รีวิว CMC Markets สำหรับปี 2026
จากการรีวิวของเราเกี่ยวกับ CMC Markets Thailand พบว่าเป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ชั้นนำเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ระดับกลาง จุดเด่นสำคัญได้แก่ การให้เลเวอเรจสูงสุดถึง 200:1 ผ่านสาขาต่างประเทศ โครงสร้างแพลตฟอร์มที่มีความมั่นคงแข็งแรง และคุณสมบัติการตั้ง คำสั่งหยุดขาดทุนแบบรับประกัน (Guaranteed Stop-Loss Order)
เขียนโดย Justin Grossbard
Updated:
- ทีมงานของเรารีวิวโบรกเกอร์มามากกว่า 67 แห่ง
- ประสบการณ์การเทรดฟอเร็กซ์รวมกันกว่า 50 ปี
- เราใช้เวลามากกว่า 14,000 ชั่วโมง ในการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและฟีเจอร์ของโบรกเกอร์
- เรามีกรอบการประเมิณที่เป็นระบบและมีความละเอียดสูง
Our broker reviews are reader supported and we may receive payment when you click on a partner site.
ข้อมูลทั่วไป CMC Markets 2026

| 🗺️ หน่วยงานกำกับ Tier 1 | ASIC, FCA, BaFin, CIRO, MAS |
| 🗺️ หน่วยงานกำกับ Tier 2 | DFSA, FMA |
| 🗺️ หน่วยงานกำกับ Tier 3 | BMA |
| 📊 แพลตฟอร์ม | easyMarkets Web/App, TradingView, MT4, MT5 |
| 💰 เงินฝากขั้นต่ำ | $25 |
| 💰 ค่าธรรมเนียมฝาก/ถอนเงิน | $0 |
| 🛍️ ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน | CFDs ตั้งแต่ ฟอเร็กซ์, คริปโต, หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น |
| 💳 ช่องทางชำระเงิน | บัตรเครดิต/เดบิต และโอนเงินระหว่างประเทศ |
ทำไมเลือก CMC Markets
CMC Markets ดีไหม ? ผมขอแนะนำโบรกเกอร์นี้ ในฐานะโบรกเกอร์ที่มีต้นทุนการซื้อขายที่แข่งขันได้ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ผ่านทั้งบัญชี Standard แบบไม่มีค่าธรรมเนียม (Commission) หรือบัญชี FX Active ที่มีสเปรดแบบ RAW ซึ่งเริ่มต้นที่ 0.0 pips ในคู่เงินหลัก พร้อมค่าธรรมเนียม 2.50 ดอลลาร์ต่อการเทรดหนึ่งฝั่ง
นอกจากต้นทุนการเทรดต่ำแล้ว สิ่งที่ผมเลือกให้ CMC มารีวิวแบบเจาะลึกก็เพราะความพร้อมของแพลตฟอร์มเทรด ตั้งแต่ MT4, MT5, TradingView ไปจนถึง CMC NextGen ที่มาพร้อมระบบการสั่งปิดสถานะเพื่อป้องกันการขาดทุนแบบการันตี (Guaranteed stops) และกราฟชั้นสูง
แต่ข้อเสียหลักที่ผมอยากไฮไลท์คือ อัตราค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า หากคุณต้องการซื้อขาย CFD ของหุ้น และการที่โบรกเกอร์ยังขาดฟีเจอร์ยอดฮิตอย่าง Social Trading และ Copy Trading จากภายนอก (Third-party)
อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาโบรกที่มีต้นทุนการเทรดฟอเร็กซ์ที่ดี มีการกำกับดูแลจากหลายเขตอำนาจศาล และตัวเลือกแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ผมว่า CMC Markets ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย
- มีแพลตฟอร์มเทรดหลากหลาย
- พอร์ทัลการศึกษาชั้นยอด
- สเปรดต่ำ สำหรับการเทรดฟอเร็กซ์คู่หลัก
- ค่าธรรมเนียมสูงในการเทรด CFD บางรายการ
- ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าไม่ได้ให้บริการ 2/7
The overall rating is based on review by our experts
ค่าธรรมเนียม
ในการเทรดบนCMC Markets คุณจะได้รับค่าธรรมเนียมเทรด 2 รูปแบบ จากบัญชีแบบ Standard (ไม่มีค่าธรรมเนียมคอมมิชชัน) และบัญชี FX Active ที่มีสเปรดเริ่มต้นเพียง 0.7 pips ในการเทรดฟอเร็กซ์
ค่าสเปรดของบัญชีแบบ Raw
ส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าสเปรดแบบ Raw ของ CMC Markets ยังไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายสำคัญได้ โดยเฉพาะได้เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม และจากตารางด้านล่าง คุณจะเห็นว่าพวกเขามีค่า Spread ที่ดีกว่าคู่แข่งเฉพาะในคู่เงิน USD/SGD เท่านั้น
| สเปรดในบัญชี Raw | CMC Markets | สเปรดเฉลี่ย |
|---|---|---|
| ภาพรวม | 0.93 | 0.74 |
| EUR/USD | 0.5 | 0.21 |
| USD/JPY | 0.8 | 0.39 |
| GBP/USD | 0.9 | 0.48 |
| AUD/USD | 0.6 | 0.39 |
| USD/CAD | 1.3 | 0.53 |
| EUR/GBP | 0.7 | 0.55 |
| EUR/JPY | 1.2 | 0.74 |
| AUD/JPY | 1.2 | 1.07 |
| USD/SGD | 1.2 | 2.34 |
ค่าคอมมิชชั่นของบัญชีแบบ Raw
ค่าใช้จ่ายอีกหนึ่งประเภทของเทรดบน CMC Markets ด้วยบัญชี Raw คือค่าคอมมิชชั่นคงที่ $2.50 ต่อข้าง (ต่อการเทรด 100,000 หน่วย) สำหรับบัญชีทุกสกุลเงิน
เมื่อพิจารณาจากตารางค่าคอมมิชชั่นด้านล่าง คุณจะเห็นว่าตัวเลขค่าคอมของโบรกเกอร์ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนใหญ่แล้วต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ยกเว้นใน GBP ครับ
| ค่าคอมมิชชั่น | USD | AUD | GBP | EUR |
|---|---|---|---|---|
| CMC Markets | $2.50 | $2.50 | £2.50 | €2.50 |
| มาตรฐานอุตสาหกรรม | $3.44 | $3.32 | £2.44 | €2.91 |
ค่าธรรมเนียมบัญชี Standard
บัญชี Standard ของ CMC Markets เป็นอีกหนึ่งประเภทบัญชีที่ผมค่อนข้างประทับใจ เพราะเมื่อเปรียบเทียบค่า Spread เฉลี่ยกับคู่แข่งแล้วพบว่า CMC Markets นำเสนอค่า Spread แบบไม่มีคอมมิชชันที่ต่ำกว่าอย่างสม่ำเสมอ
ยกตัวอย่างเช่น คู่เงิน EUR/GBP และ GBP/USD ที่มีสเปรดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.30 pips ซึ่งตัวเลขนี้ดูสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป แต่ก็ยังต่ำกว่าคู่แข่งมาก (ซึ่งบางแห่งสูงถึง 2.50 pips) ทำให้การเทรดด้วยบัญชีประเภทนี้สามารถช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 48% เลยทีเดียว
| สเปรดบัญชี Standard | EUR/USD | USD/JPY | GBP/USD | AUD/USD | USD/CAD | EUR/GBP | EUR/JPY | AUD/JPY |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| สเปรดเฉลี่ยของ CMC Markets | 1.3 | 1.3 | 1.5 | 1.5 | 1.5 | 1.5 | 1.7 | 1.9 |
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ
โบรกเกอร์ CMC Markets จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ในกรณีดังต่อไปนี้
- ค่าธรรมเนียมการถือครองข้ามคืน: เมื่อสิ้นสุดวันทำการ (17:00 น. ตามเวลาฝั่งนิวยอร์ก) สถานะที่เปิดค้างไว้อาจมี “ค่าใช้จ่ายในการถือครอง” ซึ่งอาจเป็นบวกหรือลบ ขึ้นอยู่กับทิศทางการเทรดและอัตราดอกเบี้ยที่บังคับใช้
- ค่าธรรมเนียมข้อมูลตลาด: หากต้องการดูข้อมูลราคาเรียลไทม์ของบางตราสาร คุณต้องสมัครสมาชิกข้อมูลตลาด ซึ่งอาจมีค่าบริการรายเดือนตามประเภทบัญชีของคุณ
- ค่าธรรมเนียมการรับประกันจุดตัดขาดทุน (GSLO): เพื่อแลกกับความคุ้มครองพิเศษ CMC Markets มีคำสั่ง GSLO เพื่อรับประกันว่าสถานะจะปิดตามราคาที่ระบุแน่นอนแม้ตลาดจะผันผวนรุนแรง หากคำสั่งนี้ไม่ถูกเปิดใช้งาน คุณจะได้รับค่าธรรมเนียมคืนเต็มจำนวน
- ค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี: หากไม่มีกิจกรรมการเทรดติดต่อกันเกิน 12 เดือน จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเดือนละ 15 USD ในทุกประเภทบัญชี
ข้อสรุป ค่าธรรมเนียม CMC Markets ดีไหม ?
CMC Markets นำเสนอบัญชีเทรดฟอเร็กซ์และ CFD ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง ด้วยค่าสปรดฟอเร็กซ์ที่เริ่มต้นเพียง 0.7 pips และไม่มีค่าคอมมิชชั่น ทำให้โบรกนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากคุณกำลังมองหาประเภทบัญชีที่เน้นต้นทุนต่ำ

แพลตฟอร์มเทรด
CMC Markets ถือเป็นอีกหนึ่งโบรกเกอร์ที่นำเสนอแพลตฟอร์มการเทรดที่ครบเครื่องอีกแห่งหนึ่ง โดยคุณสามารถเลือกใช้แพลตฟอร์มได้มากถึง 4 แบบ ได้แก่ CMC Next Generation, MT4, MT5 และ Tradingview
CMC Next Generation
หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มที่เป็นกรรมสิทธิ์ของโบรกเกอร์ ผมคิดว่า CMC NextGen หรือ CMC CFD เป็นแพลตฟอร์มที่น่าสนใจไม่น้อย
ในการใช้งานแพลตฟอร์มนี้คุณจะได้รับตัวเลือกอินเทอร์เฟซสองแบบ คือ แบบ Standard สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ และ Advanced สำหรับผู้ที่ต้องการการใช้งานขั้นสูง
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือระบบสร้างกราฟที่มีตัวบ่งชี้ทางเทคนิค (technical indicators) กว่า 115+ รายการ, รูปแบบกราฟ (chart patterns) 70 แบบ, ประเภทกราฟ 12 แบบในตัว และกรอบเวลา (Timeframes) ที่มีตั้งแต่ช่วงเวลา 1 วินาทีไปจนถึงแบบรายเดือน
แพลตฟอร์มนี้จึงเหมาะสำหรับเทรดเดอร์สาย scalping หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำ swing trading เพราะคุณสามารถดึงกราฟได้ถึง 12 กราฟในมุมมองเดียวพร้อมการจัดวางแบบกำหนดเอง
จากประสบการณ์ใช้งานจริง ผมพบว่า แพลตฟอร์มให้ความรู้สึกรวดเร็ว กราฟโหลดไว และการส่งคำสั่งเทรดที่น่าพอใจ
และนี่คือเครื่องมือในตัวอื่น ๆ ที่คุณสามารถพบได้บน CMC NextGen
- ความรู้สึกของลูกค้า (Client Sentiment): แสดงให้เห็นเปอร์เซ็นต์ของเทรดเดอร์ที่เปิดสถานะ long เทียบกับ short ในแต่ละตราสาร รวมถึงมูลค่าสถานะรวม
- เลย์เอาต์หลายแบบ: เพื่อให้คุณสามารถกำหนดเลย์เอาต์ล่วงหน้าที่เหมาะสำหรับสไตล์การเทรดที่แตกต่างกัน ประหยัดเวลาเมื่อเทียบกับการสร้างทุกอย่างตั้งแต่ต้น
- ตัวสแกนการรับรู้รูปแบบ: ตรวจจับรูปแบบกราฟขณะที่กำลังก่อตัวและส่งการแจ้งเตือน ซึ่งดีกว่าการสแกนกราฟหลายสิบกราฟด้วยตนเองเพื่อหาจุดเข้าเทรด
- คำสั่งรับประกันจุดตัดขาดทุน (GSLOs): ล็อกราคาขาออกของคุณแม้ว่าตลาดจะเกิดช่องว่างราคา แลกกับการที่คุณคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพรีเมียมเล็กน้อย แต่จะได้รับคืนหาก stop ไม่ถูกเรียกใช้งาน
โดยแพลตฟอร์มนี้สามารถทำงานได้ทั้งบนเดสก์ท็อป Windows และ Mac รวมถึงเบราว์เซอร์เว็บและแอปพลิเคชันมือถือสำหรับ iOS และ Android
MT4
CMC ให้คุณเข้าถึง MetaTrader 4 ได้อย่างง่ายดายสำหรับบัญชีทั้งสองประเภทที่มีให้บริการ ซึ่งตัว MT4 ยังคงเป็นแพลตฟอร์มเทรดฟอเร็กซ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในโลก
สำหรับผมแล้วเสน่ห์หลักของ MT4 ได้แก่
- รองรับ Expert Advisors (EAs) หลายพันรายการสำหรับการเทรดแบบอัลกอริทึม
- ประเภทคำสั่งขั้นสูงความสามารถในการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มั่นคง
- อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและเป็นที่รู้จักดีในบรรดาเทรดเดอร์ทั่วไป
- อินดิเคเตอร์ 30+ รายการ, กรอบเวลา 9 รูปแบบ และความสามารถในการบันทึกเทมเพลตกราฟ
- การแจ้งเตือนราคาการเทรดแบบคลิกเดียว
อย่างไรก็ตาม คุณควรทราบว่า MT4 ไม่ได้ครอบคลุมตลาดการเงินทั้งหมดที่มีให้บริการ โดยทั่วไปแล้วมันเหมาะสำหรับการเทรดคู่เงินฟอเร็กซ์และตราสาร CFD หลัก ๆ มากกว่า
MT5
อีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ผมเลือกใช้งานบ่อยนั่นก็คือ MetaTrader 5 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทรดที่พัฒนามาจาก MT4 เพื่อส่งมอบประสบการณ์เทรดและตัวเลือกผลิตภัณฑ์การเงินที่เหนือกว่าเวอร์ชันเดิม โดบ MT5 จะครอบคลุมฟอเร็กซ์, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้น
และนี่คือสิ่งที่ MT5 แตกต่างจาก MT4 แบบเดิม
- กรอบเวลา 21 แบบ: ทำให้การเทรดระหว่างวันมีมุมมองที่ละเอียดขึ้น เช่น กราฟ 2 นาทีหรือ 8 ชั่วโมง
- อินดิเคเตอร์ในตัว 38 รายการ และวัตถุวิเคราะห์ 44 แบบ: ทำให้การวิเคราะห์กราฟของคุณแม่นยำยิ่งขึ้น และมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่มากขึ้น
- ปฏิทินเศรษฐกิจในตัว: คุณสามารถตั้งค่าตัวกรองตามประเทศ, ระดับผลกระทบ และฟีเจอร์นี้ยังรองรับการอัปเดตแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องติดตั้งปลั๊กอินเหมือนที่คุณต้องการบน MT4
- เครื่องมือทดสอบกลยุทธ์: คุณสามารถแบ็คเทสคู่เงินหลายคู่พร้อมกัน และรันแบบ multi-threaded ได้เลย ทำให้การทำงานของมันจะเร็วกว่าการใช้งานทั่ว ๆ ไป
- รองรับทั้งโหมดการป้องกันความเสี่ยง (hedging) และโหมดสถานะสุทธิ (netting): ทำให้คุณมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คุณควรทราบก่อนว่า MT5 ทำงานบน MQL5 ซึ่งแตกต่างจาก MT4 ที่ใช้ MQL4 ทำให้ EAs เก่าของ MT4 จะไม่ทำงาน หากคุณไม่แปลงภาษาโปรแกรมเสียก่อน
TradingView
แต่หากคุณต้องการแพลตฟอร์มการเทรดที่สามารถใช้งานฟังก์ชันกราฟได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมขอแนะนำ TradingView ของ CMC แทนสามแพลตฟอร์มข้างต้นครับ
เครื่องมือสร้างกราฟของ TradingView ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า มีทั้งความสามารถในการวาดและวิเคราะห์กราฟในเชิงลึก สามารถเข้าถึงอินดิเคเตอร์และสคริปต์หลายร้อยรายการที่สร้างโดยชุมชนผ่านภาษา Pine Script ของ TradingView เอง
และนี่จุดเด่นที่ทำให้ TradingView แตกต่างจากแพลตฟอร์มโดยทั่วไป
- อินเทอร์เฟซที่สะอาดและปรับแต่งได้สูง: คุณสามารถปรับแต่งเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคได้อย่างหลากหลาย เพื่อให้เหมาะกับการวิเคราะห์ตลาดและการวิเคราะห์ทางเทคนิคของคุณ
- เครือข่ายสังคมของเทรดเดอร์: คุณสามารถแชร์กราฟของคุณให้ชุมชน TradingView เพื่อรับคำแนะนำหรือคำติชมเกี่ยวกับไอเดียการเทรดได้อย่างกว้างขวาง
- การเชื่อมต่อโดยตรงกับโบรกเกอร์: คุณสามารถเชื่อมบัญชี CMC เข้ากับ TradingView ได้โดยตรง เพื่อส่งคำสั่งซื้อขาย จัดการโพซิชัน และปิดออเดอร์ผ่านหน้าจอของ TradingView ได้ทันที
นอกจากจุดเด่นข้างต้นแล้ว ผมกลับพบว่าการใช้งาน Tradingview ยังมีข้อจำกัดที่ควรทราบอยู่บ้าง ได้แก่
- ไม่มีฟีเจอร์เฉพาะของ CMC: การเชื่อมต่อนี้มีให้เพียงฟังก์ชันมาตรฐานของ TradingView เท่านั้น ไม่มีการเชื่อมระบบ Copy Trading หรือการดึงกลยุทธ์จากชุมชนมาใช้แบบอัตโนมัติ
- ฟีเจอร์ Learning Curve: หากคุณใช้งาน TradingView เป็นประจำอยู่แล้ว การเชื่อมต่อนี้จะตอบโจทย์มาก แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ออปชันการปรับแต่งหลายตัวแบบนี้อาจทำให้รู้สึกสับสนในช่วงแรกได้
- ไม่เหมาะกับสายบอท (Automation): แม้ TradingView จะเด่นเรื่องการวิเคราะห์ แต่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการเทรดอัตโนมัติเต็มรูปแบบเหมือน MT4 หรือ MT5 คุณทำได้เพียงตั้งการแจ้งเตือน (Alerts) หรือรันกลยุทธ์ Pine Script พื้นฐานเท่านั้น
แอพเทรดบนมือถือ
โบรกเกอร์ CMC Markets ทำได้ดีในแง่ความหลากหลายของแอพเทรด โดยให้บริการแอปพลิเคชันสำหรับการซื้อขายฟอเร็กซ์ผ่าน MT4, MT5 และแพลตฟอร์ม CMC NEXTGEN ในระบบ iOS และ Android
สิ่งที่ผมสังเกตุได้คือ CMC NEXTGEN ยกฟังก์ชันการทำงานจากเวอร์ชันเดสก์ท็อปมาไว้ในแอพทั้งหมด ช่วยให้คุณเข้าถึงตราสารการเทรดที่ครบครัน คำสั่งซื้อขายที่ซับซ้อน รายละเอียดบัญชี ตัวสแกนตลาด และเครื่องมือสร้างกราฟที่ยืดหยุ่น
ในขณะที่ MT4 และ MT5 ก็ยังคงฟีเจอร์สำคัญอย่างการสร้างกราฟขั้นสูงและอินดิเคเตอร์ทางเทคนิค รวมถึงรองรับการเทรดอัตโนมัติ Expert Advisors (EAs) ได้ด้วย
ผมประทับใจเป็นพิเศษสำหรับความปลอดภัยของ MT4 ที่มีฟีเจอร์รหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) และแอพ Next Generation เวอร์ชัน iPhone ที่รองรับการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ ในขณะที่เวอร์ชัน Android ยังไม่มีฟีเจอร์นี้
ประสบการณ์การเทรด
เพื่อได้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ผมลองเทรดบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีให้บริการบน CMC Markets และนี่คือประสบการณ์ใช้งานจริงที่พบได้รับ
- Next Generation: เน้นการส่งคำสั่งแบบอัตโนมัติ 100% ที่รวดเร็ว พร้อมประเภทคำสั่งที่หลากหลายเพื่อความยืดหยุ่นและการจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้น
- MT4 และ MT5: ให้ความเร็วในการส่งคำสั่งสูง เหมาะสำหรับระบบเทรดอัตโนมัติ (EA) และสามารถใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
- TradingView: มอบการส่งคำสั่งที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือ ช่วยให้คุณจัดการออเดอร์ CFD ได้โดยตรงจากกราฟด้วยความหน่วงที่ต่ำที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำโดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา

ข้อสรุป แพลตฟอร์มเทรด CMC Markets
CMC Markets ทำคะแนนในส่วนของแพลตฟอร์มเทรดได้ดี เนื่องจากสามารถส่งมอบทางเลือกที่ครอบคลุมได้ทั้ง Next Generation ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง, TradingView สำหรับผู้ที่เน้นการใช้กราฟวิเคราะห์ระดับสูง และ MT4/MT5 ที่เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เน้นการใช้บอทเทรดเป็นหลัก
ความปลอดภัย
CMC Markets ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือสูงถึง 9/10 เมื่อพิจารณาจากการกำกับดูแลจากหน่วยงานทางการเงินชั้นนำของโลก ชื่อเสียงของบริษัท และรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ซึ่งถือว่าเป็นระดับความเชื่อมั่นที่สูงมากในอุตสาหกรรม

การกำกับดูแล
การที่ CMC ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยหน่วยงานทางการเงินของไทยอย่าง ก.ล.ต. ทำให้ลูกค้าชาวไทยต้องทำการซื้อขายผ่านนิติบุคคลระหว่างประเทศหรือบริษัทนอกประเทศ (Offshore) ของ CMC จึงมีระดับความปลอดภัยในการใช้งานที่ต่ำกว่าผู้ใช้งานจากภูมิภาคที่ได้รับการคุ้มครองจากหน่วยงานหลัก
แต่ด้วยการถือใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลหลักทั่วโลก ได้แก่ ASIC ในออสเตรเลีย, FCA ในสหราชอาณาจักร, MAS ในสิงคโปร์, FMA ในนิวซีแลนด์, BaFin ในเยอรมนี และ CIRO ในแคนาดา ทำให้ผมให้คะแนนในส่วนนี้ในสัดส่วนที่สูง
ตารางแสดงรายละเอียดหน่วยงานกำกับดูแลของ CMC Markets
| ระดับ | หน่วยงานกำกับดูแล |
|---|---|
| Tier-1 | ASIC (Australia) - Australian Securities & Investment Commission FCA (UK) - Financial Conduct Authority BaFin (Germany) - Federal Financial Supervisory Authority CIRO (Canada) - Canadian Investment Regulatory Organization MAS (Singapore) - Monetary Authority of Singapore |
| Tier-2 | DFSA (UAE) - Dubai Financial Services Authority FMA (New Zealand) - Financial Markets Authority |
| Tier-3 | BMA (Bermuda) - Bermuda Monetary Authority |
นั่นก็เพราะ หน่วยงาน Teir 1 เหล่านี้จะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการคุ้มครองเงินทุนของลูกค้าและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ซึ่งทำให้ CMC มีมาตรฐานที่สูงกว่าโบรกเกอร์ต่างชาติ (Offshore) ส่วนใหญ่ที่ให้บริการแก่เทรดเดอร์ชาวไทยครับ

ชื่อเสียง
CMC ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 มีที่ตั้งสำนักงานใหณ่ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โบรกนี้มีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 880 ล้านปอนด์ ณ ปี 2026 รายงานทางการเงินล่าสุดระบุว่ามีลูกค้าที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ 89,978 ราย และมีรายได้สุทธิจากการเทรดอยู่ที่ 340 ล้านปอนด์ สำหรับรอบ 12 เดือนที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2025
พวกเขายังคงรักษาฐานความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากข้อมูลการค้นหาบน Google ต่อเดือนที่สูงถึงประมาณ 110,000 ครั้ง จัดอยู่ในอันดับที่ 21 จากโบรกเกอร์ทั้งหมด 65 แห่งที่เราติดตามข้อมูล ส่วนความนิยมในหมู่เทรดเดอร์ไทย ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 41 ด้วยจำนวนการค้นหาอยุ่ที่ 210 ครั้งต่อเดือน
รีวิว
จากการสำรวจ ผมพบว่า CMC ได้รับคะแนน 4.3 จาก 5.0 คะแนนบน TrustPilot จากรีวิวทั้งหมด 2,804 รายการ
เมื่อเจาะลึกไปที่รีวิวทั้งหมดที่ CMC ได้รับ จะเห็นได้ว่า ผลตอบรับในเชิงบวกของโบรกเกอร์มาจากด้านความเสถียรของแพลตฟอร์ม ความเร็วในการส่งคำสั่ง และการตอบกลับของฝ่ายบริการลูกค้าที่รวดเร็ว
ในขณะที่รีวิวเชิงลบมักจะเกิดจากกระบวนการยืนยันตัวตนที่ใช้เวลานานกว่าที่คาด และความล่าช้าในการถอนเงินในบางโอกาส นอกจากนี้เทรดเดอร์บางรายยังกล่าวถึงการใช้งานแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่
ข้อสรุป ความปลอดภัย CMC Markets
ผมให้คะแนนความน่าเชื่อถือสูงของ CMC สูงถึง 9/10 จากประวัติการดำเนินงานที่ยาวนานและการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งโดยหน่วยงานระดับสูงสุดอย่าง ASIC และ FCA แม้ว่าการกำกับดูแลนี้จะไม่ครอบคลุมถึงการคุ้มครองทางกฎหมายแก่เทรดเดอร์ชาวไทยโดยตรง แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า CMC ดำเนินกิจการในฐานะโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้
การฝากและถอนเงิน
แม้จะไม่มีตัวเลือกการฝากถอนที่เหมาะกับคนไทย เช่น คิวอาร์โค้ดหรือจ่ายเงินผ่านธนาคารในประเทศ แต่ CMC Markets ก็มอบทางเลือกที่ยืดหยุ่นในการฝากและถอนเงินได้ไม่น้อย และที่สำคัญคือไม่มีค่าธรรมเนียมฝากถอน รวมไปถึงไม่มีข้อกำหนดเรื่องเงินฝากขั้นต่ำ ทำให้เทรดเดอร์ที่มีเงินทุนในระดับต่างๆ สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย
เงินฝากขั้นต่ำ CMC Markets อยู่ที่เท่าไหร่ ?
จุดเด่นอีกประการที่ผมประทับใจคือ CMC Markets ไม่ได้กำหนดยอดฝากขั้นต่ำ แม้ว่ามาตรฐานของอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ประมาณ $200 ก็ตาม
แต่สิ่งที่คุณควรทราบคือ โบรกเกอร์นี้ไม่ได้รองรับเงินสกุลไทยบาท (THB) สำหรับทุกบัญชีเทรด ทำให้ทุกการฝากถอนของคุณจำเป็นต้องผ่านการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเสียก่อน ซึ่งจุดนี้อาจนำมาซึ่งค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจากผู้ให้บริการธนาคารของคุณได้

การฝากเงินและค่าธรรมเนียม
หากคุณเป็นเทรดเดอร์ในไทย คุณจะสามารถเลือกฝากเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือการโอนเงินผ่านธนาคารระหว่างได้ โดย CMC จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการฝากเงิน แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอาจเกิดขึ้นได้และจำนวนเงินเหล่านี้จะอยู่กับผู้ให้บริการทางการเงินของคุณ
การถอนเงินและค่าธรรมเนียม
เช่นเดียวกันกับการฝากเงิน CMC Markets ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการถอนเงินส่วนใหญ่ แต่ค่าบริการอาจเกิดขึ้นจากผู้ให้บริการทางการเงินของคุณเอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณควรทราบเกี่บวกับการถอนเงินคือ เมื่อคุณถอนเงิน คุณจะต้องใช้วิธีการเดียวกับที่คุณใช้ฝากเงิน และคุณไม่สามารถถอนยอดเงินทั้งหมดผ่านทางบัตรเครดิต/เดบิตได้
ตัวอย่างเช่น คุณฝากเงินผ่านบัตร Visa จำนวน USD 300 และภายหลังได้รับกำไรรวมแล้วมียอดสุทธิ USD 800 คุณจะสามารถถอนเงินผ่านบัตร Visa ได้เพียง USD 300 ส่วนอีก USD 500 ต้องถอนผ่านการโอนเงินระหว่างประเทศเท่านั้น
การเปิดบัญชีเทรด
ในการทดสอบของผม พบว่าการเปิดบัญชีกับ CMC Markets นั้นค่อนสะดวกและรวดเร็ว โดยได้คะแนน 8 จาก 10

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โบรกเกอร์ไม่ได้คะแนนเต็ม คือข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องกรอกค่อนข้างละเอียดกว่าโบรกเกอร์อื่น ๆ ทำให้ให้เวลาในการกรอกและอัพโหลดข้อมูลนานกว่า รวมถึงระยะเวลาในการรอการยืนยันบัญชีก็นานกว่าคู่แข่งรายอื่นในอุตสาหกรรมด้วย

ข้อสรุป การฝากถอนเงิน CMC Markets
CMC Markets นำเสนอทางเลือกในการฝากและถอนเงินที่ยืดหยุ่น โดยไม่มีข้อกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ชาวไทยควรคำนึงถึงค่าธรรมเนียมธนาคารหรือค่าใช้จ่ายในการแปลงสกุลเงินที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้วิธีการชำระเงินระหว่างประเทศ
ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
โบรกเกอร์ CMC Markets มีผลิตภัณฑ์ CFD ให้เลือกซื้อขายมากกว่า 12,000 รายการ ประกอบด้วยคู่เงินฟอเร็กซ์ 338 คู่, หุ้น 8,000 ตัว และคริปโตเคอร์เรนซี 15 สกุล (รวมถึง Bitcoin)
นี่คือตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่คุณสามารถเข้าถึงได้
ฟอเร็กซ์
หากคุณเน้นการเทรดฟอเร็กซ์เป็นหลัก ผมขอแนะนำ CMC Markets เลยครับ เพราะพวกเขาเปิดให้เทรดได้มากกว่าโบรกเกอร์ทั่วไปมีให้ โดยครอบคลุมทั้งคู่เงินหลักอย่าง USD/AUD หรือ USD/EUR , คู่เงินรอง และคู่เงิน exotic
ดัชนี
คุณสามารถเข้าถึงดัชนี้ได้หลายตัว ไม่ว่าจะเป็น US 30 (Dow Jones), UK 100 หรือ AUS 200 โดยที่ CMC Markets ให้สภาพคล่องสูงและสเปรดที่แข่งขันได้ เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการเทรดบนแนวโน้มของตลาดขนาดใหญ่
หุ้นรายตัว
ที่ CMC Markets คุณสามารถเข้าถึงหุ้นรายตัวในรูปแบบ CFD ที่มาจากบริษัทชั้นนำทั่วโลก เช่น Apple, Amazon, Tesla, Microsoft และหุ้นจากตลาดยุโรป/เอเชียได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว
สินค้าโภคภัณฑ์
หากคุณสนใจเทรดทองคำ (Gold), Silver, น้ำมัน (Oil), ก๊าซ (Gas) และสินค้าเกษตรอีกหลายรายการ ทางโบรก CMC Markets ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง ทำให้คุณสามารถเก็งราคาสินค้าเหล่าเพื่อใช้ hedge หรือทำกำไรจากปัจจัยพื้นฐานโลกได้โดยสะดวก
คริปโตเคอร์เรนซี
CMC Markets ให้คุณเทรด Crypto CFD ได้โดยไม่ต้องถือครองเหรียญจริง และรองรับเหรียญยอดนิยมอย่าง Bitcoin, Ethereum, Ripple และอื่น ๆ

ข้อสรุป ผลิตภัณฑ์การเงิน CMC Markets
จากการที่ CMC Markets รองรับตลาดการเงินมากกว่า 12,000 รายการ ซึ่งเครอบคลุมทั้ง ฟอเร็กซ์ 330+ คู่, หุ้นรายตัวจากตลาดทั่วโลก และคริปโต ทำให้ผมคิดว่าโบรกเกอร์นี้เหมาะสำหรับนักเทรดทุกประเภท ไม่ว่าคุณจะเป็น scalper, day trader หรือ swing trader ก็ตาม
ฝ่ายบริการลูกค้า
จากข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ของ CMC Markets ระบว่าฝ่ายบริการลูกค้าของโบรกเกอร์จะให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (24/5) ผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ โทรศัพท์, อีเมล และแชทสด แต่จากการใช้งานจริงพบผมว่า ไม่สามารถติดต่อพวกเขาได้ 24 ชั่วโมงดังที่กล่าวอ้าง

อีกทั้งเว็บไซต์ยังรองรับเพียง 9 ภาษา โดยไม่มีการรองรับภาษาไทยโดยตรง ทำให้ผู้ใช้งานในไทยต้องติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก ด้วยเวลาการให้บริการและภาษาที่ใช้ ทำให้ผมมองว่าการติดต่อผ่านทางอีเมลอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ชาวไทย แม้จะใช้เวลารอการตอบกลับนานหน่อยก็ตาม
ข้อสรุป ฝ่ายบริการลูกค้า CMC Markets
ด้วยข้อจำกัดในการใช้งานหลายประการ ทำให้ CMC Markets ได้รับคะแนนเพียง 3/10 ซึ่งผมมองว่านี่คือจุดอ่อนที่ชัดเจน โดยเฉพาะการให้บริการลูกค้าในไทย
พอร์ทัลการเรียนรู้และการวิจัย
หากคุณต้องการหาบทความที่เกี่ยวข้องการใช้งานแพลตฟอร์ม การเทรด หรือข้อมูลตลาด ทาง CMC Markets ก็มีแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ที่ครอบคลุมเทรดเดอร์ทุกระดับประสบการณ์

อย่างไรก็ตาม ผมพบว่าโบรกเกอร์ยังขาดส่วนของเว็บบินาร์ บทวิเคราะห์ตลาดเชิงลึก และวีดีโอ ทำให้โบรกเกอร์ยังตามหลักโบรกเกอร์ใหญ่ ๆ ในตลาดที่มีสื่อการเรียนรู้ที่ละเอียดและหลากหลายกว่า
ข้อสรุป พอร์ทัลการศึกษา CMC Markets
โดยรวมแล้วผมมองว่า พอร์ทัลการศึกษา CMC Markets ยังไม่ได้โดดเด่นเท่าใดนัก เพราะสื่อการเรียนรู้ที่ออกมาในรูปแบบบทความเพียงไม่กี่บทความเท่านั้น อีกทั้งขาดเครื่องมืออื่น ๆ ที่เราเคยพบในโบรกเกอร์คู่แข่ง
สรุปรีวิว CMC Markets
หลังจากรีวิว CMC Markets ผมพบว่าโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือแห่งนี้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ที่ให้ความสำคัญกับ ต้นทุนการเทรด, คุณภาพแพลตฟอร์ม และความน่าเชื่อถือเป็นหลัก
โบรกเกอร์นำเสนอสเปรดเริ่มต้นประมาณ 0.7 pips สำหรับคู่ EUR/USD และรองรับแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เช่น MT4 และ MT5 สำหรับการใช้ EA, TradingView สำหรับการวิเคราะห์กราฟขั้นสูง และแพลตฟอร์ม Next Generation ของ CMC Markets ที่มีเครื่องมือครบถ้วนสำหรับการเทรดระดับมืออาชีพ
นอกจากนี้ CMC Markets ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานทางการเงินชั้นนำหลายแห่ในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และแคนาดา ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในด้านความปลอดภัยของเงินทุนลูกค้าได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของ CMC Markets คือ ไม่มีระบบ copy trading หรือ social trading และยังไม่ฝ่ายบริการลูกค้าชาวไทย และไม่รองรับช่องทางฝาก-ถอนแบบธนาคารไทยโดยตรง ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย
ถึงแม้จะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ด้วยการเข้าถึงสินทรัพย์ CFD มากกว่า 12,000 รายการ, ไม่มีค่าธรรมเนียมฝาก-ถอน และไม่มีข้อกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ ทำให้ CMC Markets ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจอีกตัวในปี 2026
คำถามที่พบบ่อย
CMC Markets ดีไหม หากจะเทรดฟอเร็กซ์ในไทย?
ดี CMC Markets รองรับตลาด forex หลายสิบคู่ ไม่ว่าคุณจะเทรดคู่หลัก คู่รอง หรือคู่เงิน exotic ผ่านแพลตฟอร์มเทรดชั้นนำอย่าง MT4, MT5, Tradingview และ CMC Nextgen
CMC Markets มีบัญชี Demo หรือไม่?
มี CMC Markets ให้บริการบัญชี Demo ฟรี สำหรับการฝึกเทรดโดยใช้เงินเสมือนจริงที่สามารถปรับระดับเงินทุนได้ด้วยตัวเอง โดยบัญชี Demo จะสามารถใช้งานได้ผ่านแพลตฟอร์มเทรดอย่าง MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) เท่านั้น
CMC Markets ปลอดภัยและน่าเชื่อถือหรือไม่?
CMC Markets ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูงในอุตสาหกรรม forex เนื่องจาก ดำเนินการมามากกว่า 30 ปี และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานระดับ Tier-1 เช่น Financial Conduct Authority (FCA) และ Australian Securities and Investments Commission (ASIC)
นอกจากนี้ CMC Markets ยังได้รับรีวิวถึง 4.3 จากผู้ใช้ใน Trust pilot และได้รับรางวัลในอุตสาหกรรมมากกว่า 50 รางวัลอีกด้วย
CMC Markets ให้ Leverage เท่าไร?
Leverage ที่ CMC Markets ให้บริการขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์และหน่วยงานที่กำกับดูแล โดยทั่วไปแล้วการเทรด forex จะได้รับเลเวอเรจสูงสุดที่ 200:1 ในขณะที่การเทรดสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่าง คริปโตจะใช้เลเวอเรจสูงสุดได้เพียง 10:1
เกี่ยวกับรีวิวนี้
ในการรีวิว CMC Markets ทางทีมงานของเราได้ใช้กระบวนการประเมินที่ครอบคลุม โดยอ้างอิงจากข้อมูลค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ และทดสอบการเทรดจริงเพื่อวิเคราะห์ต้นทุนที่ผู้ใช้งานต้องจ่ายจริงในสภาพตลาดปัจจุบัน
เว็บไซต์ของเราทำการอัพเดทข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์เป็นประจำทุกเดือน รวมถึงตรวจสอบค่าสเปรด คอมมิชชั่น และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ผ่านการเทรดจริงเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ได้สะท้อนสภาพการเทรดจริงมากที่สุด
กระบวนการนี้ช่วยให้การประเมินค่าธรรมเนียมของ CMC Markets มีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทางเลือกอื่นแทน CMC Markets
หากคุณต้องการโบรกเกอร์ที่มีฟีเจอร์อื่น มีต้นทุนต่ำกว่า หรือรองรับแพลตฟอร์มเทรดชั้นนำอย่าง cTrader ลองดูตัวเลือกอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ จากรายการด้านล่างนี้
Justin Grossbard
Justin เริ่มต้นเทรดตั้งแต่ปี 1998 และได้นั่งตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้งของ CompareForexBrokers เมื่อปี 2014 ในหลายปีนี้ Justin ได้เผยแพร่บทความทางการเงินมากกว่า 100 บทความ บน Forbes, Kiplinger ไปจนถึง Finance Magnates เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรีในสาขาวิชาพาณิชยศาสตร์ และมีบทบาทสำคัญในชุมชนฟินเทคมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนและการซื้อขาย ที่เผยแพร่เมื่อปี 2023 อีกด้วย
คำตัดสิน
ค่าธรรมเนียม
แพลตฟอร์มการซื้อขาย
ความปลอดภัย
การฝากเงินเข้าบัญชี
สินค้า
บริการช่วยเหลือ
การวิจัยตลาด 
































