การขาดแพลตฟอร์มอย่าง Tradingview และ cTrader ก็อาจทำให้เทรดเดอร์สายกราฟและผู้ที่เน้นความเร็วในการเทรดบางส่วนได้รับความไม่สะดวกอยู่บ้าง ผมจึงให้คะแนนในส่วนนี้อยู่ที่ 7/10 ครับ

Avatrade ปลอดภัยหรือไม่
แม้ AvaTrade จะเป็นโบรกเกอร์ที่มีประวัติการดำเนินการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2006 และมีใบอนุญาตจากหน่วยงานชั้นนำหลายแห่ง แต่ทีมงาน Brokersthai ของเราก็ยังคงให้ความสำคัญกับการประเมิณความปลอดภัยทั้งสามด้าน นั่นก็คือ การกำกับดูแล ชื่อเสียง และรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ได้จะตรงไปตรงมาและเป็นประโยชน์กับคุณมากที่สุดครับ

การกำกับดูแล
เทรดเดอร์ชาวไทยที่ใช้ AvaTrade จะได้รับการดูแลภายใต้หน่วยงานที่กำกับดูแล BVI FSC (Ava Trade Markets Ltd, ใบอนุญาต SIBA/L/13/1049) ซึ่งจัดเป็นใบอนุญาตแบบ offshore ที่อาจจะไม่ได้ให้ความคุ้มครองที่เข้มงวดนัก เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงาน Teir1 อย่าง ASIC
นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ เนื่องจากทาง ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ได้ให้การรับรองโบรกเกอร์ใดในไทย รวมถึงยังไม่ได้นับรวมฟอเร็กซ์เป็นกิจกรรมการลงทุนที่ปลอดภัยในไทย ทำคุณไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่มีโครงการชดเชยนักลงทุนเหมือนที่หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปและสหราชอาณาจักรมีให้
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการที่ AvaTrade ได้รับใบอนุญาตจาก BVI FSC และหน่วยงานทางการเงินระดับ Tier-1 อีกหลายแห่งก็เป็นสิ่งที่สะท้อนมาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐานได้ไม่น้อย รวมทั้งการที่ AvaTrade สมัครใจใช้มาตรการป้องกันยอดเงินติดลบกับหน่วยงานทุกแห่งของบริษัท รวมถึงหน่วยงาน BVI แม้ว่า BVI FSC จะไม่ได้กำหนดไว้ก็ตาม ก็ช่วยให้ผู้งานรู้สึกอุ่นใจได้ไม่น้อยเลยครับ
ชื่อเสียง
นับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน AvaTrade ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผมไม่พบว่ามีรายงานในเชิงลบที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องหรือการบังคับใช้กฎระเบียบที่รุนแรจากหน่วยงานกำกับดูแลหลัก
เมื่อดูความนิยมบนอินเตอร์เน็ตจะพบว่า AvaTrade ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งาน โดยถูกใช้เป็นคำค้นหามากถึง 480 ครั้ง ต่อเดือน จัดอยู่ในอันดับที่ 28 ของโบรกเกอร์ที่มีการค้นหามากที่สุดในไทย (ข้อมูลจาก google ณ ปี 2025) และเมื่อดูข้อมูลการค้นหาในระดับโลก พวกเขาอยู่ที่อันดับ 27 จากสถิติการค้นหาทั้งหมด 74,000 ครั้งต่อเดือน ในปี 2026
รีวิว
เพื่อประเมิณรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ผมพบว่า AvaTrade มีคะแนนรีวิวบน Trustpilot สูงถึงถึง 4.8/5 จากการ ด้วยรีวิวที่มากกว่า 12,000 รายการ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี และอาจจะตีความหมายได้ว่าโบรกเกอร์รายนี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเทรดเดอร์ทั่วโลก ซึ่งรีวิวในเชิงบวกส่วนใหญ่มักจะกล่าวถึงแพลตฟอร์มการเทรดที่ใช้งานง่ายและการบริการลูกค้าของบริษัทที่ได้มาตรฐาน

ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AvaTrade
สำหรับผมแล้ว ผมให้คะแนนความปลอดภัยของ AvaTrade อยู่ที่ 8.0 เต็ม 10 เนื่องจากพวกเขาได้รับการกำกับดูแลจากทั้งหน่วยงาน Teir1 และมีหน่วยงาน offshore ที่ครอบคลุมลูกค้าชาวไทยด้วย อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังจำเป็นต้องหักคะแนนบางส่วนออก เนื่องจากพวกเขายังขาดการกำกับดูแลจากหน่วยงานสำคัญในประเทศไทยครับ

การฝากและถอนเงิน
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือการฝากและถอนเงินกับ AvaTrade ซึ่งผมพบว่าช่องทางการชำระเงินของที่นี่ค่อนข้างสะดวกสำหรับชาวไทยไม่น้อย เพราะคุณสามารถเลือกฝากผ่านพร้อมเพย์ได้เลย โดยมียอดฝากขั้นต่ำอยู่ที่ 100 USD หรือเทียบเท่าในสกุลเงินอื่นที่คุณเลือกใช้สำหรับบัญชีเทรดของคุณ
สกุลเงินหลักของบัญชี AvaTrade
หลังจากที่คุณเปิดบัญชีหน้าต่างอัตโนมัติจะแนะนำให้คุณตั้งค่าสกุลเงินหลักของบัญชีครับ ซึ่งเงินบาท (THB) ไม่ได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่พวกเขามีให้
เทรดเดอร์รายย่อยในไทยจะมีตัวเลือก 4 สกุลเงิน ซึ่งได้แก่ USD, EUR, GBP และ CHF ซึ่งผมขอแนะนำให้ใช้ USD เป็นสกุลเงินหลักดีกว่าเพื่อลดการเปลี่ยนสกุลเงินไปมาเมื่อต้องฝาก เทรด และถอนเงินครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือ ผมได้ทดลองฝากเงิน 100 USD ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักของบัญชีที่ผมเลือกใช้ ผมฝากผ่านช่องทางพร้อมเพย์ของไทยใน (ใช้เงินบาทฝาก) และผลปรากฎว่ายอดเงินปรับแทบจะทันทีหลังจากยืนยันการฝากเงิน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการฝากหรือค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเพิ่มเพิ่ม รวมทั้งเรทการแลกเปลี่ยนก็ไม่ได้แย่ หากอ้างอิงจาก google rate ผมน่าจะต้องใช้เงินประมาณ 3,330.15 บาท

การฝากเงินและค่าธรรมเนียม
จากประสบการณ์ของผม AvaTrade จะแบ่งประเภทการฝากเงินออกเป็นสองรูปแบบ นั่นคือการฝากเงินออนไลน์และการโอนเงินผ่าน Wire transfer ซึ่งทั้งสองแบบจะไม่มีค่าธรรมเนียมฝาก และมีรายละเอียดดังนี้ครับ
1. การฝากเงินออนไลน์
- Thai QR Payment (พร้อมเพย์) กำหนดยอดฝากขั้นต่ำ 100 USD
- ฝากเงินออนไลน์ผ่านธนาคารในไทย กำหนดยอดฝากขั้นต่ำ 100 USD
- บัตร Visa/Master กำหนดยอดฝากขั้นต่ำ 100 USD
- Skrill กำหนดยอดฝากขั้นต่ำ 500 USD
- E-Money² (ชำระด้วย USDT) กำหนดยอดฝากขั้นต่ำ 100 USD

2. Wire transfer ผ่านธนาคารชั้นนำ เช่น J.P.Morgan, Natwest และ Standard Chartered โดยช่องทางนี้กำหนดเงินฝากขั้นต่ำที่ $100/€100/£100 แม้จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจาก AvaTrade แต่คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอน ซึ่งขึ้นอยู่กับธนาคารผู้ให้บริการของคุณครับ
เมื่อทดสอบด้วยการฝากเงินจริง ผมพบว่าช่องทางที่เลือกใช้แทบจะไม่มีผลต่อระยะเวลาการปรับเงิน ยกเว้นการฝากแบบ Wire Transfer ที่จะใช้เวลา 3 – 7 วันทำการ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะเทรดเดอร์ไทยหลายคนประสบปัญหาการปรับยอดเงินฝากที่ล่าช้าเสมอเมื่อเราเลือกใช้เงินบาทในการฝากเงิน
การถอนเงินและค่าธรรมเนียม
สำหรับการถอน โบรกเกอร์กำหนดให้คุณต้องใช้ช่องทางเดียวกันกับที่คุณฝากเงินเข้ามา เช่น ถ้าคุณฝากผ่านการโอนเงินออนไลน์ก็จะต้องดำเนินการถอนเงินผ่านการโอนเงินออนไลน์เช่นกัน โดยการถอนเงินทุกช่องทางจะไม่มีค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์ แต่อาจจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน 0.5% หากมีการโอนเงินจากบัญชี USD หรือ EUR กลับเข้าสู่บัญชีธนาคารที่เป็นเงินบาท (THB) ซึ่งผมแนะนำให้คุณตรวจสอบกับโบรกเกอร์อีกครั้งครับ
ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับการฝากถอนเงินที่ AvaTrade
โดยรวมแล้ว AvaTrade ทำได้ดีไม่น้อยในแง่ความพร้อมในการฝากและถอนเงินสำหรับเทรดเดอร์ชาวไทย คุณสามารถเลือกฝากถอนได้หลายช่องทางโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ที่สำคัญคือฝากด้วยเงินบาทของคุณได้เลย แม้จะต้องไปเปลี่ยนเป็นเงินสกุลพื้นฐานอื่น ๆ ที่คุณเลือกใช้ก็ตาม แต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือเงินฝากขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูงถึง 100 USD ครับ

ตลาดการเงินที่รองรับ
ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ที่มองหาตลาดการเงินขั้นพื้นฐาน ผมคิดว่า AvaTrade เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ พวกเขามีตราสารรวมมากกว่า 250 รายการ แม้ตัวเลขนี้จะไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็ครอบคลุมตราสารที่เป็นที่นิยมและมีสภาพคล่องสูงในหลาย ๆ กลุ่ม ได้แก่
- คู่เงิน Forex มากกว่า 53 คู่เงิน ซึ่งรวมถึงคู่เงินหลัก, คู่เงินรอง และคู่เงินแปลก Exotics
- ดัชนี ให้บริการในรูปแบบ CFD จากตลาดหุ้นหลักระดับโลก 36 รายการ เช่น US500, GERMANY_40, UK_100
- สินค้าโภคภัณฑ์ คุณสามารถเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ได้ 19 รายการ รวมถึงทองคำ, เงิน, น้ำมันดิบ, ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าโภคภัณฑ์ประเภท Soft เช่น ข้าวโพด และข้าวสาลี
- หุ้น ให้ในรูปแบบ CFD ประกอบด้วยหุ้นรายตัวกว่า 613 ตัว และ ETF 67 รายการ เช่น Tesla, Amazon และ iShares MSCI Emerging Markets Index ETF แต่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้เปิดให้เทรดได้บนแพลตฟอร์ม MT5 เท่านั้น
- คริปโตเคอร์เรนซี อยู่ในรูปแบบ CFD โดยมีเหรียญทั้งหมด 19 เหรียญ ตั้งแต่ Bitcoin และ Ethereum ไปจนถึง ดัชนี CRYPTO10
- พันธบัตร อยู่ในรูปแบบ CFD ตัวอย่างเช่น US 10-Year Treasury Note, Euro Bund และ UK Gilt
- ออปชัน ในรูปแบบคู่เงิน Forex ทั้งหมด 48 คู่ที่สามารถเทรดเป็นออปชันได้ (รวมถึงทองคำและเงินด้วย)
เลเวอเรจที่ใช้ได้บน AvaTrade
เนื่องจากเทรดเดอร์ชาวไทยได้รับการดูแลภายใต้ BVI FSC (Ava Trade Markets Ltd ทำให้เลเวอเรจสำหรับลูกค้ารายย่อยที่ได้รับจะสูงกว่าลูกค้าที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองจากหน่วยงาน Teir 1 โดยเลเวอเรจสูงสุดจะอยู่ที่ 1:400 สำหรับการเทรดฟอเร็กซ์คู่หลัก, 1:200 สำหรับดัชนีหลัก, 1:200 สำหรับทองคำ, 1:100 สำหรับน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ, 1:100 สำหรับหุ้น และ 1:25 สำหรับ Bitcoin
แต่หากคุณต้องการทำการเทรดออปชันผ่าน AvaOptions เลเวอเรจจะอยู่ที่สูงสุด 1:100 ซึ่งต่ำกว่าเลเวอเรจที่มีให้บริการสำหรับการเทรด Spot Forex ดังตารางด้านล่างนี้
| ผลิตภัณฑ์ | เลเวอเรจสูงสุด |
|---|---|
| ฟอเร็กซ์ | 1:400 |
| ดัชนีหุ้น | 1:200 |
| สินค้าโภคภัณฑ์ (ทองคำ, เงิน, ฯลฯ) | 1:200 |
| น้ำมัน | 1:100 |
| หุ้น CFD | 1:10 |
| พันธบัตร | 1:100 |
| ETF | 1:20 |
| FX Options (AvaOptions) | 1:100 |
| คริปโต CFD | BTC: 1:25 • ETH: 1:20 • คริปโตอื่นๆ: 1:5 |
สิ่งหนึ่งที่คุณควรตระหนักเสมอคือ เลเวอเรจที่สูงเช่นนี้อาจช่วยขยายกำไรที่คุณอาจได้รับ แต่มันอาจทำให้โอกาสขาดทุนของคุณสูงขึ้นมากด้วยครับ
ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับตลาดการเงินที่ AvaTrade
ผมให้คะแนนความสมบูรณ์ของตลาดการเงินของ AvaTrade อยู่ที่ 8.0 เต็ม 10 เนื่องจากพวกเขาครอบคลุมสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสุดส่วนใหญ่ แต่ยังขาดความหลากหลายในภาพรวม ซึ่งผมคาดหวังว่าพวกเขาจะเพิ่มคู่เงิน Exotic pairs และเพิ่มจำนวนตราสารให้มากขึ้นในอนาคตครับ

ฝ่ายบริการลูกค้า
หากจะพูดถึงช่องทางการติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า ผมคิดว่า AvaTrade ทำได้ดีตามมาตรฐานของโบรกเกอร์ โดยคุณสามารถติดต่อพวกเขาได้หลายช่องทาง รวมถึงไลฟ์แชท, โทรศัพท์, อีเมล และ WhatsApp ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันทำการ แต่ช่องทางเหล่านี้มักจะเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเสียมากกว่า
ผมได้ลองใช้ช่องทางไลฟ์แชทเพื่อขอปรึกษาเกี่ยวกับการคำนวณค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามคืน ของสัญญา CFD ซึ่งผลปรากฎว่าต้องใช้เวลารอพอสมควร ส่วนการตอบคำถามก็ค่อนข้างละเอียดในภาษาอังกฤษ แต่เมื่อลองแชทเป็นภาษาไทยก็พบปัญหาในการสื่อสารอยู่ไม่น้อย
ดังนั้น ผมจึงเลือกตอบกลับอีเมลที่ผมได้รับหลังจากสมัครสมาชิกไป และผลออกมาน่าประทับใจมาก เพราะผู้จัดการบัญชีชาวไทยของผมสามารถตอบคำถามได้อย่างละเอียดและตอบอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะถามคำถามยาวหรือสั้นก็ตาม

ความยากง่ายในการเปิดบัญชีเทรด
สำหรับผมแล้วการเปิดบัญชีเทรดที่ AvaTrade เป็นไปอย่างราบรื่นครับ หลังจากกรอกอีเมลและรหัสผ่านที่ต้องการใช้งานเสร็จ หน้าจอจะพาคุณไปตั้งค่าบัญชีเบื้องต้น เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ สกุลเงินพื้นฐานที่ต้องการใช้งาน แพลตฟอร์มและบัญชีเทรดที่ต้องการใช้
สิ่งที่ผมประทับใจคือพวกเขามีคำถามสั้น ๆ ประมาณ 5 ข้อให้เลือกตอบเพื่อประเมิณสไตล์การลงทุนของคุณด้วย และหลังจากคุณลงทะเบียนเสร็จ คุณจะได้รับอีเมลติดต่อจากเจ้าหน้าที่ชาวไทยเพื่อช่วยในการอัปโหลดเอกสารและตั้งค่าบัญชีทันที

ขั้นตอนต่อมาคือการอัพโหลดเอกสารเพื่อเข้าถึงการใช้งานทั้งหมด รวมไปถึงการถอนเงิน โดยหลัก ๆ แล้วพวกเขาต้องการเพียงบัตรประจำตัวประชาชน และใบเรียกเก็บค่าบริการสาธารณูปโภคที่คุณสามารถใช้งานใบขับขี่แทนได้ แต่เอกสารทั้งหมดต้องมีที่อยู่ในประเทศไทยที่เดียวกันกับที่คุณลงทะเบียนไว้

ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับฝ่ายบริการลูกค้าของ AvaTrade
โบรกเกอร์ AvaTrade มีฝ่ายสนับสนุนลูกค้าที่ครบครัน รองรับการให้บริการในหลายภาษ รวมถึงภาษาไทย ลูกค้าสามารถติดต่อได้หลายช่องทาง เช่น ไลฟ์แชท, โทรศัพท์ และอีเมล อย่างไรก็ตาม จุดที่บริษัทเสียคะแนนคือพวกเขาไม่มีเบอร์โทรศัพท์เฉพาะสำหรับลูกค้าไทย ซึ่งผมคิดว่ามันจะมีประโยชน์และทำให้การขอรับความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าเดิมมาก ดังนั้นผมจึงให้คะแนนในส่วนนี้เพียง 6/10 เท่านั้นครับ
พอร์ทัลการเรียนรู้และการวิจัย
หากพิจารณาจากหน้าเว็บไซต์หลัก AvaTrade มีเพียงหน้า “การเรียนรู้การเทรด” ซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับประเภทคำสั่งและข้อมูลการเทรดสำหรับเทรดเดอร์ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับกลาง และระดับสูง แม้จะมีการอัพเดทเรื่อย ๆ แต่เนื้อหาอาจยังไม่พอสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนทักษะเท่าใดนัก

แต่เมื่อเข้าไปที่พอร์ทัลลูกค้า คุณจะพบกับสองส่วนที่สำคัญซึ่งผมคิดว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับมือใหม่หัดเทรด โดยส่วนแรกคือ Tutorials ซึ่งเป็นวีดีโอสั้น ๆ ที่จะสอนคุณตั้งแต่การตั้งค่าบัญชี เริ่มเทรด ไปจนถึงการค้นหาสัญญาณและข่าวสารต่าง ๆ

และส่วนที่สองที่ผมเข้าไปดูบ่อย ๆ คือ ส่วนของสัญญาณ ซึ่งเป็นข้อมูลจาก Trading Central ที่นี่คุณจะสามารถสัญญาณจากสินทรัพย์ได้แทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ น้ำมันดิบ คู่เงินฟอเร็กซ์ หรือแม้กระทั่งดัชนี ทำให้คุณมีไอเดียและเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ก่อนที่จะวางคำสั่งซื้อขายของคุณครับ

ความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับพอร์ทัลการเรียนรู้ AvaTrade
หากพิจารณาเฉพาะความพร้อมสำหรับเทรดเดอร์ชาวไทย ผมคิดว่าพอร์ทัลการเรียนรู้และเครื่องมือการวิเคราะห์ของ AvaTrade ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พัฒนาได้อีกครับ การเพิ่มเนื้อหาในภาษาไทย เพิ่มเครื่องมือ เพิ่มเว็บบินาร์จะช่วยให้สมาชิกสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงมากขึ้น และผมหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนนี้ในอนาคตครับ
บทสรุป AvaTrade ดีไหม ?
สรุปภาพรวมจากมุมมองการใช้งานจริง AvaTrade เป็นโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้ในเรื่องความเสถียรของแพลตฟอร์มและเครื่องมือเทรดที่ครบเครื่องสำหรับทุกระดับประสบการณ์ครับ ส่วนตัวผมชอบที่เขามีทั้งแพลตฟอร์มของตัวเองอย่าง AvaTradeGO กับ AvaSocial และยังให้ใช้ชุดโปรแกรมยอดนิยมอย่าง MetaTrader ได้ด้วย ซึ่งตอบโจทย์ทั้งสายเทรดมือเองและสายก๊อปปี้เทรด
ในด้านต้นทุนค่าสเปรดคู่ EUR/USD เฉลี่ยอยู่ที่ 0.9 pips ซึ่งถือว่าอยู่ในมาตรฐานโบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชัน แต่จุดที่ผมมองว่ายังเป็นปัญหาคือฝ่ายบริการลูกค้าที่อาจจะติดต่อยากหน่อย เพราะเจ้าหน้าที่คนไทยจริง ๆ จะให้บริการผ่านอีเมลเท่านั้น และยังมีประเด็นเรื่องจำนวนสินทรัพย์ที่ยังน้อยกว่าโบรกเกอร์ forex เจ้าใหญ่ในอุตสาหกรรมอยู่มาก และด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ผมให้คะแนนรวมสำหรับ AvaTrade อยู่ที่ 60/100 ครับ
คำถามที่พบบ่อย
AvaTrade รองรับลูกค้าในประเทศไทยหรือไม่?
รองรับ คุณสามารถเปิดบัญชีและใช้งาน AvaTrade ได้ รวมถึงฝากถอนเงินผ่านช่องทางที่รองรับในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าในไทยจะเปิดบัญชีกับนิติบุคคลที่ดูแลโดยหน่วยงานนอกชายฝั่ง ทำให้ความเข้มงวดและการคุ้มครองที่ได้รับไม่สามารถเทียบกับหน่วยงานชั้นนำได้ และโบรกเกอร์นี้ก็ยังไม่ได้รับรองโดยหน่วยงานในไทย ทำให้คุณควรตรวจสอบและประเมิณความเสี่ยงให้รอบครอบก่อนตัดสินใจ
AvaTrade รองรับแพลตฟอร์มอะไรบ้าง?
AvaTrade รองรับแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 (MT4), MetaTrader 5 (MT5), AvaTrade WebTrader และแอป AvaTradeGO นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Copy Trading อย่าง AvaSocial และ DupliTrade อีกด้วย
AvaTrade มีบัญชีทดลองหรือไม่?
มี คุณสามารถใช้งานบัญชีทดลองเทรดของ AvaTrade ได้หลังจากสมัครใช้งานเสร็จ โดยไม่ผ่านขั้นตอนส่งเอกสารยืนยันตัวตน
อย่างไรก็ตามคุณจำเป็นต้องเลือกก่อนว่าต้องการใช้บัญชีทดลองเทรดบนแพลตฟอร์มใด หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้ว ระบบจะส่งล็อกอินให้คุณทางอีเมล เมื่อเข้าใช้งานจริงคุณจะพบมีเงินเสมือนสำหรับฝึกเทรด และกราฟราคาตลาดแบบเรีบลไทม์ เพื่อให้คุณฝึกเทรดและพัฒนาทักษะการเทรดของคุณ
AvaTrade รองรับ Copy Trading หรือไม่?
รองรับ คุณสามารถใช้ Expert Advisors (EA) บน MT4 และ MT5 สำหรับการเทรดอัตโนมัติ รวมถึงสามารถคัดลอกการเทรดผ่าน AvaSocial และ DupliTrade ได้โดยตรง
AvaTrade เหมาะกับใคร?
AvaTrade เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่จนถึงเทรดเดอร์ประสบการณ์สูง โดยเน้นไปที่ผู้ที่ต้องการใช้งาน MT4 หรือ MT5 พร้อมเครื่องมือช่วยเทรดเป็นหลัก แต่โบรกเกอร์นี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงตราสารที่หลากหลาย เพราะจำนวนที่รองรับยังอยู่แค่หลักสองร้อยกว่า ๆ ซึ่งถือว่าน้อยถ้าเทียบกับโบรกเกอร์รายใหญ่
เกี่ยวกับรีวิว AvaTrade
รีวิว AvaTrade ของเราจัดทำขึ้นตามแนวทางการประเมินโบรกเกอร์ของทีม BrokersThai ซึ่งให้ความสำคัญกับข้อมูลเชิงตัวเลข การทดสอบการใช้งานจริง และการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการ มากกว่าการอ้างอิงข้อมูลทางการตลาดเพียงอย่างเดียว
เราพยายามอย่างยิ่งที่จะประเมินให้รอบด้านจากบัญชีเทรดจริง โดยเฉพาะค่าธรรมเนียม แพลตฟอร์มการเทรด ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย ความเสถียรของระบบ เครื่องมือบริหารความเสี่ยง ประเภทบัญชี ผลิตภัณฑ์ที่รองรับ ช่องทางการฝากถอนเงิน การกำกับดูแลโดยหน่วยงานกำกับดูแล และคุณภาพของฝ่ายบริการลูกค้า เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและสมดุลในทุกมิติ
ทางเลือกแทน AvaTrade
ถ้า AvaTrade ยังไม่ตอบโจทย์รูปแบบการเทรดของคุณ ผมขอแนะนำโบรกเกอร์ CFD ที่ผ่านการรีวิวจากทีมงาน Brokersthai ของเรา ด้านล่างนี้เลยครับ









































Justin Grossbard
Justin เริ่มต้นเทรดตั้งแต่ปี 1998 และได้นั่งตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้งของ CompareForexBrokers เมื่อปี 2014 และ BrokersThai เมื่อปี 2026 ในหลายปีนี้ Justin ได้เผยแพร่บทความทางการเงินมากกว่า 100 บทความ บน Forbes, Kiplinger ไปจนถึง Finance Magnates เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรีในสาขาวิชาพาณิชยศาสตร์ และมีบทบาทสำคัญในชุมชนฟินเทคมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนและการซื้อขาย ที่เผยแพร่เมื่อปี 2023 อีกด้วย
คำตัดสิน
ค่าธรรมเนียม
แพลตฟอร์มการซื้อขาย
ความปลอดภัย
การฝากเงินเข้าบัญชี
สินทรัพย์
บริการช่วยเหลือ
การวิจัยตลาด 






