Leverage คือ อะไร 2026 ใช้เลเวอเรจสูงเพิ่มกำไรได้จริงหรือ?
Leverage (เลเวอเรจ) คือ อัตราส่วนที่โบรกเกอร์ให้คุณเปิดสถานะซื้อขายได้ใหญ่กว่าเงินทุนจริงในบัญชี เช่น เลเวอเรจ 1:500 หมายถึงเงิน $100 เปิดสถานะได้สูงสุด $50,000 โดยใช้มาร์จิ้นเป็นหลักประกัน ยิ่งเลเวอเรจสูง ทั้งกำไรและขาดทุนยิ่งถูกขยายมากขึ้น
ในบทความนี้ ผมจะอธิบายให้คุณเข้าใจว่าถึงหลักการและวิธีการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้
หัวข้อทั้งหมดในหน้านี้
- Leverage คือ? มุมมองการใช้งานสำหรับเทรดเดอร์ไทย
- เลเวอเรจนับเป็นการก่อหนี้หรือไม่
- เลเวอเรจทำงานอย่างไรในตลาด Forex
- ทำไม Leverage ถึงมีประโยชน์ในการเทรด Forex และ CFD?
- เลเวอเรจกับมาร์จิ้นสัมพันธ์กันอย่างไร
- เลเวอเรจสูงสุดของโบรกเกอร์ forex ที่คนไทยนิยมใช้ 2026
- ความเสี่ยงของการใช้เลเวอเรจสูง
- หน่วยงานการกำกับดูแลมีผลต่อการกำหนด Leverage อย่างไร?
- เลเวอเรจสูงผิดกฎหมายไทยหรือไม่?
- คำถามที่พบบ่อย
- สรุป: ควรใช้เลเวอเรจเท่าไหร่ดี
Leverage คือ? มุมมองการใช้งานสำหรับเทรดเดอร์ไทย
Leverage คือ เครื่องมือที่ถูกใช้ในการซื้อขายฟอเร็กซ์, สกุลเงินดิจิทัล, หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเรามักจะใช้ Leverage เพื่อทำการซื้อขายในปริมาณที่สูงกว่าทุนจริงที่มีอยู่ หรือหากจะพูดง่ายๆ การใช้ Leverage คือการยืมเงินจากโบรกเกอร์มาขยายความสามารถการซื้อขายนั่นเอง

เลเวอเรจนับเป็นการก่อหนี้หรือไม่
จากมุมมองของผม Justin Grossbard ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินจาก CompareForexBrokers ผมมองว่า ถึงแม้การใช้ Leverage นับเป็นการก่อหนี้ แต่มักใช้ในกรณีการสร้างหนี้เพื่อการลงทุน การใช้ Leverage ในการลงทุนเป็นอีกหนึ่งวิธีการเข้าถึงเงินทุนทางเลือก โดยใช้เงินทุนที่มีค้ำประกันกับโบรกเกอร์หรือผู้ให้บริการทางการเงิน เลเวอเรจสามารถช่วยในการจัดหาทุนเพื่อซื้อสินทรัพย์ เช่น สินค้าคงคลัง อุปกรณ์ หรือการลงทุนของนักลงทุนมือใหม่ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงการใช้เลเวอเรจเพื่อได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง นั่นหมายความว่า เรากำลังเข้าสู่การเป็นหนี้เพื่อให้ได้มาหรือแก้ไขความต้องการบางอย่าง
เลเวอเรจทำงานอย่างไรในตลาด Forex
ในโลกการลงทุน การเรียกใช้ Leverage เป็นการที่คุณกำลังจะกู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มผลตอบแทนของลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น, ฟอเร็กซ์, พันธบัตร, กองทุน, กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน, ออปชัน, สินค้าโภคภัณฑ์, สกุลเงินดิจิตอล หรือแม้กระทั่ง CFD (Contract for Difference)
Leverage ช่วยให้คุณเปิดตำแหน่งการซื้อขายที่เกินขีดจำกัดของยอดเงินในบัญชีของคุณได้ เพื่อเข้าถึง leverage คุณต้องมั่นใจว่าบัญชีการซื้อขายของคุณมีเงินทุนเพียงพอตามที่โบรกเกอร์ระบุ (หรือที่นิยมเรียกว่า “มาร์จิ้น”) คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาร์จิ้นได้ในบทความ “forex margin คืออะไร” ของเรา

ทำไม Leverage ถึงมีประโยชน์ในการเทรด Forex และ CFD?
ในตลาดฟอเร็กซ์และ CFD เรามักจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงของในระหว่างวันนั้นมีปริมาณที่น้อยกว่า 1% ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่น้อยนิดนี้ การทำกำไรที่มีนัยสำคัญจึงเป็นเรื่องยากหากคุณมีเงินทุนไม่มากพอ นี่คือเหตุผลที่โบรกเกอร์เสนอ leverage ให้กับเทรดเดอร์รายย่อย
ข้อได้เปรียบของการใช้ leverage เพื่อการลงทุนในฟอเร็กซ์และ CFD คือ เลเวอเรจช่วยเพิ่มกำลังซื้อและผลกำไรของคุณสามารถทำได้จากเงินทุนเพียงเล็กน้อยของคุณเอง อย่างไรก็ตาม leverage อาจเพิ่มผลกำไรจากเงินทุนที่น้อยได้ แต่มันก็สามารถเพิ่มโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน หากอัตราการแลกเปลี่ยนเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับการคาดการณ์ของคุณ โปรดอ่าน คู่มือเทรด forex ฉบับเต็ม สำหรับข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เลเวอเรจกับมาร์จิ้นสัมพันธ์กันอย่างไร
เลเวอเรจมักจะแสดงเป็นอัตราส่วนระหว่างจำนวนเงินที่คุณลงทุนและจำนวนเงินที่การลงทุนของคุณจะถูกขยาย โดยส่วนใหญ่แล้ว โบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุดในตลาดมักจะโฆษณาเลเวอเรจสูงสุดที่คุณสามารถใช้ในการเทรดได้ แต่สิ่งที่ผมอยากให้ลองสังเกตคือ บางโบรกเกอร์อาจมีข้อกำหนดมาร์จิ้นในการใช้งานเลเวอเรจนั้นๆ
Margin แตกต่างกับ Leverage อย่างไร
ในฐานะนักลงทุนมือใหม่คุณอาจสับสนระหว่าง มาร์จิ้น และ เลเวอเรจ ผมขออธิบายง่ายๆ ดังนี้
- Margin คือ เงินประกันที่คุณต้องมีในบัญชีการซื้อขายของคุณเพื่อเปิดตำแหน่งในการเทรดแต่ละรายการ
- ในขณะที่ Leverage คือ จำนวนเงินที่โบรกเกอร์จะให้ยืมสำหรับทุกๆ ดอลลาร์ที่คุณฝากเข้าไปในบัญชีการลงทุน
โดยเลเวอเรจจะแสดงเป็นอัตราส่วน แต่มาร์จิ้นจะถูกแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ที่ใช้ในการเทรด และรูปภาพด้านล่างแสดงตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเลเวอเรจและมาร์จิ้น

เครื่องคำนวณมาร์จิ้น
เครื่องคำนวณนี้นำขนาด Lot ขนาดสัญญา และราคาที่คุณกรอก มาคูณกัน แล้วหารด้วยเลเวอเรจ ผลลัพธ์อยู่ในหน่วยเดียวกับราคาที่พิมพ์เข้ามา ทำให้บัญชีที่ใช้สกุลเงินอื่นต้องแปลงผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้ ตัวเลขที่ได้มาจากค่าที่คุณใส่เอง ไม่ใช่ข้อมูลจากโบรกเกอร์รายใด และมาร์จิ้นที่โบรกเกอร์แต่ละแห่งกำหนดตามเลเวอเรจที่เสนอก็ต่างจากผลนี้ได้
มาร์จิ้นที่ต้องใช้ 1,000.00 หน่วยเดียวกับราคา
- มูลค่าสถานะ
- 100,000.00
- อัตรามาร์จิ้น
- 1.00%
เลเวอเรจสูงสุดของโบรกเกอร์ forex ที่คนไทยนิยมใช้ 2026
ตารางด้านล่างคือเพดานเลเวอเรจสูงสุดที่โบรกเกอร์แต่ละรายเผยแพร่ ซึ่งเราตรวจจากหน้าเว็บของโบรกเกอร์เองเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026
| โบรกเกอร์ | เลเวอเรจสูงสุด | ประเภทบัญชี / เงื่อนไข | ตรวจสอบเมื่อ |
|---|---|---|---|
| Exness | 1:ไม่จำกัด | เลเวอเรจไม่จำกัดของ Exness ไม่ได้ให้แก่ทุกคนโดยอัตโนมัติ ลูกค้าบัญชีจริงต้องมี equity ต่ำกว่า $5,000 มีออเดอร์ปิดแล้วอย่างน้อย 10 รายการ และมีปริมาณรวมอย่างน้อย 5 ล็อต หรือ 500 ล็อตในบัญชีเซนต์ นับรวมทุกบัญชีจริงใน Personal Area เดียว รองรับเฉพาะฟอเร็กซ์คู่หลักและคู่รอง รวมถึง DXY USDCNH HKDJPY USDHKD USDTHB และคู่โลหะ ทองคำ XAU กับเงิน XAG | 7 ต.ค. 2026 |
| FBS | 1:3000 | FBS เผยแพร่เพดานเลเวอเรจ forex สูงสุด 1:3000 สำหรับบัญชีที่มีอิควิตี้ 0 ถึง 199 USD หรือ EUR ตัวเลขนี้เป็นค่าที่เผยแพร่ในหน้าทางการเท่านั้น ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นที่ทุกบัญชีได้รับโดยอัตโนมัติ | 7 ต.ค. 2026 |
| XM | 1:1000 | XM เผยแพร่เพดานเลเวอเรจตามยอดเงินทุน ช่วง $5 ถึง $40,000 ได้สูงสุด 1:1000 ช่วง $40,001 ถึง $80,000 ได้ 1:500 ช่วง $80,001 ถึง $200,000 ได้ 1:200 และตั้งแต่ $200,000 ขึ้นไปได้ 1:100 หน้าช่วยเหลือภาษาไทยระบุพรมแดน $200,000 ทับกันระหว่างสองช่วงสุดท้าย ค่าที่ใช้จริงจึงต้องเช็กจากมาร์จิ้นตามสินทรัพย์ในบัญชีของคุณเสมอ | 7 ต.ค. 2026 |
| IC Markets | 1:5000 | IC Markets ให้เลเวอเรจสูงสุด 1:5000 เฉพาะคู่เงินหลักและรองบน MT4/MT5 ใน 25 ล็อตแรกของโพสิชัน โดยล็อตที่ 25 ถึง 50 ได้ 1:3000 ล็อตที่ 50 ถึง 100 ได้ 1:1000 และเกิน 100 ล็อตเหลือ 1:500 ส่วน cTrader และ TradingView มีเพดาน 1:1000 และช่วงข่าวแรงหรือสุดสัปดาห์ HMR จะลดเลเวอเรจเหลือ 1:200 ชั่วคราว ตามหน้าโบรกเกอร์ ณ 7 ตุลาคม 2026 | 7 ต.ค. 2026 |
| Tickmill | 1:1000 | Dynamic leverage ของ Tickmill ใช้ได้เฉพาะบน MT5 และ Tickmill Trader โดยคู่ฟอเร็กซ์ที่เลือกไว้ 2 ล็อตแรกและทองคำ 1 ล็อตแรกได้สูงสุด 1:1000 จากนั้นฟอเร็กซ์ 2.01 ถึง 200 ล็อตและทองคำ 1.01 ถึง 50 ล็อต ลดเหลือ 1:500 และชั้นที่ใหญ่กว่ายิ่งต่ำลงอีก การตั้งเลเวอเรจบัญชีต่ำลงบน MT5 จะเพิ่มมาร์จิ้นตามสัดส่วน ส่วน MT4 สูงสุด 1:500 ตาม FAQ ปัจจุบัน | 7 ต.ค. 2026 |
| BlackBull Markets | 1:500 | หน้าเปรียบเทียบบัญชีของ BlackBull ประกาศเลเวอเรจสูงสุด 1:1000 แต่การ์ดบนหน้าเดียวกันยังพิมพ์ 1:500 ซึ่งขัดกันเอง หน้าสเปคสัญญากำหนด EURUSD และโลหะไว้ 1:500 เมื่ออิควิตี้ไม่เกิน $200,000 โดยค่าที่ใช้ได้จริงคือค่าที่ต่ำกว่าระหว่างเพดานบัญชีกับเพดานรายสัญญา ส่วนดัชนี พลังงาน และคริปโตคงที่ 1:100 และอิควิตี้เกิน $200,000 ต่อรองตามวอลุ่ม | 7 ต.ค. 2026 |
| Eightcap | 1:500 | หน้า EURUSD ของ Eightcap แสดงเลเวอเรจสูงสุด 1:500 ณ 7 ตุลาคม 2026 แต่ป้าย Eightcap Global Limited ภายใต้ SYC ขัดกับหน้าเอกสารกฎหมายของโบรกเกอร์เองที่ระบุ Global Limited อยู่ในบาฮามาสใต้ SCB และ International Ltd อยู่ในเซเชลส์ ขั้นสมัครยังไม่เปิดเผยนิติบุคคลที่รับคุณ จึงต้องตรวจชื่อบริษัทในข้อตกลงก่อนจบการสมัคร | 7 ต.ค. 2026 |
| FP Markets | 1:500 | FP Markets เผยแพร่เลเวอเรจสูงสุด 1:500 ทั้งบัญชี Standard และบัญชี Raw บน MT4/MT5 ตามหน้าเปรียบเทียบบัญชีของบริษัท ตัวเลขนี้เป็นเพดานที่ประกาศไว้เท่านั้น ไม่ใช่ค่าที่ระบบกำหนดให้บัญชีโดยอัตโนมัติ | 7 ต.ค. 2026 |
| Pepperstone | 1:200 | Pepperstone คงเพดานลูกค้ารายย่อยไว้ที่ 1:200 กับคู่เงินหลัก โดยมาร์จิ้นแบ่งชั้นตามมูลค่าโพสิชัน ได้แก่ 0.5% จนถึง $20 ล้าน 1% ถึง $50 ล้าน และ 5% ถึง $200 ล้าน ส่วน 1:1000 เป็นเพดานลูกค้า Professional ที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น ใช้ได้ใน $1 ล้านแรกของโพสิชันฟอเร็กซ์หลัก ตามตารางมาร์จิ้นฉบับ 25 กันยายน 2026 ที่มีผล 19 กันยายน 2026 | 7 ต.ค. 2026 |
| FxPro | 1:ไม่จำกัด | หน้าเลเวอเรจภาษาไทยของ FxPro ประกาศเพดานแบบไม่จำกัดสำหรับ FX ทองคำ และ Bitcoin แต่เป็นค่าสูงสุดที่เผยแพร่ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นของทุกสินทรัพย์ เพราะลิมิตแบบไดนามิกลดเลเวอเรจตามปริมาณสัญญา และช่วงข่าวใช้มาร์จิ้นสูง FX 250 ทองคำ 200 | 7 ต.ค. 2026 |
| Mitrade | ไม่ได้ระบุ | ข้อตกลงฉบับเดือนกรกฎาคม 2026 ของ Mitrade Holding Ltd ระบุว่าบริษัทปรับเปลี่ยนเลเวอเรจและมาร์จิ้นของแต่ละสินทรัพย์ได้ แต่ข้อกำหนดที่ตรวจแล้วไม่ได้ระบุเพดานตัวเลขหรือค่าเริ่มต้นของบัญชีไทย ตัวเลขจากนิติบุคคลอื่นในกลุ่มจึงใช้แทนไม่ได้ และยังไม่มีการทดสอบค่าจริงจากบัญชีเพื่อยืนยัน | 7 ต.ค. 2026 |
ตัวเลขในตารางคือเพดานสูงสุดที่โบรกเกอร์เผยแพร่ไว้ ณ วันที่ระบุ ไม่ใช่ค่าเลเวอเรจที่กำหนดให้บัญชีของลูกค้าไทย
Eightcap เผยแพร่เพดานสูงสุด 1:500 ไว้ ส่วนค่าเริ่มต้นและค่าที่กำหนดให้บัญชีไทยจริงยังตรวจสอบไม่ได้
เลเวอเรจไม่จำกัดบนโดเมนไทยของ FxPro มีเงื่อนไขปริมาณการเทรดและ HMR ส่วนค่าที่กำหนดให้บัญชีไทยจริงยังตรวจสอบไม่ได้
ตัวเลขในคอลัมน์ “เลเวอเรจสูงสุด” คือเพดานสูงสุดที่โบรกเกอร์ประกาศไว้ ไม่ใช่ค่าที่บัญชีของคุณจะได้รับโดยอัตโนมัติ โบรกเกอร์รายเดียวกันมักกำหนดเพดานต่างกันตามประเภทบัญชี ตามสินทรัพย์ที่เทรด และตามนิติบุคคลที่รับลูกค้าในแต่ละประเทศ บางรายยังลดเลเวอเรจสูงสุดลงอัตโนมัติเมื่อเงินทุนในบัญชีเพิ่มขึ้น ดังนั้นตัวเลขอย่าง “1:2000” ที่ไม่ระบุประเภทบัญชีและสินทรัพย์จึงเป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ก่อนเปิดบัญชีควรตรวจสอบเงื่อนไขจริงกับโบรกเกอร์โดยตรงเสมอ
หมายเหตุ: ข้อกำหนดเลเวอเรจและมาร์จิ้นของโบรกเกอร์แต่ละรายอาจแตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วโบรกเกอร์จะเสนอเลเวอเรจสูงสุดที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของประเทศนั้นๆ ตารางด้านล่างแสดงเลเวอเรจสูงสุดที่สามารถใช้ได้
| เลเวอเรจ จาก Australia ASIC | เลเวอเรจ จาก UK FCA | เลเวอเรจ จาก Europe CySEC/BaFIN/ESMA | เลเวอเรจ จาก Dubai DFSA | เลเวอเรจ จาก Singapore MAS | |
|---|---|---|---|---|---|
| สูงสุดใน Forex - คู่หลัก | 1:30 | 1:30 | 1:30 | 3.3% margin | ยังไม่ยืนยัน |
| สูงสุดใน Forex - คู่รอง | 1:20 | 1:20 | 1:20 | 5% margin | ยังไม่ยืนยัน |
| สูงสุดในทองคำ | 1:20 | 1:20 | 1:20 | 5% margin | ยังไม่ยืนยัน |
| สูงสุดในสินค้าโภคภัณฑ์ - ที่ไม่ใช่ทองคำ | 1:10 | 1:10 | 1:10 | 10% margin | ยังไม่ยืนยัน |
| สูงสุดใน ดัชนีตัวหลัก | 1:20 | 1:20 | 1:20 | 5% margin | ยังไม่ยืนยัน |
| สูงสุดใน ดัชนีที่ไม่ตัวหลัก | 1:10 | 1:10 | 1:10 | 10% margin | ยังไม่ยืนยัน |
| สูงสุดใน CFD ของหุ้น | 1:5 | 1:5 | 1:5 | 20% margin | ยังไม่ยืนยัน |
| สูงสุดใน คริปโต | 1:2 | ไม่อนุญาต | 1:2 | 50% margin | ยังไม่ยืนยัน |
ตารางนี้ครอบคลุมเฉพาะขอบเขตผู้ค้ารายย่อยภายใต้แต่ละหน่วยงานกำกับดูแล โดยค่า DFSA ใน COB6.16.6 กำหนดมาร์จิ้นขั้นต่ำเป็น 3.3 เปอร์เซ็นต์สำหรับ FX คู่หลัก ซึ่งเราคงเป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่ประกาศ ไม่ปัดเศษเป็นอัตราส่วน
ค่ามาร์จิ้น DFSA อื่น ๆ ได้แก่ 5 เปอร์เซ็นต์สำหรับ FX คู่รอง ทองคำ ดัชนีหุ้นหลักและสินทรัพย์รัฐบาล 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับดัชนีรองและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น 50 เปอร์เซ็นต์สำหรับ Crypto Token และ 20 เปอร์เซ็นต์สำหรับสินทรัพย์อื่น ซึ่งหุ้น CFD ของ DFSA อยู่ในหมวดสินทรัพย์อื่นเว้นแต่มีหมวดที่ระบุไว้แยก
จากการอ่านคำสั่งทางการของ ASIC เมื่อ 11 ตุลาคม 2026 ซึ่งขยายเวลาไปถึง 23 พฤษภาคม 2027 กำหนดเพดาน 1:30 สำหรับ FX คู่หลัก 1:20 สำหรับ FX คู่รอง ทองคำ และดัชนีหลัก 1:10 สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์อื่นและดัชนีรอง 1:2 สำหรับคริปโต และ 1:5 สำหรับสินทรัพย์อื่น
FCA ตาม COBS 22.6.5 ปัจจุบันยังห้ามลูกค้ารีเทลซื้อขายอนุพันธ์คริปโต โดยมีเฉพาะ crypto ETN ที่ผ่านเกณฑ์ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แยกต่างหาก ส่วน ESMA กำหนดเพดานชุดเดียวกันตั้งแต่ 2018 และหน้า Risk Monitor ปี 2026 ระบุว่าทั้ง 27 ประเทศสมาชิกใช้เพดานถาวร
ส่วนค่าเลเวอเรจของ MAS ในตารางยังไม่ได้รับการยืนยันจากการตรวจครั้งนี้ จึงควรถือเป็นค่าที่ไม่ยืนยัน ไม่ใช่ขีดจำกัดเชิงกฎหมายที่พิสูจน์แล้ว
นอกจากการเลือกใช้ระบบเทรด forex ที่เหมาะสมแล้ว การเลือกใช้ leverage ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเลเวอเรจที่สูงกว่า 1:50 กำลังกลายเป็นเรื่องที่พบได้น้อยลงกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลโดยหน่วยงาน Tier-1 เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลประเภทนี้มีความเข้มงวดสูง และพยายามปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากการขาดทุนในจำนวนมาก ในขณะที่ คุณมักพบข้อเสนอเลเวอเรจที่สูงกว่าในโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากต่างประเทศ เช่น เบลีซ, เซเชลส์, วานูอาตู, และเบอร์มิวดา หรือโบรกเกอร์ที่ไม่มีการกำกับดูแล เนื่องจากโบรกเกอร์เหล่านี้มีกฎระเบียบที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินออมของนักลงทุนรายย่อยมากยิ่งขึ้น ด้านล่างนี้คือ อัตราส่วนเลเวอเรจที่นิยมใช้ในอดีต
- 1:50 (50:1): อัตราส่วนเลเวอเรจนี้ หมายความว่า ทุกๆ $1 มีในบัญชีการเทรด โบรกเกอร์จะให้เงินคุณในจำนวน $50 ดังนั้น การฝากเงิน $100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้ $5000 โดยอัตราส่วน 1:50 จะหมายถึงการกำหนดมาร์จิ้นที่ 2% ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีมาร์จิ้น $100 (สำหรับการเทรด $5000)
- 1:100 (100:1): อัตราส่วนเลเวอเรจนี้หมายความว่า ทุกๆ $1 ในบัญชีการเทรด โบรกเกอร์จะให้เงินคุณในจำนวน $100 ดังนั้น การฝากเงิน $100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้ $10,000 โดยอัตราส่วน 1:100 จะหมายถึงการกำหนดมาร์จิ้นที่ 1% ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีมาร์จิ้น $100 (สำหรับการเทรด $10,000)
- 1:200 (200:1): อัตราส่วนเลเวอเรจนี้หมายความว่า ทุกๆ $1 ในบัญชีการเทรด โบรกเกอร์จะให้เงินคุณในจำนวน$200 การฝากเงิน $100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้ $20,000 อัตราส่วน 1:200 จะหมายถึงการกำหนดมาร์จิ้นที่ 0.5% ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีมาร์จิ้น $100 (สำหรับการเทรด $20,000)
- 1:400 (400:1): อัตราส่วนเลเวอเรจนี้หมายความว่า ทุกๆ $1 ในบัญชีการเทรด โบรกเกอร์จะให้เงินคุณในจำนวน $400 การฝากเงิน $100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้ $40,000 อัตราส่วน 1:400 จะหมายถึงการกำหนดมาร์จิ้นที่ 0.25% ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีมาร์จิ้น $100 (สำหรับการเทรด $40,000)
ความเสี่ยงของการใช้เลเวอเรจสูง
แม้ว่า Leverage คือ ตัวช่วยที่มีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากมันสามารถทำให้คุณเทรดด้วยเงินทุนที่น้อยลงได้ และเพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนจากการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในช่วงเวลาสั้นๆ แต่คุณก็ต้องระวังข้อเสียของเลเวอเรจด้วย เพราะการเคลื่อนที่ในหน่วย pip เพียงไม่กี่จุด ในขณะที่คุณใช้เลเวอเรจสูงอาจทำให้คุณสูญเสียเงินมากกว่าที่คาดการณ์ได้

จากรูปภาพด้านบน คุณจะเห็นได้ชัดว่าทำไมเลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่มีความเสี่ยงและควรระมัดระวัง เนื่องจาก การขาดทุนที่มากขึ้น นั่นหมายถึงภาระหนี้ที่มากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น การใช้เลเวอเรจควรใช้ด้วยความรอบคอบและกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม เช่น กลยุทธ์การซื้อขายแบบ Carry trade ที่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การซื้อขายที่ช่วยให้เทรดเดอร์รายย่อยสามารถใช้ประโยชน์จากอัตราส่วนเลเวอเรจที่สูงได้
นอกจากนี้ คุณควรใช้เลเวอเรจควรคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่ดี ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์มืออาชีพมักจะเทรดด้วยเลเวอเรจที่ต่ำมาก โดยไม่สนใจว่าโบรกเกอร์จะเสนอเลเวอเรจเท่าใด เนื่องจาก เลเวอเรจที่ต่ำจะช่วยลดผลกระทบทางการเงิน เมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการเทรดหรือความผันผวนที่ไม่คาดคิดนั่นเอง
หน่วยงานการกำกับดูแลมีผลต่อการกำหนด Leverage อย่างไร?
หน่วยงานกำกับดูแล Tier1 ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Australian Securities Investment Commission (ASIC), FCA Regulated Brokers (FCA), ESMA (รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป เช่น BaFIN และ CySEC) มักจำกัดเลเวอเรจที่โบรกเกอร์สามารถเสนอให้กับนักลงทุนรายย่อยไว้ที่ 30:1 สำหรับคู่เงินหลัก (เช่น EUR/USD, USD/JPY, AUD/GBP) และ 20:1 สำหรับคู่เงินรองและสกุลเงินแปลกใหม่ เนื่องจากพวกเขาต้องใช้นโยบายที่เข้มงวดเพื่อปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากการขาดทุนครั้งใหญ่ที่เป็นผลมาจากการเลือกเลเวอเรจในจำนวนสูงเกินไป
ในขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลก็อาจอนุญาตให้เทรดเดอร์มืออาชีพสามารถเข้าถึงเลเวอเรจที่สูงกว่าได้ หากพวกเขาสามารถแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีคุณสมบัติตามข้อกำหนด 2 ข้อดังต่อไปนี้ (ข้อกำหนดเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานกำกับดูแลแต่ละแห่ง):
- เป็นเจ้าของหรือบริหารสินทรัพย์สุทธิที่สูงกว่าระดับที่กำหนด
- มีประสบการณ์การทำงานในบริการทางการเงินอย่างน้อย 1 ปี
- เคยทำการเทรดที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 ครั้งในปีที่ผ่านมา
Leverage คือ เครื่องมือที่ใช้ในการลดความเสี่ยงในการซื้อขายจริงหรือไม่?
เลเวอเรจสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการลงทุนของคุณได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงเหล่านี้ ด้วยการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงในการลงทุน ตัวอย่างของเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ได้แก่:
- Stop Loss: คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด
- Guaranteed Stop Loss: Stop Loss แบบรับประกันราคา ปิดที่ราคาที่ตั้งไว้แม้ตลาดกระโดดข้าม (มักมีค่าธรรมเนียม)
- Take Profit: คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อได้กำไรถึงเป้า
- Negative Balance Protection: การคุ้มครองไม่ให้ยอดในบัญชีติดลบเกินเงินฝาก โบรกเกอร์หลายแห่งมีให้กับลูกค้ารายย่อย
- Margin Call / Stop Out: การแจ้งเตือนและการบังคับปิดสถานะเมื่อมาร์จิ้นต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด
Stop Loss แบบปกติไม่ได้รับประกันราคาที่ตั้งไว้ เพราะ slippage ทำให้คำสั่งถูกปิดที่ราคาที่แย่กว่าจุดตั้งได้
Guaranteed Stop Loss ของผู้ให้บริการที่เสนอ จะรับประกันระดับราคาตามเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมที่ตกลงไว้ แต่ไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์จะมีตัวเลือกนี้ให้ใช้

เลเวอเรจสูงผิดกฎหมายไทยหรือไม่?
ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลของไทยที่ออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ forex เพดานเลเวอเรจที่คุณได้รับจึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลนิติบุคคลที่คุณเปิดบัญชีด้วย ไม่ใช่กฎหมายไทย โบรกเกอร์ที่ให้เลเวอเรจ 1:2000 และโบรกเกอร์ที่ให้ 1:30 มีสถานะทางกฎหมายในประเทศไทยเหมือนกัน เลเวอเรจสูงไม่ได้แปลว่าโบรกเกอร์ผิดกฎหมาย และเลเวอเรจต่ำไม่ได้แปลว่าคุณได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่รับลูกค้าไทยมักอยู่ภายใต้หน่วยงานนอกประเทศ เช่น เซเชลส์ มอริเชียส หรือเบลีซ ซึ่งอนุญาตเลเวอเรจสูงกว่าหน่วยงาน Tier-1 มาก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ forex ผิดกฎหมายหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
มือใหม่ควรใช้เลเวอเรจเท่าไหร่
มือใหม่ควรเริ่มที่เลเวอเรจต่ำ ประมาณ 1:10 ถึง 1:50 และฝึกกับบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่ก็ใช้เลเวอเรจต่ำกว่าเพดานที่โบรกเกอร์เสนอมาก เพราะสิ่งที่กำหนดความเสี่ยงจริงคือขนาดสถานะ ไม่ใช่ตัวเลขเลเวอเรจ
เลเวอเรจ 1:500 หรือ 1:2000 อันตรายไหม
ตัวอัตราส่วนเองไม่ได้อันตราย มันเป็นเพียงเครื่องมือ ความเสี่ยงเกิดจากขนาดสถานะเทียบกับเงินทุนในบัญชีของคุณ หากเปิดสถานะขนาดเล็กและตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง เลเวอเรจ 1:2000 ก็ไม่ได้เสี่ยงกว่า 1:100 สิ่งที่ควรมีคือ Stop Loss และ Negative Balance Protection
เปลี่ยนเลเวอเรจของบัญชีภายหลังได้ไหม
โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้คุณปรับเลเวอเรจได้เองในพอร์ทัลลูกค้า โดยตั้งค่าแยกตามแต่ละบัญชี บางรายจะลดเลเวอเรจสูงสุดลงอัตโนมัติเมื่อเงินทุนในบัญชีเพิ่มขึ้นถึงระดับที่กำหนด ควรตรวจสอบเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่คุณใช้โดยตรง
สรุป: ควรใช้เลเวอเรจเท่าไหร่ดี
แม้ leverage จะเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อน แต่โดยรวมแล้ว Leverage เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์ เพราะมันช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนของคุณ โดยการเพิ่มผลกำไรจากการเทรด ผ่านการช่วยให้คุณเข้าถึงเงินทุนที่มากขึ้นในขณะที่มีเงินฝากในบัญชีเทรดเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม คุณต้องจำไว้ว่าการใช้เลเวอเรจก็สามารถทำให้ขาดทุนในขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
ดังนั้น คุณควรประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และใช้ Leverage ในจำนวนที่จำเป็นเท่านั้น หรือหากยังไม่มั่นใจในการใช้งาน leverage คุณสามารถทดลองใช้บัญชีเดโมจากโบรกเกอร์เพื่อทดสอบกลยุทธ์ได้ฟรี ทั้งบนเดสก์ท็อปและแอพเทรด นอกจากนี้ยังควรใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงเข้าช่วย เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนของคุณจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง