รีวิว Markets4you สำหรับปี 2026
Markets4you ดีไหม ? โบรกเกอร์นี้ให้เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:4000 สำหรับเทรดเดอร์ชาวไทย และมีสเปรดเริ่มต้น ต่ำเพียง 0.1 pips แต่ยังขาดใบอนุญาตจากหน่วยงานชั้นนำ และนี่เป็นสาเหตุให้ผมเลือกโบรกเกอร์นี้มารีวิวให้ละเอียดครับ
เขียนโดย Justin Grossbard
Updated:
- ทีมงานของเรารีวิวโบรกเกอร์มามากกว่า 67 แห่ง
- ประสบการณ์การเทรดฟอเร็กซ์รวมกันกว่า 50 ปี
- เราใช้เวลามากกว่า 14,000 ชั่วโมง ในการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและฟีเจอร์ของโบรกเกอร์
- เรามีกรอบการประเมิณที่เป็นระบบและมีความละเอียดสูง
Our broker reviews are reader supported and we may receive payment when you click on a partner site.
ข้อมูลทั่วไป Markets4you

| 🗺️ หน่วยงานกำกับดูแล Tier 3 | FSC-M, FSC-BVI |
| 📊 แพลตฟอร์ม | MT4, MT5, Markets4you App, Share4you |
| 💰 เงินฝากขั้นต่ำ | $0 |
| 💰 ค่าธรรมเนียมฝาก | $0 |
| 🎮 บัญชีเดโม่ | มี |
| 🛍️ ผลิตภัณฑ์ | ฟอเร็กซ์, คริปโต, โลหะมีค่า, ดัชนี, พลังงาน, หุ้น |
| 💳 ช่องทางชำระเงิน | QR code, การโอนผ่านธนาคาร, คริปโต, e-wallets |
ทำไมเลือก Markets4you
สำหรับ เทรดเดอร์ชาวไทย ผมคิดว่าจุดเด่นของ Markets4you คือ เงินฝากขั้นต่ำ $0 และมีบัญชี Cent Pro ที่ให้สเปรดค่อนข้างแคบ และบัญชี Standard แบบไม่มีค่าคอมมิชชั่น แต่มีสเปรดที่สูงกว่า รวมถึงบัญชี Cent Standard ที่คิดค่าคอมมิชชั่นคงที่ $7 ต่อ 1 ล็อต ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมต้นทุนการเทรดเป็นหลัก
แม้คุณจะสามารถเลือกเทรดได้ด้วยแอปพลิเคชันของโบรกเกอร์ ที่มีฟีเจอร์ Copy Trading ภายใต้ชื่อ Share4you รวมถึงแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 แต่ผมกลับพบว่า ตัวเลือกของสินทรัพย์ยังมีน้อยมาก
และประเด็นที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ความน่าเชื่อถือ ที่ Markets4you ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ BVI FSC เท่านั้น เท่ากับว่าการกำกับดูแลและความเข้มงวดของการให้บริการอาจจะยังไม่สูงนัก เมื่อพิจารณาในมุมมองของการให้บริการในไทย
เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย
- ส่งคำสั่งซื้อขายได้รวดเร็ว
- ฝ่ายบริการลูกค้าตอบกลับเร็ว
- แอพ markets4you ใช้งานง่าย
- ไม่รองรับ cTrader
- ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงาน Teir 1
- ตลาดการเงินไม่ค่อยหลากหลาย
The overall rating is based on review by our experts
ค่าธรรมเนียมเทรด
Markets4you มีโครงสร้างค่าธรรมเนียม 2 แบบ แต่มีบัญชีเทรดทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้
ประเภทบัญชี
- Classic Standard: เหมาะสำหรับมือใหม่ ไม่มีค่าคอมมิชชั่น สเปรดเริ่มต้นประมาณ 0.9 pips
- Classic Pro: ตอบโจทย์เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์สูง คิดค่าคอมมิชชั่น $7 ต่อ 1 ล็อต สเปรดเริ่มต้นที่ 0.1 pips
- Cent Standard: เงื่อนไขเหมือน Classic Standard แต่ใช้ไมโครล็อตขนาด 1,000 หน่วย
- Cent Pro: เงื่อนไขเหมือน Classic Pro แต่ใช้ไมโครล็อตขนาด 1,000 หน่วย
ซึ่งทุกบัญชีสามารถทำ Hedging ได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยนักในอุตสาหกรรมฟอเร็กซ์ และเพื่อประเมินต้นทุนการเทรดของ Markets4you อย่างละเอียด ผมได้ทำการทดสอบทั้ง สเปรดจริง ค่าคอมมิชชั่น และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ในแต่ละประเภทบัญชี ตามรายละเอียดด้านล่างนี้
สเปรดแบบบัญชี Raw (Classic Pro และ Cent Pro)
ค่าสเปรดบัญชี Classic Pro และ Cent Pro ของโบรกเกอร์นี้อยู่ในรูปแบบเดียวกันกับบัญชี Raw ของโบรกเกอร์ทั่วไป โดย Markets4you นำเสนอโฆษณาว่าสเปรดเริ่มต้นที่ 0.1 pips
อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบสเปรดจริง พบว่าสเปรดที่คุณจะได้รับนั้นมีค่าสูงกว่าที่โฆษณาไว้พอสมควร ตัวอย่างเช่น
- คู่ AUD/USD มีสเปรดมากกว่า 0.25 pips
- คู่ EUR/USD อยู่ที่ประมาณ 0.32 pips
ทำให้โดยรวมแล้ว ผมมองว่า Markets4you ยังคงตามหลังโบรกเกอร์คู่แข่งอีกหลายราย หากจะเปรียบเทียบเฉพาะค่า RAW Spread
ค่าคอมมิชชั่นของบัญชี Raw (Classic Pro และ Cent Pro)
จากการทดสอบ บัญชี Classic Pro จะมีค่าคอมมิชชั่นที่ $7 ต่อ 1 ล็อต ซึ่งถืออยู่ที่ค่าเฉลี่ยของตลาด ส่วนบัญชี Cent Pro จะคิดค่าธรรมเนียมคงที่ 7 เซนต์ต่อ 1 เซนต์ล็อต
แต่เมื่อนำค่าคอมมิชชั่นมารวมกับสเปรดแล้ว ต้นทุนรวมถือว่าค่อนข้างสูง และจากมุมมองของผม โครงสร้างค่าคอมมิชชั่นนี้เกือบเป็นสองเท่าของบัญชี ECN ทั่วไป
ดังนั้น บัญชีทั้งสองประเภทนี้จึงเหมาะกับ เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ เทรดบ่อย หรือ ต้องการเทรดด้วยขนาดล็อตที่ใหญ่มากกว่า
ค่าธรรมเนียมแบบบัญชี Standard (Classic Standard และ Cent Standard)
บัญชี Classic Standard และ Cent Standard ใช้โครงสร้างแบบสเปรดอย่างเดียว (ไม่มีค่าคอมมิชชั่น) จึงเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ไม่ต้องการการคำนวณที่ซับซ้อน
จากการทดสอบ ผมพบว่า สเปรดเฉลี่ยของคู่หลักอยู่ที่ประมาณ 0.9 pips ส่วนคู่รองและคู่ Exotic จะมีสเปรดกว้างขึ้น แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าบัญชีประเภทนี้จะไม่มีค่าธรรมเนียมมาเกี่ยวข้อง ทำให้ต้นทุนการเทรดยังค่อนข้างคงที่ในสภาวะตลาดปกติ
ดังนั้น ผมมองว่าบัญชีนี้เหมาะกับเทรดเดอร์ทั่วไป และผู้ที่เน้นความโปร่งใสของค่าธรรมเนียมโดยรวมมากกว่าสเปรดที่แคบที่สุด
ค่าธรรมเนียมแบบ Swap-Free
โบรกเกอร์ Markets4you มีบัญชี Swap-Free (Islamic Account) สำหรับเทรดเดอร์มุสลิมในไทย
ซึ่งคุณสามารถเปิดใช้งานโหมด Swap-Free ได้เกือบทุกประเภทบัญชี รวมถึงบัญชี Cent และ Pro
ข้อดีของบัญชีประเภทนี้คือ คุณสามารถถือออเดอร์ข้ามคืนในคู่หลัก เช่น EUR/USD, GBP/USD หรือทองคำ โดยไม่มีดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม หลังจากถือออเดอร์เกิน 3 วัน ในคู่รองหรือ Exotic จะมีการเรียกเก็บค่าค่าธรรมเนียมในการดูแลออเดอร์ที่เปิดค้างไว้เป็นระยะเวลานานจากโบรกเกอร์
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
และจากการทดสอบของผม ไม่พบว่าโบรกเกอร์มีค่าธรรมเนียมฝากเงิน (ถือเป็นข้อดี) เช่นเดียวกัน โบรกเกอร์ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการถอนเงินในทุกกรณี
อย่างไรก็ตาม คุณอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมไม่ใช้งาน (Inactivity Fee) ประมาณ $10 หากบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 12 เดือน ซึ่งอาจเป็นข้อเสียสำหรับผู้ที่ไม่ได้เทรดบ่อย หรือเปิดบัญชีทิ้งไว้นานจนเกินไป
ซึ่งผมขอแนะนำให้ตรวจสอบ ตารางค่าธรรมเนียมทั้งหมด บนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ก่อนใช้งานจริง เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดนะครับ
ข้อสรุปเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม
ผมให้คะแนนค่าธรรมเนียมของ Markets4you อยู่ที่ 6 เต็ม 10 เพราะเงินฝากเริ่มต้นน้อยและประเภทบัญชีเทรดที่หลากหลาย ไม่สามารถทดแทนค่าสเปรดจริงและค่าคอมมิชชั่นของบัญชี Pro ที่สูงกว่าคู่แข่งหลายรายได้ รวมทั้งมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมบางจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

แพลตฟอร์มการเทรด Markets4you ดีไหม
ที่ Markets4you คุณสามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มมาตรฐานของอุตสาหกรรมได้ทั้ง MetaTrader 4 (MT4), MetaTrader 5 (MT5) นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือก แอปพลิเคชันมือถือของโบรกเกอร์อย่าง Markets4you Mobile App อีกด้วย
ขณะนี้ ทีมงาน brokersthai ของเรา ได้พัฒนาเครื่องมือ Platform Finder เพื่อช่วยให้คุณเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของตนเองได้ง่ายขึ้น ผ่านการตอบแบบสอบถามสั้น ๆ เพียง 5 ข้อ ด้านล่างนี้
MetaTrader 4
ผมใช้ MT4 เป็นหลักในช่วงหลายปีของการเทรดฟอเร็กซ์ เนื่องจากแพลตฟอร์มนี้มีฟีเจอร์ เครื่องมือ และการปรับแต่งหน้าจอที่มีประสิทธิภาพและใช้งานง่าย ช่วยให้ผมสามารถเปิดออเดอร์ได้รวดเร็ว และยังรองรับกลยุทธ์ขั้นสูงได้ดี
จุดเด่นของ MT4 ที่ผมชื่นชอบ
- ใช้งานง่าย เหมาะกับเทรดเดอร์ชาวไทยที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้การเทรด
- มีชุมชนผู้ใช้งานขนาดใหญ่ ทำให้เข้าถึง Indicator, Expert Advisor (EA) และฟอรัมที่แลกเปลี่ยนไอเดียได้
- มีเครื่องมือวิเคราะห์กราฟครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น วัตถุวิเคราะห์ 31 แบบ, อินดิเคเตอร์ 30 ตัว หรือกรอบเวลาทั้ง 9 แบบ
- รองรับ Pending Orders 4 ประเภท (Buy Stop, Buy Limit, Sell Limit และ Sell Stop) รวมถึง เรียกใช้คำสั่ง Market Execution เพื่อการเปิดออเดอร์ได้ทันที
เหตุผลที่คุณอาจไม่เหมาะกับการใช้ MT4
MT4 ถูกออกแบบมาเน้นตลาดฟอเร็กซ์เป็นหลัก จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เน้นเทรดสินทรัพย์ที่ซื้อขายผ่านตลาดรวมศูนย์ เช่น หุ้น พันธบัตร หรือ ETF
อย่างไรก็ตาม สำหรับ Markets4you ประเด็นนี้ ไม่ถือว่าเป็นข้อจำกัดใหญ่ เนื่องจากโบรกเกอร์มีสินค้า CFD ที่ไม่ใช่ฟอเร็กซ์อยู่เพียง 100 รายการเท่านั้น

MetaTrader 5
ผมเลือกใช้ MT5 แทน MT4 เมื่อต้องการเข้าถึง ตลาดที่หลากหลายกว่าและเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์ม Multi-Asset ที่แท้จริง
จุดเด่นของ MT5
- รองรับสินทรัพย์หลากหลาย เช่น Forex, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, หุ้น และ ETF
- มีเครื่องมือที่ติดตั้งในตัวมากขึ้น รวมถึง อินดิเคเตอร์ 38 ตัว, วัตถุวิเคราะห์ 44 แบบ และกรอบเวลา 21 แบบ
- รองรับคำสั่งซื้อขายและโหมด Execution ที่หลากหลายกว่า ช่วยควบคุมการจัดการออเดอร์ได้ดีขึ้น
- มี Economic Calendar ฝังอยู่ในแพลตฟอร์ม ช่วยติดตามข่าวสำคัญได้สะดวก
เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ MT5
หากคุณเทรดกับ Markets4you ผมคิดว่าการใช้ MT5 จะเหมาะกว่า MT4 เพราะจะช่วยให้คุณสามารถเทรดสินทรัพย์อื่นที่ไม่ใช่ฟอเร็กซ์ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ ฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นอาจดูซับซ้อนในช่วงแรกนะครับ

Markets4you Mobile App
ระหว่างการรีวิว ผมลองใช้แอพเทรดบนมือถือของ Markets4you เพื่อตรวจสอบออเดอร์เมื่อไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งผมพบว่า แอพนี้สามารถเชื่อมต่อกับบัญชีเทรด เปิดออเดอร์ ใช้ EA และดูกราฟได้ดีในระดับหนึ่ง
จุดที่ผมชื่นชอบใน Markets4you App
- มีเมนูหลัก 4 ส่วนที่ใช้งานง่าย ได้แก่ Trending, Analytics, Orders และ Profile
- สามารถกรอง CFD ที่กำลังเป็นเทรนด์ และเพิ่มรายการโปรดเพื่อรับอัปเดตได้ง่าย
- หน้าจอเปิดออเดอร์เรียบง่าย เลือก Buy / Sell และขนาดล็อตได้สะดวก
- เทรดเดอร์ชาวไทยสามารถดูปฏิทินข่าวเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์ได้ภายในแอป
จุดที่ควรปรับปรุง
- ฟีเจอร์ด้านคำสั่งซื้อขายและการตั้งค่า Stop Loss สามารถพัฒนาต่อได้
- ระบบบริหารความเสี่ยงก่อนเปิดออเดอร์ยังขาดความยืดหยุ่น
- ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมยังด้อยกว่าแอป MT4 และ MT5
Copy trading
Markets4You มีระบบ Copy Trading ของตัวเองที่ชื่อว่า Share4you ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากสำหรับผม เพราะมันสามารถใช้งานได้บนแอพมือถือของโบรกเกอร์เอง และบนแพลตฟอร์ม MT4 และ MT5
แต่ผมแนะนำให้ใช้บนแอพเทรดของโบรกเกอร์ หรือบน MT5 มากกว่า นั้นเพราะ MT4 ยังขาดฟีเจอร์บางส่วน

จุดที่ผมชอบเกี่ยวกับระบบ Copy Trading ของ Markets4You
- การคัดกรองผู้นำเทรด ตามผลตอบแทนจริงในช่วงเวลาต่าง ๆ
- สามารถการคัดลอกการเทรดจาก MT5 ได้ทั้งบนบัญชี Classic Standard และ Classic Pro
- มีตัวเลือกการปรับความเสี่ยงอัตโนมัติ พร้อมดูประวัติการเทรดอย่างละเอียดได้
อย่างไรก็ตาม ระบบ Share4you นี้จะไม่รองรับการคัดลอกข้ามแพลตฟอร์มระหว่าง MT4 และ MT5 ทำให้คุณสามารถคัดลอกผู้นำเทรดบน MT5 ได้จากบัญชี MT5 เท่านั้น
ข้อสรุป แพลตฟอร์มเทรด
โดยรวมแล้วแพลตฟอร์มเทรดบน Markets4you ได้คะแนนไปทั้งหมด 7 / 10 เพราะมีให้เลือกครบทั้ง MT4, MT5, TradingView และ Copy Trading ที่ใช้งานง่าย เหมาะกับเทรดเดอร์ทั่วไป แต่ยังฟีเจอร์เชิงลึกจาก cTrader และ Tradivew ดังเช่นที่เราพบเห็นบ่อย ๆ ในโบรกเกอร์ระดับท็อปหลายราย

Markets4you ปลอดภัยหรือไม่?
ด้วยประสบการณ์ในการให้บริการมากกว่า 18 ปี ทำผมจัดให้ Markets4you เป็นโบรกเกอร์ที่ค่อนข้างปลอดภัยในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม Markets4you อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ British Virgin Islands Financial Services Commission (BVI FSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลนอกชายฝั่ง (Offshore) ทำให้ระดับการคุ้มครองอาจไม่เข้มงวดนัก และเทรดเดอร์ชาวไทยแทบไม่ได้รับประโยชน์จากหน่วยงานนี้เท่าที่ควร
การกำกับดูแล
Pepperstone อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยหน่วยงานกำกับดูแลระดับ Tier-3 จำนวน 2 แห่ง
| ความปลอดภัย Markets4you | หน่วยงาน |
|---|---|
| Tier 1 | X |
| Tier 2 | X |
| Tier 3 | FSC (British Virgin Islands) - BVI Financial Services Commission FSC (Mauritius) - Mauritius' Financial Services Commission |
Markets4you มีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน 2 แห่ง พร้อมการกำกับดูแลดังนี้
- Trade4you International เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศมอริเชียส ภายใต้หมายเลข GBC 182286 และได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Services Commission of Mauritius ภายใต้ใบอนุญาตหมายเลข GB21026460
- Markets4you เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ E-Global Trade & Finance Group, Inc. ซึ่งจดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ภายใต้หมายเลข 1384287 และได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ BVI FSC ภายใต้ใบอนุญาตหมายเลข SIBA/L/12/1027
เมื่อขาดการกำกับดูแลจากหน่วยระดับหนึ่ง เช่น ASIC ของออสเตรเลีย และ CySEC ของยุโรป ทำให้ระดับการคุ้มครองนักลงทุนของ Markets4you ไม่สามารถแข่งขันกับผู้นำตลาด อย่างเช่น Pepperstone หรือ IC Markets ได้
ผมจึงขอแนะนำให้ เทรดเดอร์ชาวไทยประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้อย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีกับ Markets4you โดยเฉพาะในประเด็นด้านการคุ้มครองจากหน่วยงานกำกับดูแลครับ

ชื่อเสียง
Markets4you ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 และดำเนินกิจการในฐานะโบรกเกอร์ออนไลน์มามากกว่า 18 ปี ทั้งนี้ โบรกเกอร์เคยดำเนินงานภายใต้ชื่อ Forex4you มาก่อน ก่อนจะรีแบรนด์เป็น Markets4you ในภายหลัง
ประวัติการดำเนินงานที่ยาวนานช่วยสะท้อนถึงประสบการณ์ในตลาดและการเข้าถึงลูกค้าในหลายประเทศ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี
แต่อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าการประเมินความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ควรพิจารณา ควบคู่กันทั้งด้านการกำกับดูแล รีวิวจากผู้ใช้งาน และประสบการณ์ในตลาด ไม่ใช่ดูเพียงชื่อเสียงอย่างเดียว
รีวิว
เมื่อพิจารณารีวิวจากผู้ใช้งานบน TrustPilot ผมพบว่า Markets4you ได้คะแนนเฉลี่ยประมาณ 4.2 จาก 5 ดาว แต่มีจำนวนรีวิวเพียงราว 110 รีวิวเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ที่อ้างว่าดำเนินธุรกิจมานานเกือบ 20 ปี
ประเด็นนี้จึงถือเป็น สัญญาณที่ควรระมัดระวัง เนื่องจากโบรกเกอร์คู่แข่งรายอื่นมักมีรีวิวหลักพันหรือหลักหมื่น ทำให้จำนวนรีวิวที่น้อยอาจถูกบิดเบือนหรือไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

โดยรีวิวในเชิงบวกส่วนใหญามาจาก การบริการลูกค้าที่ตอบสนองรวดเร็วและให้ความช่วยเหลือได้ดี หลายรายชื่นชมความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา รวมถึงความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย และเงื่อนไขการเริ่มต้นที่ไม่สูง
แต่ก็มีผู้ใช้งานบางส่วนรายงานปัญหาเกี่ยวกับการถอนเงินหรือข้อพิพาทเกี่ยวกับบัญชี เป็นต้น
ข้อสรุปเกี่ยวกับความปลอดภัย
ผมให้คะแนนความปลอดภัยของโบรกเกอร์อยู่ที่ 5 / 10 เพราะ Markets4you มีความปลอดภัยในระดับปานกลางเท่านั้น จึงเหมาะกับเทรดเดอร์ที่รับความเสี่ยงได้ แต่ยังไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองระดับสูงจากหน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำ
ช่องทางฝากและถอนเงิน
คุณสามารถเริ่มต้นเทรดกับ Markets4you ได้ง่าย ๆ โดยไม่มีข้อจำกัดเงินฝากขั้นต่ำ และมีช่องทางฝากถอนเงินหลากหลายรูปแบบ โดยไม่มีค่าธรรมเนียม
เงินฝากขั้นต่ำของ Markets4you คือเท่าไหร่?
Markets4you ไม่ได้กำหนดเงินฝากขั้นต่ำและไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดบัญชี แต่สิ่งที่คุณควรทราบคือ การฝากเงินในแต่ละช่องทางจะมียอดขั้นต่ำที่แตกต่างกันออกไป เริ่มต้นที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หากคุณเลือกใช้ Skrill ในการฝาก
อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้ว ผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วยเงินทุนอย่างน้อยประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือเทียบเท่าในสกุลเงินที่คุณเลือก) เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
สกุลเงินหลักของบัญชี
Markets4you ใช้ USD เป็นสกุลเงินหลักของบัญชี ซึ่งผมมองว่าเป็นข้อจำกัดที่ค่อนซีเรียสในมุมมองระดับสากล เนื่องจากการเลือกสกุลเงินฐานให้ตรงกับประเทศที่อาศัยอยู่สามารถช่วยลดค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม คุณสามารถฝากเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซีและสกุลเงินอื่น รวมถึงเงินบาท (THB) ได้ ซึ่งจะมีเงื่อนไขการฝากที่แตกต่างกันออกไป แต่ในที่สุดแล้วเงินทุนของคุณจะถูกเปลี่ยนเป็น USD ในบัญชีเทรดโดยอัตโนมัติ
ช่องทางฝากเงินและค่าธรรมเนียม
Markets4you รองรับการฝากเงินผ่าน QR code, การโอนผ่านธนาคาร, คริปโต และ e-wallets ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเลือกวิธีฝากเงินได้ตามความสะดวก

โดยส่วนตัวแล้ว ผมมักเลือกใช้การฝากเงินผ่าน QR Code เป็นช่องทางฝากเงินหลัก เพราะทำได้สะดวกผ่านแอพธนาคารของไทย
และจากที่ผมทดสอบ พบว่าการฝากเงินทุกช่องทางไม่มีค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์ และระยะเวลาดำเนินใแต่ละช่องทางก็ไม่ต่างกันมาก โดยช่องทางที่เร็วที่สุดคือ คิวอาร์โค้ด และ Skill ที่ใช้เวลาเพียง 1 นาที
อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำให้ตรวจสอบ ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการชำระเงินของคุณโดยตรง อีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
ช่องทางถอนเงินและค่าธรรมเนียม
โดยทั่วไป การถอนเงินของ Markets4you จะดำเนินการผ่านช่องทางเดียวกับที่คุณใช้ในการฝากเงิน สิ่งที่โดดเด่นคือ Markets4you มีฟีเจอร์เฉพาะที่เรียกว่า Auto-Withdrawal (AWD) ซึ่งช่วยให้สามารถส่งคำร้องขอถอนเงินได้เกือบจะทันที
และจากประสบการณ์ของผม การถอนเงินในช่องทางต่าง ๆ ไม่ได้ใช่เวลาต่างกันมากนัก ทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 วันทำการ กว่าเงินจะเข้าบัญชี
อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำให้คุณดำเนินการยืนยันตัวตน (Verification / KYC) ให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในขั้นตอนการถอนเงินนะครับ
ความยากง่ายในการเปิดบัญชี
ขั้นตอนการเปิดบัญชีกับ Markets4you ค่อนข้างง่าย และสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ผ่านคำแนะนำที่เป็นลำดับขั้นตอนอย่างชัดเจนบนหน้าเว็บไซต์ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือก สมัครหรือเข้าสู่ระบบผ่าน Google หรือ Facebook ได้อีกด้วย
หลังจากเลือกประเภทบัญชีแล้ว ระบบจะนำไปสู่ขั้นตอน KYC ซึ่งต้องอัปโหลดเอกสารมาตรฐาน เช่น
- เอกสารยืนยันตัวตน
- หลักฐานที่อยู่
- เอกสารทางธนาคารบางรายการ
ในกรณีของผม เอกสารได้รับการอนุมัติหลังจากการตรวจสอบไม่นาน เมื่อบัญชีผ่านการยืนยันแล้ว ก็สามารถฝากเงินได้ทันทีเลยครับ

ข้อสรุปเกี่ยวกับการฝากถอนเงิน
โบรกเกอร์ Markets4you ได้คะแนนด้านการฝากถอนจากผมไปมากถึง 8 / 10 เพราะเงินฝากขั้นต่ำที่ต่ำมาก และยังฝากถอนเงินได้หลายช่องทาง โดยเฉพาะการใช้งานผ่านธนาคารในไทย ที่สามารถทำได้รวดเร็วและปราศจากค่าธรรมเนียม

ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
Markets4you มีสินทรัพย์ให้คุณเลือกเทรดมากกว่า 200 รายการ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับพอใช้สำหรับโบรกเกอร์ออนไลน์ แต่ยังไม่ถือว่าหลากหลายมากเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์รายใหญ่
โดยสินค้าทั้งหมดเป็นการเทรดในรูปแบบ CFDs ครอบคลุมฟอเร็กซ์ ดัชนี หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอร์เรนซี
ผลิตภัณฑ์ CFDs
Markets4you มีตัวเลือก CFD มากกว่า 200 รายการ แบ่งออกเป็นกลุ่มหลักดังนี้
- ฟอเร็กซ์: คู่เงินหลักและรองรวม 39 คู่ โดยมีเลเวอเรจสูงสุด 1:500
- คริปโตเคอร์เรนซี: จำนวน 20 สินทรัพย์ โดยมีเลเวอเรจตั้งแต่ 1:20 ถึง 1:100
- โลหะมีค่าแบบสปอต: จำนวน 3 สินทรัพย์ โดยมีเลเวอเรจสูงสุด 1:500
- ชนีดั: จำนวน 14 สินทรัพย์ โดยมีเลเวอเรจตั้งแต่ 1:20 ถึง 1:200
- พลังงานแบบสปอต: จำนวน 3 สินทรัพย์ โดยมีเลเวอเรจสูงสุด 1:100
- ฟิวเจอร์สพลังงาน: จำนวน 3 สินทรัพย์ โดยมีเลเวอเรจสูงสุด 1:100
- หุ้น: จำนวน 88 สินทรัพย์ โดยมีเลเวอเรจตั้งแต่ 1:10 ถึง 1:50
แม้จะมีการเปิดให้ใช้เลเวเรจสูงสุด 1:4000 ในบางผลิตภัณฑ์ แต่คุณควรทราบว่า Markets4you ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับลดหรือเพิ่มเลเวอเรจ เนื่องจากพวกเขาใช้หลักการที่ว่า เมื่อ Equity เพิ่มขึ้น ระบบจะปรับลดเลเวอเรจให้อัตโนมัตินั่นเอง
และหากต้องการเพิ่มเลเวอเรจกลับหลังจากมีการปรับลด เทรดเดอร์จำเป็นต้องดำเนินการด้วยตนเอง หรือ ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าครับ
การเทรดหุ้นรายตัว
Markets4you ให้บริการเทรดหุ้นในรูปแบบ CFDs เท่านั้น จึงอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการเป็นเจ้าของหุ้นโดยตรง
ข้อดีของการเทรดหุ้นแบบ CFD คือ สามารถเก็งกำไรราคาขึ้นลงได้โดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง และใช้เงินลงทุนต่ำกว่า โดยมีหุ้นบริษัทระดับโลกอย่าง Apple และ Amazon รวมอยู่ในรายการ รวมแล้วประมาณ 180 รายการ
ข้อสรุปเกี่ยวกับตลาดการเงิน
ผมให้คะแนนตลาดการเงินของโบรกเกอร์นี้อยู่ที่ 6 / 10 เพราะมีความหลากหลายของตลาดอยู่ในระดับกลางเหมาะกับเทรดเดอร์ที่เน้นฟอเร็กซ์และ CFD เป็นหลัก แต่ยังไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความหลากหลายของสินทรัพย์หรือการลงทุนระยะยาวในหุ้นจริง

ฝ่ายบริการลูกค้า
Markets4you ให้บริการลูกค้าผ่านหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น แชทสด, โทรศัพท์ผ่านเว็บ และอีเมล และยังรวมถึง Messenger, Telegram และ WhatsApp อีกด้วย
จุดที่น่าชื่นชมคือโบรกเกอร์มีฝ่ายบริการลูกค้าภาษาไทยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นข้อดีสำคัญ เทรดเดอร์ชาวไทยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเทรดในช่วงเวลาตลาดใดก็ตาม

จากการทดสอบของผม พบว่าประสบการณ์ในการติดต่อสอบถามเป็นไปในเชิงบวก สอดคล้องกับผู้ใช้งานบน TrustPilot เพราะการตอบกลับผ่านแชทสดนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง พวกเขาตอบกลับเร็วและให้ข้อมูลได้ชัดเจน ตรงประเด็น
หากคุณต้องการประเมิณโบรกเกอร์ด้วยตัวเอง ผมแนะนำให้ลองติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าด้วยคำถามสัก 2–3 ข้อก่อนสมัครจริง เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลครบถ้วน และตรงกับความต้องการของคุณนะครับ
ข้อสรุปเกี่ยวกับการบริการลูกค้า
การบริการลูกค้าของ Markets4you ได้คะแนนไปที่ 8 / 10 เพราะมีช่องทางติดต่อหลากหลาย ให้บริการตลอด 24/7 ตอบกลับรวดเร็วผ่านแชทสดด้วยเจ้าหน้าที่คนไทยที่มีประสบการณ์สูง
พอร์ทัลการศึกษาและการวิจัย
นี่คือจุดที่ Markets4you ทำได้โดดเด่นเป็นพิเศษ จากที่ผมตรวจสอบ พบว่าโบรกเกอร์มีสื่อการเรียนรู้สำหรับเทรดเดอร์ชาวไทยค่อนข้างครบและหลากหลาย

เนื้อหาที่มีให้ประกอบด้วย e-book, บทความ, เว็บบินาร์ และวิดีโอสอนการเทรด โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่มือใหม่เป็นหลัก แต่ก็ยังมีข้อมูลและเทคนิคบางส่วนที่เป็นประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มากขึ้น
จุดเด่นที่สุดสำหรับผมคือ หลักสูตร Forex Trader Courses ของโบรกเกอร์เอง ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ ระดับกลาง ไปจนถึงระดับแอดวานซ์ โดยแต่ละคอร์สมีเนื้อหาสูงสุดถึง 7 บท ประกอบด้วยบทความเชิงลึก วิดีโออธิบาย และแบบทดสอบเพื่อช่วยทบทวนความเข้าใจ
ข้อสรุปเกี่ยวกับพอร์ทัลการศึกษา
พอร์ทัลการศึกษาของ Markets4you ได้คะแนนไปที่ 9 / 10 เพราะมีเนื้อหาการเรียนรู้ครบทั้งบทความ วิดีโอ เว็บบินาร์ และคอร์สสอนเทรดของตัวเอง เหมาะมากสำหรับมือใหม่ และยังมีประโยชน์กับเทรดเดอร์ระดับกลาง แม้เนื้อหาเชิงลึกสำหรับสายโปรจะยังไม่มากเท่าโบรกเกอร์ชั้นนำบางราย
สรุป รีวิว Markets4you
โดยรวมแล้ว Markets4you เป็นโบรกเกอร์ระดับกลางที่มีโครงสร้างบัญชีที่น่าสนใจ คุณสามารถเลือกเทรดได้ทั้งบัญชีไม่มีค่าคอมมิชชั่น และบัญชีที่คิดค่าคอมมิชชั่นคงที่ $7 ต่อ 1 ล็อต
สำหรับเทรดเดอร์ชาวไทย คุณสามารถใช้เลเวอเรจใน CFD ส่วนใหญ่ รวมทั้งฟอเร็กซ์ที่ใช้เลเวอเรจได้ประมาณ 1:400 ผ่านแพลตฟอร์มหลัก ๆ 3 รายการ ได้แก่ MT4, MT5 และแอพเทรดของโบรกเกอร์เอง
จุดเด่นของโบรกกอร์นี้คือ พอร์ทัลการศึกษาที่ครอบคลุมสำหรับเทรดเดอร์ไทย และเงินฝากขั้นต่ำ $0 ที่เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นด้วยเงินทุนต่ำ
แต่ประเด็นที่ทำให้โบรกเกอร์นี้ได้คะแนนน้อยนั่นคือ การกำกับดูแลที่ยังไม่ครอบคลุมเทียบเท่าโบรกเกอร์รายใหญ่ เนื่องจากมีเพียงใบอนุญาตจาก BVI FSC เท่านั้น และข้อเสียที่ชัดเจนที่สุดคือ สเปรดจริงค่อนข้างสูง ซึ่งแตกต่างจากสเปรดขั้นต่ำ 0.1 pips ที่โฆษณาไว้พอสมควร
สรุปคือ Markets4you เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นเทรดด้วยเงินทุนน้อยและเลเวอเรจสูง แต่ไม่เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญกับสเปรดต่ำและการกำกับดูแลระดับเข้มงวดครับ
คำถามที่พบบ่อย
โบรกเกอร์ Markets4you ดีไหม ?
ดี Markets4you เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินฝากเริ่มต้นต่ำ ความเร็วในการส่งคำสั่งที่ดี และประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มระดับกลาง
เทรดเดอร์ที่เข้าใจความเสี่ยงอาจพบว่าเงื่อนไขต่าง ๆ น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้ เริ่มต้นอย่างระมัดระวัง ใช้โบนัสเทรดฟรีหรือใช้เงินทุนจำนวนน้อยก่อน
Markets4you มีบัญชีทดลองไหม ?
มี Markets4you เสนอบัญชีทดลองเทรดฟรี (Demo Account) ให้ใช้งานบนทุกแพลตฟอร์มที่รองรับ ไม่ว่าจะเป็น MT4, MT5 หรือแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์เอง
ซึ่งบัญชีเดโมจำลองสภาพตลาดจริงโดยไม่มีความเสี่ยง เหมาะสำหรับใช้เพื่อทดสอบกลยุทธ์และทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มก่อนเทรดจริง
Markets4you มีเลเวอเรจสูงไหม?
สูง Markets4you ให้เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:4000 แต่จะขึ้นอยู่กับระดับ Equity ของบัญชีของคุณ แต่ในบางกรณี โบรกเกอร์อาจปรับลดเลเวอเรจลงต่ำสุดถึง 1:10 ได้
เนื่องจากเลเวอเรจสามารถเพิ่มทั้งผลกำไรและขาดทุนของคุร ผมจึงขอแนะนำให้ใช้เลเวอเรจอย่างระมัดระวัง และอย่าลืมใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงร่วมด้วย
โบรกเกอร์ Markets4you มีเงินฝากขั้นต่ำเท่าไหร่ ?
ไม่มี Markets4you ไม่ได้กำหนดเงินฝากสำหรับการเปิดบัญชีทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วยเงินทุนอย่างน้อยประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มเทรดด้วยขนาดออเดอร์เล็ก ๆ เพื่อควบคุมความเสี่ยงเมื่อคุณเริ่มต้นเทรด
เกี่ยวกับรีวิวนี้
ในการเขียนรีวิว Markets4you นี้ ทีมงาน brokersthai ของเรา ได้ปฏิบัติตามวิธีการประเมินค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งประกอบด้วยการเปรียบเทียบและวิเคราะห์ข้อมูลค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ ควบคู่กับการทดสอบใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้
ในแต่ละเดือน เราจะรวบรวม ตรวจสอบ และเปรียบเทียบข้อมูลค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์หลายราย รวมถึง Markets4you พร้อมทดสอบในสภาพการเทรดจริง โดยใช้เครื่องมืออย่าง MT4 Spread Monitor เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนต้นทุนการเทรดอย่างแท้จริง
กระบวนการนี้ช่วยให้รีวิวของเราอัพเดทจากข้อมูลจริงและสถานการณ์การเทรดจริง ทำให้การประเมินค่าธรรมเนียมของ Markets4you มีความน่าเชื่อถือและแม่นยำ
สำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจรายละเอียดเชิงลึก สามารถอ่านเกณฑ์การประเมิณโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ได้จากบทความของเรา
ทางเลือกอื่นแทน Markets4you
หาก Markets4you ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ผมแนะนำให้พิจารณาโบรกเกอร์ทางเลือกอื่น ๆ เช่น IC Markets ที่โดดเด่นด้านการกำกับดูแลที่เข้มงวดและสภาพคล่องสูง หรือ Pepperstone ที่มีความเร็วในการส่งคำสั่งสูงและการรองรับแพลตฟอร์มที่หลากหลาย
หรือจะลองพิจารณา XM และ OANDA ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ชัดเจนและเชื่อถือก็ได้เช่นกัน
Justin Grossbard
Having traded since 1998, Justin is the CEO and co-founded CompareForexBrokers in 2014. Justin has published over 100 finance articles from Forbes, Kiplinger to Finance Magnates. He has a master’s degree in commerce and has an active role in the fintech community. He has also published a book in 2023 on investing and trading.
คำตัดสิน
ค่าธรรมเนียม
แพลตฟอร์ม
การกำกับดูแล
การฝากเงินเข้าบัญชี
สินค้า
บริการลูกค้า
การวิจัยตลาด 































