Exness vs XM โบรกเกอร์ไหนดีกว่ากัน?
รีวิวโบรกเกอร์ของเราได้รับการสนับสนุนจากผู้อ่าน และเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อคุณคลิกไปยังเว็บไซต์พันธมิตร อ่านนโยบายการเผยแพร่โฆษณา
เราเปรียบเทียบ Exness กับ XM จากการทดสอบด้วยบัญชีจริง โดย Exness ได้คะแนนรวม 75/100 และ XM ได้ 83/100 หน้านี้เทียบค่าสเปรด แพลตฟอร์ม ประเภทบัญชี ใบอนุญาต และการฝากถอนผ่านธนาคารไทย เพื่อช่วยคุณเลือกโบรกเกอร์ที่ตรงกับสไตล์การเทรดของคุณ

Exness และ XM เป็นสองโบรกเกอร์ที่เทรดเดอร์ชาวไทยค้นหามากที่สุดในระดับใกล้เคียงกัน แต่จุดแข็งของทั้งคู่อยู่คนละด้าน จากรีวิวของเราเอง Exness ถูกกว่าในเรื่องต้นทุนการเทรด ส่วน XM ได้คะแนนสูงกว่าในเรื่องความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์การเทรด และบริการลูกค้า ตารางด้านล่างสรุปตัวเลขหลักที่ต่างกันจริง ก่อนที่เราจะลงรายละเอียดทีละหมวด
| หัวข้อ | Exness | XM |
|---|---|---|
| คะแนนรวมจากรีวิวของเรา | 75/100 | 83/100 |
| สเปรดเฉลี่ย EUR/USD บัญชี Standard | 0.8 pips | ราว 2.0 pips |
| บัญชีสเปรดต่ำสุดที่ลูกค้าไทยเปิดได้ | Raw Spread และ Zero เริ่มที่ 0.0 pips | Ultra Low ราว 1.1 pips |
| ค่าคอมมิชชัน | 3.50 ดอลลาร์ต่อล็อต ในบัญชีมืออาชีพ | ไม่มี ทุกบัญชีคิดสเปรดอย่างเดียว |
| เงินฝากขั้นต่ำ | 10 ดอลลาร์ | 5 ดอลลาร์ |
| จำนวนประเภทบัญชี | 5 ประเภท | 3 ประเภท |
| แพลตฟอร์ม | MT4, MT5, Exness Terminal, Exness Trade | MT4, MT5, แอป XM |
| หน่วยงานกำกับดูแลสำหรับลูกค้าไทย | FSA เซเชลส์ และหน่วยงานระดับ Tier 3 อื่น | FSC เบลีซ เลขที่ 8557558 |
| คะแนนความน่าเชื่อถือ | 4/10 | 9/10 |
1. สเปรดและค่าธรรมเนียมต่ำกว่า – Exness
ในคะแนนย่อยด้านต้นทุนการเทรด Exness ได้ 7.5 จาก 10 ขณะที่ XM ได้ 6 จาก 10 ตัวเลขนี้มาจากสเปรดที่เราวัดเองเป็นหลัก บัญชี Standard ของ Exness มีสเปรดเฉลี่ย EUR/USD อยู่ที่ 0.8 pips จากตารางการวัดของเรา ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 1.1 pips ส่วนบัญชี Standard ของ XM อยู่ที่ราว 2.0 pips ตามรีวิว XM ของเรา

สเปรดเฉลี่ย EUR/USD ของบัญชีที่ไม่คิดค่าคอมมิชชัน: Exness Standard 0.8 pips วัดจากตารางสเปรดของเรา เทียบกับ XM Ultra Low ราว 1.1 pips และ XM Standard ราว 2.0 pips ซึ่งเป็นค่าประมาณจากรีวิว XM ของเรา
ตัวเลขนี้ต้องอ่านให้ครบ XM ไม่ได้เผยแพร่ค่าสเปรดเฉลี่ยบนเว็บไซต์ของตัวเอง ตัวเลข 2.0 pips และ 1.1 pips จึงเป็นค่าประมาณจากการทดสอบและการรีวิวของเรา ไม่ใช่ตัวเลขที่โบรกเกอร์ประกาศ ขณะที่ 0.8 pips ของ Exness มาจากตารางสเปรดที่เราวัดและเผยแพร่เอง เมื่อเทียบบัญชีที่คิดค่าสเปรดอย่างเดียวเหมือนกันทั้งสามบัญชี ลำดับต้นทุนคือ Exness Standard ถูกที่สุด ตามด้วย XM Ultra Low แล้วจึงเป็น XM Standard
ถ้าเปิดไปถึงบัญชีมืออาชีพ ภาพจะกลับด้านในเชิงโครงสร้าง บัญชี Raw Spread และ Zero ของ Exness เริ่มต้นที่ 0.0 pips ในคู่เงินหลัก แต่คิดค่าคอมมิชชัน 3.50 ดอลลาร์ต่อล็อต ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 3.44 ดอลลาร์ ส่วน XM ไม่คิดค่าคอมมิชชันในทุกบัญชี Forex และไม่มีบัญชี XM Zero ให้ลูกค้าชาวไทยใช้ ดังนั้นถ้าคุณเทรดถี่และคำนวณต้นทุนรวมเป็น การจับคู่ Exness Raw Spread กับค่าคอมมิชชันมักจบที่ตัวเลขต่ำกว่า แต่ถ้าคุณอยากได้ต้นทุนที่คำนวณง่ายโดยไม่ต้องบวกค่าคอมมิชชัน XM Ultra Low ตอบโจทย์กว่า
ทั้งสองรายไม่คิดค่าธรรมเนียมฝากถอนในช่องทางหลัก และ XM ยังยกเว้นค่าสวอปข้ามคืนในบัญชี Ultra Low ซึ่งช่วยลดต้นทุนสำหรับคนที่ถือสถานะข้ามวัน
2. แพลตฟอร์มการเทรด
หมวดนี้ไม่มีผู้ชนะ ทั้ง Exness และ XM ได้คะแนนย่อยด้านแพลตฟอร์มการเทรดเท่ากันที่ 6 จาก 10 และทั้งคู่รองรับ MetaTrader 4 กับ MetaTrader 5 ซึ่งเป็นสองแพลตฟอร์มที่เทรดเดอร์ไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยอยู่แล้ว
ความต่างอยู่ที่ตัวเลือกนอกเหนือจาก MetaTrader ฝั่ง Exness มี Exness Terminal ซึ่งเป็นเทอร์มินัลบนเว็บ และแอป Exness Trade ของตัวเอง รวมเป็นสี่ทาง ส่วน XM มี MT4, MT5 และแอป XM ของตัวเอง รวมสามทาง ข้อสังเกตหนึ่งที่เราบันทึกไว้ในรีวิว XM คือความแตกต่างระหว่างบัญชีบางประเภทใช้ได้เฉพาะบนแพลตฟอร์ม MetaTrader เท่านั้น
ในทางปฏิบัติ ถ้าคุณเทรดผ่าน MT4 หรือ MT5 อยู่แล้ว การย้ายระหว่างสองโบรกเกอร์นี้แทบไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ คะแนนที่เท่ากันสะท้อนว่าทั้งคู่ทำได้ดีในระดับมาตรฐาน แต่ไม่มีรายไหนที่เราให้คะแนนแพลตฟอร์มโดดเด่นกว่ากันอย่างมีนัยสำคัญ
3. ประเภทบัญชีหลากหลายกว่า – Exness
Exness เปิดให้เลือกห้าประเภทบัญชี ได้แก่ Standard, Standard Cent, Pro, Raw Spread และ Zero โดยกลุ่มมาตรฐานสองตัวแรกเน้นผู้เริ่มต้น ส่วนสามตัวหลังเป็นกลุ่มมืออาชีพที่แนะนำเงินฝากขั้นต่ำ 200 ดอลลาร์ ทุกบัญชีรองรับทั้ง MT4 และ MT5
XM มีสามประเภท คือ Standard, Ultra Low และ Shares โดย Micro ไม่ใช่ประเภทบัญชีแยก แต่เป็นตัวเลือกขนาดล็อตภายใต้ Standard และ Ultra Low ข้อจำกัดที่เทรดเดอร์ไทยควรรู้คือ บัญชี XM Zero ไม่เปิดให้ลูกค้าที่อยู่ภายใต้เอนทิตี XM Global Limited ซึ่งเป็นเอนทิตีที่รองรับลูกค้าชาวไทย
ความต่างนี้สำคัญกับคนที่วางแผนจะขยับจากบัญชีเริ่มต้นไปบัญชีต้นทุนต่ำในภายหลัง เพราะกับ Exness คุณมีทางไปสามทางในบ้านเดียวกัน ส่วนกับ XM ทางเลือกต้นทุนต่ำสุดที่เปิดให้ลูกค้าไทยจริงคือ Ultra Low เพียงทางเดียว
4. ประสบการณ์การเทรดดีกว่า – XM
คะแนนย่อยด้านประสบการณ์การเทรดของ XM อยู่ที่ 9 จาก 10 ส่วน Exness อยู่ที่ 7 จาก 10 ซึ่งเป็นช่องว่างที่กว้างพอจะเห็นผลจริงในการใช้งานประจำวัน
สิ่งที่ดันคะแนน XM ขึ้นคือความสม่ำเสมอในการเติมเต็มคำสั่ง เราบันทึกไว้ในรีวิวว่า XM ไม่มีการรีโควตและการันตีการเติมเต็มคำสั่ง พร้อมกับรองรับบัญชีอิสลามและมีเครื่องมือการศึกษาที่ใช้งานได้จริง สำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม การเปิดบัญชีด้วยเงินจำนวนน้อยแล้วเทรดด้วยขนาดล็อตเล็กเป็นเส้นทางที่ตรงไปตรงมา
ฝั่ง Exness ก็มีจุดแข็งของตัวเองที่ผู้ใช้พูดถึงบ่อย โดยเฉพาะความเร็วในการดำเนินคำสั่งที่เทรดเดอร์สาย Scalper ให้คะแนนดี การถอนเงินที่เข้าเกือบทันที และบริการ VPS ฟรี แต่ในรีวิวของเราเองก็ระบุข้อเสียไว้ตรง ๆ ว่าสเปรดค่อนข้างสูงในผลิตภัณฑ์บางกลุ่ม และตัวเลือกตลาดการเงินค่อนข้างจำกัด สองข้อนี้คือเหตุผลหลักที่คะแนนหมวดนี้ตามหลัง XM อยู่สองแต้ม
5. ความน่าเชื่อถือและการกำกับดูแล – XM
นี่คือหมวดที่ห่างกันมากที่สุดในหน้านี้ คะแนนย่อยด้านความน่าเชื่อถือของ XM อยู่ที่ 9 จาก 10 ส่วน Exness อยู่ที่ 4 จาก 10 และเป็นสาเหตุหลักที่คะแนนรวมออกมา 83 ต่อ 75 ทั้งที่ Exness ถูกกว่าในเรื่องต้นทุน
ข้อเท็จจริงที่เทรดเดอร์ไทยควรอ่านให้ชัดคือ ทั้งสองรายให้บริการลูกค้าชาวไทยผ่านเอนทิตีที่อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลระดับ Tier 3 ไม่ใช่ Tier 1 ฝั่ง XM คือ XM Global Limited ภายใต้ FSC เบลีซ ใบอนุญาตเลขที่ 8557558 ส่วนใบอนุญาต CySEC ของ XM ครอบคลุมลูกค้าในสหภาพยุโรป และใบอนุญาต ASIC ไม่ครอบคลุมลูกค้าชาวไทย ฝั่ง Exness ถือใบอนุญาต Tier 1 จาก CySEC และ FCA เช่นกัน แต่ลูกค้าไทยอยู่ภายใต้กลุ่ม Tier 3 เช่น FSA เซเชลส์ และในรีวิวของเราระบุตรงว่า Exness ยังไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลระดับ Tier 1 อย่างที่ควรจะเป็น
สิ่งที่ทำให้คะแนนต่างกันจึงไม่ใช่การมีหรือไม่มีใบอนุญาต แต่เป็นน้ำหนักของโครงสร้างการกำกับดูแลโดยรวมและประวัติการดำเนินงานที่เราให้คะแนนในรีวิวแต่ละหน้า ในด้านความเห็นผู้ใช้ Exness มีคะแนน Trustpilot 4.7 จาก 5 จากรีวิว 29,959 รายการ ซึ่งสูง แต่ไม่ได้ชดเชยช่องว่างด้านโครงสร้างการกำกับดูแลในการให้คะแนนของเรา
6. ความนิยมในไทย
หมวดนี้เสมอกันจริง ข้อมูลปริมาณการค้นหาที่เราเก็บไว้ในรีวิวทั้งสองหน้าระบุว่าประเทศไทยค้นหาชื่อ Exness 110,000 ครั้งต่อเดือน และค้นหาชื่อ XM 110,000 ครั้งต่อเดือนเช่นกันในปี 2026 เราจึงไม่ประกาศผู้ชนะในหมวดนี้
ความต่างอยู่ที่ภาพรวมนอกประเทศไทยมากกว่า Exness มีฐานการค้นหาที่ใหญ่กว่าในอินเดียและอินโดนีเซียที่ระดับ 368,000 ครั้งต่อเดือนเท่ากันทั้งสองประเทศ ส่วน XM มีฐานใหญ่ในอินเดียที่ 301,000 ครั้งต่อเดือน และกระจายตัวไปทางญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และมาเลเซียมากกว่า
สำหรับการตัดสินใจของคุณ ตัวเลขความนิยมบอกได้แค่ว่ามีคนไทยใช้ทั้งสองรายในระดับใกล้เคียงกัน จึงหาข้อมูล รีวิว และกลุ่มผู้ใช้ภาษาไทยได้ไม่ยากทั้งคู่ แต่ความนิยมไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพหรือความปลอดภัย และไม่ควรใช้แทนสองหมวดก่อนหน้านี้
7. ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ – XM
คะแนนย่อยด้านความหลากหลายของตลาดของ XM อยู่ที่ 8.5 จาก 10 ส่วน Exness อยู่ที่ 8 จาก 10 ซึ่งเป็นช่องว่างที่แคบ แต่ตัวเลขเบื้องหลังต่างกันมากกว่าที่คะแนนบอก
XM นำขาดในกลุ่มหุ้นและดัชนี โดยมี CFD หุ้น 1,281 ตัว ดัชนีเงินสด 23 ตัว ดัชนีฟิวเจอร์ส 11 ตัว และดัชนีตามธีมอีก 10 ตัว พร้อมคริปโต 40 สกุล ส่วน Exness มี CFD หุ้น 98 ตัว คริปโต 34 สกุล โลหะ 10 ชนิด ดัชนี 10 ตัว และพลังงาน 3 ชนิด
แต่ในฝั่งคู่เงิน Exness กลับนำ โดยรองรับ Forex 96 คู่ในบัญชี Standard และ Pro และ 73 คู่ในบัญชี Raw Spread และ Zero ขณะที่ XM รองรับ 41 คู่ ดังนั้นถ้าคุณเทรดคู่เงินเป็นหลักโดยเฉพาะคู่รอง Exness ให้ทางเลือกมากกว่าเกือบเท่าตัว แต่ถ้าคุณอยากเทรดหุ้นรายตัวหรือดัชนีควบคู่ไปกับ Forex ในบัญชีเดียว XM คือฝั่งที่กว้างกว่ามาก
8. บริการลูกค้าดีกว่า – XM
XM ได้คะแนนเต็ม 10 จาก 10 ในหมวดบริการลูกค้า ส่วน Exness ได้ 8 จาก 10 ซึ่งก็ยังเป็นคะแนนที่ดี
จุดที่ XM ได้เปรียบคือการรองรับตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมทีมงานที่ตอบคำถามเชิงเทคนิคได้ และคลังเครื่องมือการศึกษาที่เราให้ความเห็นไว้ในรีวิวว่าใช้งานได้จริงสำหรับผู้เริ่มต้น
เราต้องบันทึกข้อขัดแย้งในข้อมูลของเราเองไว้ตรงนี้ด้วย รีวิว XM ระบุข้อเสียไว้ว่าเจ้าหน้าที่ตอบแชทช้าและไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสวนทางกับคะแนนเต็มในหมวดนี้ อ่านสองอย่างประกอบกันแล้ว ข้อสรุปที่ตรงกับข้อมูลที่สุดคือ XM ครอบคลุมช่องทางและเวลาให้บริการได้กว้างกว่า แต่คุณภาพของแชทสดเป็นจุดที่ผู้ใช้บางรายผิดหวัง ฝั่ง Exness ได้คำชมสม่ำเสมอในเรื่องการตอบกลับตรงเวลาและการฝากถอนที่รวดเร็ว ซึ่งสะท้อนอยู่ในคะแนน Trustpilot ของโบรกเกอร์
9. การฝากถอนผ่านธนาคารไทย
หมวดนี้ไม่มีผู้ชนะ เพราะข้อมูลที่เรามีในสองรีวิวไม่ได้วัดสิ่งเดียวกัน จึงเทียบตรงไม่ได้โดยไม่แต่งเรื่องขึ้นมา
รีวิว XM ระบุช่องทางไว้ละเอียดกว่า โดยรองรับการโอนผ่านธนาคารออนไลน์กับธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทหารไทยธนชาติ รวมถึง Skrill และการโอนผ่านธนาคารตั้งแต่ 200 ดอลลาร์ขึ้นไป โดยตัว XM ไม่คิดค่าธรรมเนียมในช่องทางเหล่านี้ แต่ค่าธรรมเนียมของธนาคารยังเป็นไปตามปกติ
รีวิว Exness ไม่ได้ระบุรายชื่อธนาคารไทยไว้เป็นรายการ แต่ระบุว่ามีตัวเลือกการฝากเงินหลากหลาย ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงในการฝากและถอน ไม่มีค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี และการถอนมักเสร็จภายในไม่กี่วินาที แม้บางกรณีอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง การที่รีวิวของเราไม่ได้ลงรายชื่อธนาคารไว้ไม่ได้แปลว่า Exness ไม่รองรับ เราจึงไม่ประกาศผู้ชนะจากข้อมูลที่ขาดอยู่ ถ้าช่องทางธนาคารเฉพาะรายเป็นเงื่อนไขตัดสินของคุณ ให้ตรวจสอบกับโบรกเกอร์โดยตรงก่อนเปิดบัญชี
10. เงินฝากขั้นต่ำต่ำกว่า – XM
XM เปิดบัญชี Forex ได้ทุกประเภทด้วยเงินฝากขั้นต่ำ 5 ดอลลาร์ ส่วน Exness เริ่มต้นที่ 10 ดอลลาร์ หรือราว 330 บาท สำหรับบัญชี Standard และ Standard Cent
ช่องว่างจะกว้างขึ้นมากเมื่อขยับไปบัญชีต้นทุนต่ำ บัญชีมืออาชีพทั้งสามประเภทของ Exness คือ Pro, Raw Spread และ Zero แนะนำเงินฝากขั้นต่ำ 200 ดอลลาร์ หรือราว 6,600 บาท ขณะที่ XM ให้คุณเข้าบัญชี Ultra Low ซึ่งเป็นบัญชีสเปรดต่ำสุดที่เปิดให้ลูกค้าไทย ด้วยเงินฝากขั้นต่ำเท่าเดิมที่ 5 ดอลลาร์
นี่คือจุดที่การเปรียบเทียบต้นทุนในหัวข้อแรกกลับมาบรรจบกับงบประมาณจริง ถ้าคุณมีเงินทุนเริ่มต้นต่ำกว่า 200 ดอลลาร์ สเปรด 0.0 pips ของ Exness ยังเอื้อมไม่ถึง และตัวเลือกที่เทียบได้จริงคือ Exness Standard ที่ 0.8 pips เทียบกับ XM Ultra Low ที่ราว 1.1 pips ซึ่งเป็นช่องว่างที่แคบกว่าตัวเลขพาดหัวมาก
สรุป: Exness หรือ XM โบรกเกอร์ไหนดีกว่า
จากสิบหมวดข้างต้น XM ชนะห้าหมวด Exness ชนะสองหมวด และเสมอกันสามหมวด ซึ่งตรงกับคะแนนรวมในรีวิวของเราที่ XM 83/100 และ Exness 75/100 ข้อสรุปสั้นที่สุดคือ Exness ถูกกว่า ส่วน XM ได้คะแนนความน่าเชื่อถือและบริการสูงกว่าอย่างชัดเจน
Exness เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่ให้น้ำหนักกับต้นทุนต่อคำสั่งมากที่สุด โดยเฉพาะเทรดเดอร์ที่เทรดถี่และคำนวณต้นทุนรวมเป็น สเปรด EUR/USD 0.8 pips ในบัญชี Standard และ 0.0 pips ในบัญชี Raw Spread พร้อมค่าคอมมิชชัน 3.50 ดอลลาร์ต่อล็อต เป็นโครงสร้างที่เอื้อกับสาย Scalping และเหมาะกับคนที่เทรดคู่เงินเป็นหลัก เพราะรองรับได้ถึง 96 คู่ ข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องยอมรับคือคะแนนความน่าเชื่อถือ 4 จาก 10 ในรีวิวของเรา และเงินฝาก 200 ดอลลาร์เพื่อเข้าถึงบัญชีต้นทุนต่ำ
XM เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่เริ่มต้นด้วยงบจำกัด และคนที่ให้น้ำหนักกับความน่าเชื่อถือมากกว่าส่วนต่างสเปรดหลักหนึ่งในสิบ pips เงินฝากขั้นต่ำ 5 ดอลลาร์ครอบคลุมทุกบัญชี Forex รวมถึง Ultra Low ที่สเปรดราว 1.1 pips โดยไม่มีค่าคอมมิชชัน คะแนนความน่าเชื่อถือ 9 จาก 10 ประสบการณ์การเทรด 9 จาก 10 และบริการลูกค้า 10 จาก 10 คือสามหมวดที่ทิ้งห่าง และถ้าคุณอยากเทรดหุ้นรายตัวหรือดัชนีควบคู่กับ Forex คลัง CFD หุ้น 1,281 ตัวคือข้อได้เปรียบที่ Exness ไม่มี
อ่านรายละเอียดเต็มได้ที่ รีวิว Exness และ รีวิว XM หรือดูภาพรวมทั้งหมดที่หน้า เปรียบเทียบโบรกเกอร์ Forex แบบตัวต่อตัว
คำถามที่พบบ่อย: Exness vs XM
Exness หรือ XM มีต้นทุนการเทรดถูกกว่ากัน
Exness ถูกกว่าตามข้อมูลของเรา คะแนนย่อยด้านต้นทุนการเทรดอยู่ที่ 7.5 จาก 10 เทียบกับ XM ที่ 6 จาก 10 บัญชี Standard ของ Exness มีสเปรดเฉลี่ย EUR/USD 0.8 pips จากตารางการวัดของเรา ส่วนบัญชี Standard ของ XM อยู่ที่ราว 2.0 pips และบัญชี Ultra Low อยู่ที่ราว 1.1 pips อย่างไรก็ตาม XM ไม่คิดค่าคอมมิชชันในทุกบัญชี Forex ขณะที่บัญชี Raw Spread และ Zero ของ Exness คิดค่าคอมมิชชัน 3.50 ดอลลาร์ต่อล็อต
โบรกเกอร์ไหนปลอดภัยกว่าสำหรับเทรดเดอร์ชาวไทย
ในรีวิวของเรา XM ได้คะแนนความน่าเชื่อถือ 9 จาก 10 ส่วน Exness ได้ 4 จาก 10 ข้อเท็จจริงที่ควรทราบคือทั้งสองรายให้บริการลูกค้าชาวไทยผ่านเอนทิตีที่อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลระดับ Tier 3 ฝั่ง XM คือ XM Global Limited ภายใต้ FSC เบลีซ ใบอนุญาตเลขที่ 8557558 ส่วนใบอนุญาตระดับ Tier 1 ของทั้งคู่ครอบคลุมลูกค้าในเขตอื่น ไม่ใช่ประเทศไทย
เปิดบัญชีกับ Exness หรือ XM ใช้เงินเริ่มต้นเท่าไหร่
XM ใช้เงินฝากขั้นต่ำ 5 ดอลลาร์สำหรับบัญชี Forex ทุกประเภท รวมถึงบัญชี Ultra Low ส่วน Exness เริ่มต้นที่ 10 ดอลลาร์ หรือราว 330 บาท สำหรับบัญชี Standard และ Standard Cent ขณะที่บัญชีมืออาชีพทั้งสามประเภทคือ Pro, Raw Spread และ Zero แนะนำเงินฝากขั้นต่ำ 200 ดอลลาร์ หรือราว 6,600 บาท
Exness และ XM รองรับ MT4 และ MT5 ทั้งคู่หรือไม่
รองรับทั้งคู่ ทั้งสองโบรกเกอร์ให้ใช้ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 และได้คะแนนย่อยด้านแพลตฟอร์มเท่ากันที่ 6 จาก 10 ความต่างอยู่ที่แพลตฟอร์มของตัวเอง Exness มี Exness Terminal บนเว็บและแอป Exness Trade ส่วน XM มีแอป XM ของตัวเอง
บัญชี XM Zero ใช้ได้กับลูกค้าชาวไทยไหม
ใช้ไม่ได้ บัญชี XM Zero เปิดให้เฉพาะบางเอนทิตีเท่านั้น ไม่รวม XM Global Limited ภายใต้ FSC เบลีซ ซึ่งเป็นเอนทิตีที่รองรับลูกค้าชาวไทย บัญชีสเปรดต่ำที่สุดที่ลูกค้าไทยเปิดได้จริงคือ Ultra Low ซึ่งมีสเปรดเฉลี่ยราว 1.1 pips และไม่คิดค่าคอมมิชชัน
Justin Grossbard
Justin เริ่มต้นเทรดตั้งแต่ปี 1998 และได้นั่งตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้งของ CompareForexBrokers เมื่อปี 2014 และ BrokersThai เมื่อปี 2026 ในหลายปีนี้ Justin ได้เผยแพร่บทความทางการเงินมากกว่า 100 บทความ บน Forbes, Kiplinger ไปจนถึง Finance Magnates เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรีในสาขาวิชาพาณิชยศาสตร์ และมีบทบาทสำคัญในชุมชนฟินเทคมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนและการซื้อขาย ที่เผยแพร่เมื่อปี 2023 อีกด้วย