Leverage คือ อะไร 2026 ใช้เลเวอเรจสูงเพิ่มกำไรได้จริงหรือ?

Leverage (เลเวอเรจ) คือ อัตราส่วนที่โบรกเกอร์ให้คุณเปิดสถานะซื้อขายได้ใหญ่กว่าเงินทุนจริงในบัญชี เช่น เลเวอเรจ 1:500 หมายถึงเงิน $100 เปิดสถานะได้สูงสุด $50,000 โดยใช้มาร์จิ้นเป็นหลักประกัน ยิ่งเลเวอเรจสูง ทั้งกำไรและขาดทุนยิ่งถูกขยายมากขึ้น
ในบทความนี้ ผมจะอธิบายให้คุณเข้าใจว่าถึงหลักการและวิธีการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้

อัปเดต:

Justin Grossbard

เขียนโดย Justin Grossbard

Leverage คือ? มุมมองการใช้งานสำหรับเทรดเดอร์ไทย

Leverage คือ เครื่องมือที่ถูกใช้ในการซื้อขายฟอเร็กซ์, สกุลเงินดิจิทัล, หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเรามักจะใช้ Leverage เพื่อทำการซื้อขายในปริมาณที่สูงกว่าทุนจริงที่มีอยู่ หรือหากจะพูดง่ายๆ การใช้ Leverage คือการยืมเงินจากโบรกเกอร์มาขยายความสามารถการซื้อขายนั่นเอง

Leverage คืออะไร

 

เลเวอเรจนับเป็นการก่อหนี้หรือไม่

จากมุมมองของผม Justin Grossbard ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินจาก CompareForexBrokers ผมมองว่า ถึงแม้การใช้ Leverage นับเป็นการก่อหนี้ แต่มักใช้ในกรณีการสร้างหนี้เพื่อการลงทุน การใช้ Leverage ในการลงทุนเป็นอีกหนึ่งวิธีการเข้าถึงเงินทุนทางเลือก โดยใช้เงินทุนที่มีค้ำประกันกับโบรกเกอร์หรือผู้ให้บริการทางการเงิน เลเวอเรจสามารถช่วยในการจัดหาทุนเพื่อซื้อสินทรัพย์ เช่น สินค้าคงคลัง อุปกรณ์ หรือการลงทุนของนักลงทุนมือใหม่ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงการใช้เลเวอเรจเพื่อได้มาซึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง นั่นหมายความว่า เรากำลังเข้าสู่การเป็นหนี้เพื่อให้ได้มาหรือแก้ไขความต้องการบางอย่าง

เลเวอเรจทำงานอย่างไรในตลาด Forex

ในโลกการลงทุน การเรียกใช้ Leverage เป็นการที่คุณกำลังจะกู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มผลตอบแทนของลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น, ฟอเร็กซ์, พันธบัตร, กองทุน, กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน, ออปชัน, สินค้าโภคภัณฑ์, สกุลเงินดิจิตอล หรือแม้กระทั่ง CFD (Contract for Difference)

Leverage ช่วยให้คุณเปิดตำแหน่งการซื้อขายที่เกินขีดจำกัดของยอดเงินในบัญชีของคุณได้ เพื่อเข้าถึง leverage คุณต้องมั่นใจว่าบัญชีการซื้อขายของคุณมีเงินทุนเพียงพอตามที่โบรกเกอร์ระบุ (หรือที่นิยมเรียกว่า “มาร์จิ้น”) คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาร์จิ้นได้ในบทความ “forex margin คืออะไร” ของเรา

เทรดด้วย Leverage

ทำไม Leverage ถึงมีประโยชน์ในการเทรด Forex และ CFD?

ในตลาดฟอเร็กซ์และ CFD เรามักจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงของในระหว่างวันนั้นมีปริมาณที่น้อยกว่า 1% ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่น้อยนิดนี้ การทำกำไรที่มีนัยสำคัญจึงเป็นเรื่องยากหากคุณมีเงินทุนไม่มากพอ นี่คือเหตุผลที่โบรกเกอร์เสนอ leverage ให้กับเทรดเดอร์รายย่อย

ข้อได้เปรียบของการใช้ leverage เพื่อการลงทุนในฟอเร็กซ์และ CFD คือ เลเวอเรจช่วยเพิ่มกำลังซื้อและผลกำไรของคุณสามารถทำได้จากเงินทุนเพียงเล็กน้อยของคุณเอง อย่างไรก็ตาม leverage อาจเพิ่มผลกำไรจากเงินทุนที่น้อยได้ แต่มันก็สามารถเพิ่มโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน หากอัตราการแลกเปลี่ยนเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับการคาดการณ์ของคุณ โปรดอ่าน คู่มือเทรด forex ฉบับเต็ม สำหรับข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เลเวอเรจกับมาร์จิ้นสัมพันธ์กันอย่างไร

เลเวอเรจมักจะแสดงเป็นอัตราส่วนระหว่างจำนวนเงินที่คุณลงทุนและจำนวนเงินที่การลงทุนของคุณจะถูกขยาย โดยส่วนใหญ่แล้ว โบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุดในตลาดมักจะโฆษณาเลเวอเรจสูงสุดที่คุณสามารถใช้ในการเทรดได้ แต่สิ่งที่ผมอยากให้ลองสังเกตคือ บางโบรกเกอร์อาจมีข้อกำหนดมาร์จิ้นในการใช้งานเลเวอเรจนั้นๆ

Margin แตกต่างกับ Leverage อย่างไร

ในฐานะนักลงทุนมือใหม่คุณอาจสับสนระหว่าง มาร์จิ้น และ เลเวอเรจ ผมขออธิบายง่ายๆ ดังนี้

  • Margin คือ เงินประกันที่คุณต้องมีในบัญชีการซื้อขายของคุณเพื่อเปิดตำแหน่งในการเทรดแต่ละรายการ
  • ในขณะที่ Leverage คือ จำนวนเงินที่โบรกเกอร์จะให้ยืมสำหรับทุกๆ ดอลลาร์ที่คุณฝากเข้าไปในบัญชีการลงทุน

โดยเลเวอเรจจะแสดงเป็นอัตราส่วน แต่มาร์จิ้นจะถูกแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ที่ใช้ในการเทรด และรูปภาพด้านล่างแสดงตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเลเวอเรจและมาร์จิ้น

เปรียบเทียบ Leverage Margin

เลเวอเรจสูงสุดของโบรกเกอร์ forex ที่คนไทยนิยมใช้ 2026

ตารางด้านล่างคือเลเวอเรจสูงสุดที่โบรกเกอร์แต่ละรายเสนอให้กับลูกค้าชาวไทย ตรวจสอบจากหน้ารีวิวของเราเองเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026

โบรกเกอร์เลเวอเรจสูงสุดประเภทบัญชี / เงื่อนไขตรวจสอบเมื่อ
Exness1:ไม่จำกัดค่าเริ่มต้น 1:2000 · เฉพาะคู่เงินหลักและโลหะสภาพคล่องสูง · ขึ้นกับเงินในบัญชี9 ส.ค. 2026
FBS1:3000เฉพาะฟอเร็กซ์ · โลหะ 1:500 · ดัชนีและพลังงาน 1:200 · หุ้น 1:1009 ส.ค. 2026
XM1:1000ลดลงตามเงินทุน — 1:500 เมื่อเกิน $40,000 · 1:200 เมื่อเกิน $80,000 · 1:100 เมื่อเกิน $200,0009 ส.ค. 2026
IC Markets1:1000ฟอเร็กซ์และโลหะ ทั้งบัญชี Standard และ Raw · คริปโตต่ำกว่ามาก9 ส.ค. 2026
Tickmill1:1000บน MT5 (แบบไดนามิก) · MT4 สูงสุด 1:500 (แบบคงที่)9 ส.ค. 2026
BlackBull Markets1:500ฟอเร็กซ์และทองคำ · ดัชนีและพลังงาน 1:100 · CFD หุ้น 1:59 ส.ค. 2026
Eightcap1:500ทุกประเภทบัญชี · ค่าเริ่มต้น 1:1009 ส.ค. 2026
FP Markets1:500ขึ้นกับประเภทสินทรัพย์และประเภทบัญชี9 ส.ค. 2026
Pepperstone1:200 (รายย่อย) · 1:1000 (มืออาชีพ)บัญชีมืออาชีพมีเงื่อนไขคุณสมบัติ9 ส.ค. 2026
FxPro1:200ผ่านนิติบุคคล SCB9 ส.ค. 2026
Mitrade1:200คู่เงินหลัก · คู่เงินแปลกใหม่ 1:1009 ส.ค. 2026
eToroไม่ได้ระบุรีวิวของเราไม่ได้ระบุตัวเลขเลเวอเรจ และ eToro ไม่ได้ให้บริการลูกค้าในประเทศไทย9 ส.ค. 2026

ตัวเลขในคอลัมน์ “เลเวอเรจสูงสุด” คือเพดานสูงสุดที่โบรกเกอร์ประกาศไว้ ไม่ใช่ค่าที่บัญชีของคุณจะได้รับโดยอัตโนมัติ โบรกเกอร์รายเดียวกันมักกำหนดเพดานต่างกันตามประเภทบัญชี ตามสินทรัพย์ที่เทรด และตามนิติบุคคลที่รับลูกค้าในแต่ละประเทศ บางรายยังลดเลเวอเรจสูงสุดลงอัตโนมัติเมื่อเงินทุนในบัญชีเพิ่มขึ้น ดังนั้นตัวเลขอย่าง “1:2000” ที่ไม่ระบุประเภทบัญชีและสินทรัพย์จึงเป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ก่อนเปิดบัญชีควรตรวจสอบเงื่อนไขจริงกับโบรกเกอร์โดยตรงเสมอ

หมายเหตุ: ข้อกำหนดเลเวอเรจและมาร์จิ้นของโบรกเกอร์แต่ละรายอาจแตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วโบรกเกอร์จะเสนอเลเวอเรจสูงสุดที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของประเทศนั้นๆ ตารางด้านล่างแสดงเลเวอเรจสูงสุดที่สามารถใช้ได้

เลเวอเรจ จาก Australia ASICเลเวอเรจ จาก UK FCAเลเวอเรจ จาก Europe CySEC/BaFIN/ESMAเลเวอเรจ จาก Dubai DFSAเลเวอเรจ จาก Singapore MAS
สูงสุดใน Forex - คู่หลัก1:301:301:301:501:20
สูงสุดใน Forex - คู่รอง1:201:201:201:201:20
สูงสุดในทองคำ1:201:201:201:5001:5
สูงสุดในสินค้าโภคภัณฑ์ - ที่ไม่ใช่ทองคำ1:101:101:101:1001:5
สูงสุดใน ดัชนีตัวหลัก1:201:201:201:201:20
สูงสุดใน ดัชนีที่ไม่ตัวหลัก1:101:101:101:201:20
สูงสุดใน CFD ของหุ้น1:51:51:51:10ไม่ได้ระบุ
สูงสุดใน คริปโต1:21:21:21:51:2

นอกจากการเลือกใช้ระบบเทรด forex ที่เหมาะสมแล้ว การเลือกใช้ leverage ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเลเวอเรจที่สูงกว่า 1:50 กำลังกลายเป็นเรื่องที่พบได้น้อยลงกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลโดยหน่วยงาน Tier-1 เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลประเภทนี้มีความเข้มงวดสูง และพยายามปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากการขาดทุนในจำนวนมาก ในขณะที่ คุณมักพบข้อเสนอเลเวอเรจที่สูงกว่าในโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากต่างประเทศ เช่น เบลีซ, เซเชลส์, วานูอาตู, และเบอร์มิวดา หรือโบรกเกอร์ที่ไม่มีการกำกับดูแล เนื่องจากโบรกเกอร์เหล่านี้มีกฎระเบียบที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินออมของนักลงทุนรายย่อยมากยิ่งขึ้น ด้านล่างนี้คือ อัตราส่วนเลเวอเรจที่นิยมใช้ในอดีต

  • 1:50 (50:1) – อัตราส่วนเลเวอเรจนี้ หมายความว่า ทุกๆ $1 มีในบัญชีการเทรด โบรกเกอร์จะให้เงินคุณในจำนวน $50 ดังนั้น การฝากเงิน $100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้ $5000 โดยอัตราส่วน 1:50 จะหมายถึงการกำหนดมาร์จิ้นที่ 2% ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีมาร์จิ้น $100 (สำหรับการเทรด $5000)
  • 1:100 (100:1) – อัตราส่วนเลเวอเรจนี้หมายความว่า ทุกๆ $1 ในบัญชีการเทรด โบรกเกอร์จะให้เงินคุณในจำนวน $100 ดังนั้น การฝากเงิน $100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้ $10,000 โดยอัตราส่วน 1:100 จะหมายถึงการกำหนดมาร์จิ้นที่ 1% ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีมาร์จิ้น $100 (สำหรับการเทรด $10,000)
  • 1:200 (200:1) – อัตราส่วนเลเวอเรจนี้หมายความว่า ทุกๆ $1 ในบัญชีการเทรด โบรกเกอร์จะให้เงินคุณในจำนวน$200 การฝากเงิน $100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้ $20,000 อัตราส่วน 1:200 จะหมายถึงการกำหนดมาร์จิ้นที่ 0.5% ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีมาร์จิ้น $100 (สำหรับการเทรด $20,000)
  • 1:400 (400:1) – อัตราส่วนเลเวอเรจนี้หมายความว่า ทุกๆ $1 ในบัญชีการเทรด โบรกเกอร์จะให้เงินคุณในจำนวน $400 การฝากเงิน $100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้ $40,000 อัตราส่วน 1:400 จะหมายถึงการกำหนดมาร์จิ้นที่ 0.25% ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีมาร์จิ้น $100 (สำหรับการเทรด $40,000)

ความเสี่ยงของการใช้เลเวอเรจสูง

แม้ว่า Leverage คือ ตัวช่วยที่มีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากมันสามารถทำให้คุณเทรดด้วยเงินทุนที่น้อยลงได้ และเพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนจากการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในช่วงเวลาสั้นๆ แต่คุณก็ต้องระวังข้อเสียของเลเวอเรจด้วย เพราะการเคลื่อนที่ในหน่วย pip เพียงไม่กี่จุด ในขณะที่คุณใช้เลเวอเรจสูงอาจทำให้คุณสูญเสียเงินมากกว่าที่คาดการณ์ได้

ความเสี่ยงจากการใช้ Leverage

จากรูปภาพด้านบน คุณจะเห็นได้ชัดว่าทำไมเลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่มีความเสี่ยงและควรระมัดระวัง เนื่องจาก การขาดทุนที่มากขึ้น นั่นหมายถึงภาระหนี้ที่มากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น การใช้เลเวอเรจควรใช้ด้วยความรอบคอบและกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม เช่น กลยุทธ์การซื้อขายแบบ Carry trade ที่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การซื้อขายที่ช่วยให้เทรดเดอร์รายย่อยสามารถใช้ประโยชน์จากอัตราส่วนเลเวอเรจที่สูงได้

นอกจากนี้ คุณควรใช้เลเวอเรจควรคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่ดี ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์มืออาชีพมักจะเทรดด้วยเลเวอเรจที่ต่ำมาก โดยไม่สนใจว่าโบรกเกอร์จะเสนอเลเวอเรจเท่าใด เนื่องจาก เลเวอเรจที่ต่ำจะช่วยลดผลกระทบทางการเงิน เมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการเทรดหรือความผันผวนที่ไม่คาดคิดนั่นเอง

หน่วยงานการกำกับดูแลมีผลต่อการกำหนด Leverage อย่างไร?

หน่วยงานกำกับดูแล Tier1 ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Australian Securities Investment Commission (ASIC), FCA Regulated Brokers (FCA), ESMA (รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป เช่น BaFIN และ CySEC) มักจำกัดเลเวอเรจที่โบรกเกอร์สามารถเสนอให้กับนักลงทุนรายย่อยไว้ที่ 30:1 สำหรับคู่เงินหลัก (เช่น EUR/USD, USD/JPY, AUD/GBP) และ 20:1 สำหรับคู่เงินรองและสกุลเงินแปลกใหม่ เนื่องจากพวกเขาต้องใช้นโยบายที่เข้มงวดเพื่อปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากการขาดทุนครั้งใหญ่ที่เป็นผลมาจากการเลือกเลเวอเรจในจำนวนสูงเกินไป

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลก็อาจอนุญาตให้เทรดเดอร์มืออาชีพสามารถเข้าถึงเลเวอเรจที่สูงกว่าได้ หากพวกเขาสามารถแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีคุณสมบัติตามข้อกำหนด 2 ข้อดังต่อไปนี้ (ข้อกำหนดเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานกำกับดูแลแต่ละแห่ง):

  • เป็นเจ้าของหรือบริหารสินทรัพย์สุทธิที่สูงกว่าระดับที่กำหนด
  • มีประสบการณ์การทำงานในบริการทางการเงินอย่างน้อย 1 ปี
  • เคยทำการเทรดที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 ครั้งในปีที่ผ่านมา

Leverage คือ เครื่องมือที่ใช้ในการลดความเสี่ยงในการซื้อขายจริงหรือไม่?

เลเวอเรจสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการลงทุนของคุณได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงเหล่านี้ ด้วยการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงในการลงทุน ตัวอย่างของเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ได้แก่:

  • Stop Loss – คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด
  • Guaranteed Stop Loss – Stop Loss แบบรับประกันราคา ปิดที่ราคาที่ตั้งไว้แม้ตลาดกระโดดข้าม (มักมีค่าธรรมเนียม)
  • Take Profit – คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อได้กำไรถึงเป้า
  • Negative Balance Protection – การคุ้มครองไม่ให้ยอดในบัญชีติดลบเกินเงินฝาก โบรกเกอร์หลายแห่งมีให้กับลูกค้ารายย่อย
  • Margin Call / Stop Out – การแจ้งเตือนและการบังคับปิดสถานะเมื่อมาร์จิ้นต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด

ไม่ว่าคุณจะเป็น day trader หรือนักเทรดสาย scalping คุณน่าจะทราบดีว่า เครื่องมือบริหารความเสี่ยงส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องบัญชีของนักลงทุน ลดผลกระทบจากการติดหนี้เมื่อการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในทิศทางที่มีความเสี่ยง หรือเมื่อยอดคงเหลือในบัญชีของคุณเริ่มติดลบ แต่สิ่งสำคัญที่ควรระวังคือ คำสั่งหยุดขาดทุนที่รับประกัน (Guaranteed Stop Loss) จะไม่สามารถปกป้องเงินทุนของคุณได้ ในกรณีที่เกิดการ slippage (การเปลี่ยนแปลงราคาแบบฉับพลันและไม่สามารถควบคุมได้)

เครื่องมือบริหารความเสี่ยง

เลเวอเรจสูงผิดกฎหมายไทยหรือไม่?

ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลของไทยที่ออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ forex เพดานเลเวอเรจที่คุณได้รับจึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลนิติบุคคลที่คุณเปิดบัญชีด้วย ไม่ใช่กฎหมายไทย โบรกเกอร์ที่ให้เลเวอเรจ 1:2000 และโบรกเกอร์ที่ให้ 1:30 มีสถานะทางกฎหมายในประเทศไทยเหมือนกัน — เลเวอเรจสูงไม่ได้แปลว่าโบรกเกอร์ผิดกฎหมาย และเลเวอเรจต่ำไม่ได้แปลว่าคุณได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่รับลูกค้าไทยมักอยู่ภายใต้หน่วยงานนอกประเทศ เช่น เซเชลส์ มอริเชียส หรือเบลีซ ซึ่งอนุญาตเลเวอเรจสูงกว่าหน่วยงาน Tier-1 มาก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ forex ผิดกฎหมายหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

มือใหม่ควรใช้เลเวอเรจเท่าไหร่

มือใหม่ควรเริ่มที่เลเวอเรจต่ำ ประมาณ 1:10 ถึง 1:50 และฝึกกับบัญชีทดลองก่อนใช้เงินจริง เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่ก็ใช้เลเวอเรจต่ำกว่าเพดานที่โบรกเกอร์เสนอมาก เพราะสิ่งที่กำหนดความเสี่ยงจริงคือขนาดสถานะ ไม่ใช่ตัวเลขเลเวอเรจ

เลเวอเรจ 1:500 หรือ 1:2000 อันตรายไหม

ตัวอัตราส่วนเองไม่ได้อันตราย มันเป็นเพียงเครื่องมือ ความเสี่ยงเกิดจากขนาดสถานะเทียบกับเงินทุนในบัญชีของคุณ หากเปิดสถานะขนาดเล็กและตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง เลเวอเรจ 1:2000 ก็ไม่ได้เสี่ยงกว่า 1:100 สิ่งที่ควรมีคือ Stop Loss และ Negative Balance Protection

เปลี่ยนเลเวอเรจของบัญชีภายหลังได้ไหม

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้คุณปรับเลเวอเรจได้เองในพอร์ทัลลูกค้า โดยตั้งค่าแยกตามแต่ละบัญชี บางรายจะลดเลเวอเรจสูงสุดลงอัตโนมัติเมื่อเงินทุนในบัญชีเพิ่มขึ้นถึงระดับที่กำหนด ควรตรวจสอบเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่คุณใช้โดยตรง

สรุป: ควรใช้เลเวอเรจเท่าไหร่ดี

แม้ leverage จะเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อน แต่โดยรวมแล้ว Leverage เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์ เพราะมันช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนของคุณ โดยการเพิ่มผลกำไรจากการเทรด ผ่านการช่วยให้คุณเข้าถึงเงินทุนที่มากขึ้นในขณะที่มีเงินฝากในบัญชีเทรดเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม คุณต้องจำไว้ว่าการใช้เลเวอเรจก็สามารถทำให้ขาดทุนในขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ดังนั้น คุณควรประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และใช้ Leverage ในจำนวนที่จำเป็นเท่านั้น หรือหากยังไม่มั่นใจในการใช้งาน leverage คุณสามารถทดลองใช้บัญชีเดโมจากโบรกเกอร์เพื่อทดสอบกลยุทธ์ได้ฟรี ทั้งบนเดสก์ท็อปและแอพเทรด นอกจากนี้ยังควรใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงเข้าช่วย เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนของคุณจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง

Justin Grossbard
About the author:

Justin Grossbard

Justin เริ่มต้นเทรดตั้งแต่ปี 1998 และได้นั่งตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้งของ CompareForexBrokers เมื่อปี 2014 และ BrokersThai เมื่อปี 2026 ในหลายปีนี้ Justin ได้เผยแพร่บทความทางการเงินมากกว่า 100 บทความ บน Forbes, Kiplinger ไปจนถึง Finance Magnates เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรีในสาขาวิชาพาณิชยศาสตร์ และมีบทบาทสำคัญในชุมชนฟินเทคมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนและการซื้อขาย ที่เผยแพร่เมื่อปี 2023 อีกด้วย

กลับไปด้านบน