forex margin คือ หลักประกันที่คุณฝากกับโบรกเกอร์เพื่อเปิดและรักษาตำแหน่งการเทรดที่ใช้เลเวอเรจ ทำให้คุณสามารถควบคุมตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องใช้เงินทุนที่สูงเกินไป
ในฐานะเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ ผมมองว่ามาร์จิ้นเป็นส่วนสำคัญในตลาดฟอเร็กซ์ มันมีผลกระทบอย่างมากต่อความสามารถในการทำกำไรของคุณเมื่อใช้ได้อย่างชาญฉลาดร่วมกับเลเวอเรจ และในคู่มือนี้ของผม ผมจะอธิบายเกี่ยวกับการเทรดมาร์จิ้นฟอเร็กซ์ และการทำงานของมัน ซึ่งรวมไปถึง
- ประเภทของมาร์จิ้นที่คุณจะพบในตลาดฟอเร็กซ์
- วิธีการคำนวณมาร์จิ้นและระดับมาร์จิ้น
- มาร์จิ้นคอลคืออะไรและจะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร
- ข้อดีและความเสี่ยงของการเทรดมาร์จิ้นในฟอเร็กซ์
- วิธีการเลือกระดับมาร์จิ้นที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ
- การเปรียบเทียบข้อกำหนดมาร์จิ้นระหว่างโบรกเกอร์ต่างๆ
Forex Margin คือ อะไร
forex margin คือ เงินประกันที่ช่วยให้ความมั่นใจกับผู้ให้กู้ (โดยปกติคือโบรกเกอร์) ว่าคุณจะสามารถชำระคืนเงินที่ยืมได้ หลักประกันนี้คือเงินทุนขั้นต่ำที่คุณต้องมีเพื่อเปิดและรักษาการเทรด

มาร์จิ้นจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์และเป็น “ขนาดตำแหน่งทั้งหมด” (บางครั้งก็ถูกเรียกว่า “มูลค่าตามสัญญา”) ของตำแหน่งที่คุณต้องการเปิด การเปิดตำแหน่งที่มีข้อกำหนดมาร์จิ้น 2% หมายความว่าคุณต้องใช้เงินของคุณเอง $200 เพื่อเปิดตำแหน่ง $10,000 โดยใช้เลเวอเรจในฟอเร็กซ์ ส่วนที่เหลือ $9,800 คือเงินที่ถูกให้ยืมไป
ตัวอย่างมาร์จิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าทำไมการเทรดฟอเร็กซ์จึงน่าสนใจสำหรับเทรดเดอร์ เพราะคุณสามารถใช้เงินทุนเพียงเล็กน้อย เพื่อเข้าถึงการเทรดในขนาดใหญ่ได้ ซึ่งหมายถึง กำไรที่มากขึ้นเมื่อการเทรดประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม การใช้มาร์จิ้นในการเทรดที่ขาดทุนก็อาจนำไปสู่นการขาดทุนที่มากขึ้นได้เช่นกัน
ระดับความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามเลเวอเรจที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในบัญชีการเทรดฟอเร็กซ์จริงที่คุณใช้เงินจริง นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรใช้มาร์จิ้นอย่างชาญฉลาดเมื่อทำการเทรดฟอเร็กซ์และผลิตภัณฑ์อนุพันธ์อื่นๆ
นี่คือตัวอย่างง่ายๆ:

forex margin ในฟอเร็กซ์
มันคล้ายกับการซื้อบ้านด้วยการจำนอง คุณจ่ายเงินมัดจำ (มาร์จิ้น) และสามารถควบคุมสินทรัพย์ได้เต็มมูลค่า ความแตกต่างที่สำคัญคือในการเทรดมาร์จิ้นฟอเร็กซ์ การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว่ามาก
ก่อนการเทรด คุณต้องใส่เงินลงในบัญชีมาร์จิ้น จำนวนเงินที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดมาร์จิ้นของโบรกเกอร์ โดยหลายโบรกเกอร์จะขอเงินมาร์จิ้น 1% หรือ 2% สำหรับการเทรดที่มีมูลค่า 100,000 หน่วยสกุลเงินหรือมากกว่า
สมมุติว่าคุณต้องการเทรด $100,000 และโบรกเกอร์ forex ของคุณต้องการมาร์จิ้น 2% ซึ่งหมายความว่าคุณต้องฝากเงิน $2,000 ลงในบัญชี จากนั้นโบรกเกอร์จะให้เงินที่เหลืออีก 98% ซึ่งก็คือ $98,000
โบรกเกอร์ forex แต่ละรายมีนโยบายที่แตกต่างกัน ดังนั้นข้อกำหนดมาร์จิ้นอาจแตกต่างกันไป บางรายอาจขอให้มีมาร์จิ้นมากขึ้นเพื่อรักษาตำแหน่งเปิดในช่วงสุดสัปดาห์ เนื่องจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเมื่อตลาดปิด เนื่องจากเวลาตลาด forex ที่เปิดทำการ 24 ชั่วโมงในวันธรรมดา การเปลี่ยนแปลงของมาร์จิ้นในช่วงสุดสัปดาห์เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องระวัง ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ของคุณเกี่ยวกับกฎมาร์จิ้นเฉพาะของพวกเขาเสมอ
คำศัพท์เกี่ยวกับ Margin
หากเราใช้เกณฑ์ของแพลตฟอร์มเทรดอย่าง MT4 และ MT5 เป็นหลัก คุณจะพบข้อมูลเกี่ยวกับ margin ประเภทต่าง ๆ ในบัญชีเทรดจากแถบสรุปสถานะบัญชี โดยแถบนี้จะแสดงจำนวนเงินทุนเริ่มต้น เงินทุนปัจจุบัน และค่า margin 3 รูปแบบ ได้แก่
- Margin หรือที่บางคนเรียกว่า “Used margin” คือจำนวนเงินที่ถูกล็อกไว้เพื่อการเปิดออเดอร์นั้น ๆ
- Free margin คือยอดเงินคงเหลือที่คุณสามารถใช้เทรดต่อได้
- Margin level (%) คือจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนของคุณ
นอกจากนี้คุณอาจเจอคำว่า Required Margin บนหน้าจอเทรด ซึ่งหมายถึงเงินมัดจำขั้นต่ำที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการเปิดออเดอร์โดยจะคำนวนจากเลเวอเรจที่คุณเลือกใช้อีกทีครับ
ตรงจุดนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเรารู้กันดีว่าโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้คงค่า leverage ไว้ที่ค่าเดียวตลอดการเทรด หลาย ๆ ครั้งคุณจะพบว่า จำนวนเลเวอเรจที่ใช้ได้จริงจะลดลงเมื่อคุณเพิ่มขนาด lot ให้ใหญ่ขึ้น เช่น เปิด 1 Lot อาจได้เลเวอเรจ 1:500 แต่ถ้าเปิด 50 Lot เลเวอเรจอาจถูกลดเหลือ 1:50
สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าคุณใช้เลเวอเลจเดิมตลอดโดยไม่ปรับค่า คุณจะพบว่า Required Margin ของคุณอาจพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ เมื่อคุณเทรด Lot ใหญ่ขึ้น ทำให้ Free Margin ลดน้อยลงเร็วกว่าที่คิด ส่งผลต่อเนื่องให้ระดับมาร์จิ้นของคุณลดลงจนถึงเกิด Stop Out ที่เร็วเกินไปครับ
มาร์จิ้นคิดจากอะไร มีสูตรลัดหรือไม่?
แม้โบรกเกอร์ forex ส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือคำนวณมาร์จิ้นให้ใช้ฟรี แต่ผมคิดว่าเทรดเดอร์ทุกคนก็ควรเข้าใจขั้นตอนการคำนวณค่า margin เพื่อให้คุณสามารถมองภาพมันได้อย่างชัดเจนและเข้าใจผลกระทบของแต่ละตัวแปร
นี่คือสูตรคำนวณตัวเลขเกี่ยวกับมาร์จิ้นที่เรามักจะพบบ่อย

การคำนวณ Required Margin
เนื่องจาก Required Margin คือจำนวนมาร์จิ้นที่คุณต้องใช้เพื่อเปิดคำสั่งซื้อขายในแค่ละขนาด สกุลเงิน และเลเวอเรจที่คุณกำหนด ทำให้เราจำเป็นต้องเอาปัจจัยทั้งหมดมาคำนวณด้วย เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงที่สุด
ซึ่งผมมักจะใช้สูตร Required Margin = (Lot Size × Contract Size × Exchange rate) ÷ Leverage
แต่สูตรการคำนวณข้างต้นจะแบ่งออกเป็น 3 กรณีย่อย ได้แก่
- ใช้ USD เป็นสกุลเงิน base เช่น EUR/USD แบบนี้ใช้สูตรด้านบนได้เลย
- ใช้ USD เป็นสกุลเงิน quote เช่น USD/JPY กรณีนี้คุณไม่จำเป็นต้องคูณด้วยอัตราการแลกเปลี่ยน
- ไม่มี USD ในคู่เงิน เช่น EUR/GBP แบบนี้จะใช้สูตรเหมือนกรณีที่หนึ่ง แต่คุณต้องใช้อัตราการแลกเปลี่ยนของเงินสกุล base เทียบกับ USD และในตัวอย่างนี้ คุณต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนของ EUR/USD เป็นตัวคูณครับ
การคำนวณ Margin Level
เนื่องจาก Margin Level เป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของบัญชี ดังนั้นมันจึงมากจากการเปรียบเทียบระหว่าง Equity (เงินทุนที่มี ณ ขณะนั้น) กับ Margin ที่ใช้ไปครับ
สูตรการคำนวณหา Margin Level (%) = (Equity ÷ Used Margin) × 100
โดยสูตรข้างบนจะเหมาะกับการเปิดตำแหน่งการซื้อขายเพียงตำแหน่งเดียว แต่หากคุณเปิด Position หลายตำแหน่งในเวลาเดียวกัน คุณต้องใช้ค่าจาก Used Margin ทุกตำแหน่งรวมกันนะครับ
เมื่อคุณได้เปอร์เซ็นต์ออกมาแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงขั้นตอนของการนำเอาค่านั้นมาใช้งานจริงแล้วครับ ผมขออธิบายสั้น ๆ ดังนี้
- Margin Level (%) มากกว่า 500% แสดงว่า ตำแหน่งการลงทุนของคุณปลอดภัยมาก
- Margin Level (%) อยู่ระหว่าง 200 – 500% แสดงว่า ตำแหน่งการลงทุนของคุณอยู่ในเกณฑ์เฝ้าติดตาม
- Margin Level (%) อยู่ระหว่าง 100 – 200%แสดงว่า ตำแหน่งการลงทุนของคุณอยู่ในความเสี่ยง อาจต้องปรับลดขนาดการลงทุน
- Margin Level (%) น้อยกว่า 100% อาจโดน margin call ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่คุณใช้งาน
- Margin Level (%) น้อยกว่า 50% มีโอกาสสูงที่จะโดน stop out ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่คุณใช้งาน
การคำนวณ Free Margin
ตามชื่อของมันเลยครับ Free margin คือมาร์จิ้นที่เหลืออยู่ว่างๆ ในบัญชีเทรดของคุณ เป็นเงินที่คุณสามารถใช้เปิด Position ใหม่ได้จริง และยังสามารถใช้เป็นเงินที่เอาไว้รองรับ Floating Loss หากราคาตลาดวิ่งสวนทางกับคำสั่งเทรดของคุณ ทำให้ free margin ของคุณยังไม่ถูกหักไปในทันทีครับ
โดย Free Margin = Equity – Used Margin
หากดูจากสมการข้างต้น คุณคงพอจะคาดเดาได้ว่าการรู้ค่า Free margin ของตัวเองนั้นทำให้ทราบขนาดตำแหน่งใหม่ที่จะเปิดได้ แต่คุณรู้ไหมครับว่าตัวเลขนี้ยังเป็นตัวบอกได้ว่าคุณจะขาดทุนได้อีกเท่าไหรก่อนจะเกิด margin call ด้วยครับ
Margin Call คืออะไรและสำคัญอย่างไร
Margin Call คือสัญญาณเตือนจากโบรกเกอร์เมื่อยอดเงินในบัญชีของคุณเหลือน้อยจนเกินไป และถ้าคุณยังไม่ดำเนินการใด ๆ ก็อาจเกิด stop out ที่ทำให้คำสั่งซื้อขายของคุณถูกปิดโดยอัตโนมัติครับ
แม้โบรกเกอร์จะเลือกปิดตำแหน่งที่ขาดทุนสูงสุดก่อนเริ่มคำนวณ Margin level ใหม่ แต่ถ้ามาร์จิ้นที่คุณมียังต่ำกว่าค่า stop out โบรกเกอร์ก็จะไล่ปิดตำแหน่งซื้อขายอื่นๆ ต่อไปเรื่อย ๆ อยู่ดี ทำให้กลยุทธ์ทั้งหมดที่คุณวางไว้ตอนแรกก็จะได้รับผลกระทบต่อกันไปเป็นลูกโซ่ และกระบวนการ stop out จะจบลงก็ต่อเมื่อระดับมาร์จิ้นของคุณอยู่ในระดับที่ปลอดภัยพอ

ทั้งนี้ คุณจะพบการแจ้งเตือน Margin call ได้ในบางโบรกเกอร์ เช่น Exness, XM หรือ OANDA ในขณะเดียวกันคุณก็สามารถตรวจสอบมันได้จากแท็บ Tradeแ ที่ด้านล่างของ Terminal เทรดบน MT4 และ MT5
ทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องเจอ Margin Call
เพื่อหลีกเลี่ยงการแจ้งเตือนนี้ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าสาเหตุหลักของการสูญเสีย margin ในระยะเวลาสั้น ๆ มักจะเกิดจากการใช้ Leverage ที่สูงเกินไป หรือคุณเปิด Position หลายตำแหน่งพร้อมกัน หรือการปล่อยให้พอร์ตติดลบไปเรื่อย ๆ จากการไม่ตั้ง Stop Loss เลย
เทรดเดอร์หลายคนอาจรอจนโดน margin call แล้วจึงขยับตัว ไม่ว่าจะรีบฝากเงินเพิ่มเพื่อเพิ่มมาร์จิ้นที่ใช้ได้หรือเลือกปิดตำแหน่งที่ขาดทุนในทันทีเพื่อ cut loss แต่ตัวผมเองเลือกที่จะจำกัดความเสี่ยงในการโดน margin call ตั้งแต่ต้น ดัวยการใช้ Position Size ที่เหมาะสม, ตั้งค่า Stop loss ทุกครั้ง, คุม margin level ให้อยู่ในโซนสีเขียว และแน่นอนว่าไม่ใช้ levarge ที่สูงเกินไป เพราะผมเชื่อว่าการป้องกันตั้งแต่ต้นจะช่วยป้องกันความผิดพลาดได้ดีและช่วยให้ผมมีเวลามากขึ้นในการวิเคราะห์แนวทางการแก้ปัญหา หากผลการลงทุนไม่เป็นไปตามแผนครับ
ตัวแปรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Margin
เพื่อให้คุณมองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมได้สรุปเอาความสำคัญของค่าต่างๆ ที่แสดงในสมาการ margin ไว้ด้านล่างนี้แล้วครับ
เข้าใจ Equity เพื่อการควบคุมความเสี่ยงที่ดีขึ้น
ในเนื้อหาก่อนหน้านี้ ผมพูดถึง Equity หรือเงินทุนจริงที่คงเหลือในขณะที่เทรด แต่คุณรู้ไหมครับว่าจริง ๆ แล้ว Equity มันมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าค่า Balance ที่โชว์ในพอร์ทัลเทรดของเราเลย เพราะตัว Equity จะเป็นตัวเลขเงินทุนแบบเรียลไทม์ของเราและเป็นตัวเลขที่โบรกเกอร์ใช้ประเมิณความสามารถในการคงสถานะของออเดอร์ของเราด้วย
ในฐานะเทรดเดอร์ forex ผมใช้ Equity เป็นหนึ่งในเกณฑ์ประเมิณว่าผมควรเพิ่มความเสี่ยงในการเทรดไหม เพราะตัวเลขที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงผลกำไรที่คาดการณ์ว่าจะได้ และกำไรนี้ก็อาจมากพอที่จะนำไปเปิดคำสั่งใหม่ได้โดยไม่ต้องฝากเงินเพิ่ม ในขณะเดียวกันผมก็ใช้มันในการประเมิณความเสี่ยงของคำสั่งเทรดของผมด้วย ยิ่งในกรณีที่ Equity เริ่มน้อยกว่า Used Margin ผมก็ยิ่งต้องระวัง เพราะนั่นหมายถึงการ margin call เมื่อตลาดเคลื่อนตรงข้ามเพียงนิดเดียว ซึ่งผมมักจะหยุดเทรดทันทีที่ %Equity ลดลงเกิน 5% ต่อวัน (ตัวเลขนี้ขึ้นกับความเสี่ยงที่คุณสามารถรับได้)
Lot size อาจสำคัญมากกว่าที่คิด
ถ้าเราดูจากสูตร Required Margin = (Lot Size × Contract Size × Exchange rate) ÷ Leverage คุณจะเห็นได้ชัดว่าค่า Required margin จะแปรตาม lot size โดยตรง กล่าวคือ ถ้ายิ่งใช้ล็อตขนาดใหญ่ในการเทรด มาร์จิ้นที่คุณต้องใช้ก็จะยิ่งสูงขึ้น ซึ่งปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ หากคุณไม่ได้วางแผนเงินฝากให้ดีจนทำให้ฝากเงินน้อยกว่าที่จะเป็น ตัว free margin ก็ถูกใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้ margin level ของคุณไปใกล้จุดที่จะกระตุ้น margin call เกิดความเสี่ยงที่ตำแหน่งที่เปืดไว้จะถูกปิดโดยระบบ และยิ่งไปรวมกับการใช้เลเวอเรจที่สูงยิ่งทำให้ margin level ลดลงอย่างมากเมื่อตลาดเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้ามครับ
มาร์จิ้นและเลเวอเรจในการเทรดฟอเร็กซ์
ก่อนที่ผมจะอธิบายต่อ คุณจะได้ยินบ่อยๆ ว่า margin และเลเวอเรจอาจถูกใช้แทนกันได้ แต่ในบางแง่มุม forex margin และเลเวอเรจกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจาก forex margin คือ เงินดาวน์ที่คุณต้องให้ผู้ให้กู้เพื่อเปิดและรักษาตำแหน่ง ในขณะที่เลเวอเรจ คือ เงินที่โบรกเกอร์ แม้ในโบรกเกอร์ MT4 ให้คุณยืมเพื่อเพิ่มขนาดการเทรด
พูดอีกอย่างคือ คุณต้องการมาร์จิ้นเพื่อเข้าถึงเลเวอเรจ มาร์จิ้นจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เลเวอเรจจะแสดงเป็นอัตราส่วน ตัวอย่างเช่น มาร์จิ้น 2% คือจำนวนเงินรวมที่คุณฝากเพื่อให้โบรกเกอร์ให้คุณยืม และจำนวนเงินนี้สามารถแสดงเป็นเลเวอเรจ 50:1 ได้ สำหรับทุกๆ $1 ที่คุณฝาก ผู้ให้กู้จะให้คุณ $50 เลเวอเรจคือกำลังในการซื้อเพิ่มเติมที่เงินฝากของคุณช่วยให้คุณเข้าถึงได้
Contract Size ส่งผลอย่างไรต่อมาร์จิ้นที่คุณต้องใช้
เป็นเรื่องที่หลายคนไม่ค่อยพูดถึง แต่ผมรู้สึกว่ามันสำคัญอยู่ไม่น้อยเลยครับ เพราะ Contract Size คือมูลค่าของสินทรัพย์นั้้น ๆ ต่อ 1 lot มาตรฐาน และเมื่อค่านี้เปลี่ยนไปมาร์จิ้นที่คุณต้องใช้ก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วยครับ
ยกตัวอย่างนะครับ การเทรดคู่ฟอเร็กซ์ 1 Lot มาตรฐาน จะมี Contract Size เท่ากับ 100,000 และทำให้คุณต้องใช้มาร์จิ้นพื้นฐานที่ 100,000 หน่วย แต่การเทรดทองคำ (XAU/USD) อาจมี Contract Size เพียง 100 ออนซ์เท่านั้น หากคุณไม่รู้จุดนี้และใช้มาร์จิ้นเดิมที่ใช้ในฟอเร็กซ์ คุณก็มีโอกาสที่จะเรียกใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไปเป็นอันตรายต่อพอร์ตการลงทุนของคุณได้
ข้อดีและข้อเสียในการใช้มาร์จิ้น
จากประสบการณ์หลายปีในวงการฟอเร็กซ์ ผมพบว่า margin ช่วยให้ผมสามารถเข้าถึง Position ขนาดใหญ่ได้ด้วยเงินที่น้อยกว่าที่ควร ผมเลยสามารถใช้เงินส่วนที่เหลือไปลงทุนในตลาดอื่น ๆ หรือเก็บไว้สำรองได้ เรียกได้ว่ามันทำให้ผมบริหารเงินทุนได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งขึ้น และยังให้โอกาสในในการทำกำไรที่สูงขึ้น เนื่องจากการเข้าถึง Position ที่ใหญ่ขึ้น ทำให้จำนวนผลกำไรที่ได้รับก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าคุณจะซื้อหรือขายก็ตาม
แต่ข้อเสียที่ผมมองเห็น คือการขาดทุนในจำนวนที่สูงพอ ๆ กับกำไร ที่ผมเคยแม้กระทั่งขาดทุน 100% ในการเทรดครั้งแรก ๆ เพราะฝากเงินเข้าไปน้อยแต่ดันใช้เลเวอเรจสูงเกินไป พอตลาดวิ่งสวนทางปุ๊ปผมแทบจะหมดตัวในทันทีเลยครับ อีกกรณีที่ผมจำไม่ลืมคือผมไม่ได้คำนวณให้ดีแถมไม่ตั้ง stop loss ไว้ พอตลาดวิ่งสวนคำสั่งเทรด free margin ผมดันหมดก่อนที่ตลาดจะกลับตัวมาทำกำไรพอดี ทำให้ผมโดน stop out ไปแบบไม่ทันตั้งตัวแก้ไขอะไรไม่ทัน และพลาดโอกาสทำกำไรทั้งที่จริงถ้าผมยังมีมาร์จิ้นเหลืออีกหน่อยก็จะรอดแล้ว
เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ คุณน่าจะพอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า forex margin มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการวางแผนเทรดและการตัดสินใจของคุณครับ ถ้ายังไม่ชัวร์ ผมแนะนำให้ลองกลยุทธ์บนบัญชีทดลองเทรดฟรีก่อน เพื่อไม่ต้องเสี่ยงกับเงินลงทุนจริงครับ
ระดับมาร์จิ้นแบบไหนที่เหมาะกับคุณ?
ถ้าถามผม ผมคิดว่าระดับมาร์จิ้นที่เทรดเดอร์แต่ละคนเลือกใช้มักจะมีความแตกต่างกันออกไปตามจุดประสงค์และวิธีการเทรด ส่วนตัวแล้วผมมักจะพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้
- ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้: ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้สูง การเพิ่มมาร์จิ้นเพื่อเลือกใช้เลเวอเรจที่สูงขึ้นเพื่อโอกาสในการรับกำไรเพิ่มก็ไม่ใช่ปัญหา แต่หากคุณมีข้อจำกัด คุณควรเลือกใช้เลเวอเรจต่ำ ๆ ก่อนเพื่อไม่ให้เกินงบ
- ระดับประสบการณ์ในการเทรด: หากคุณพึ่งเริ่มต้นเทรด มาร์จิ้นและเลเวอเรจต่ำย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ในขณะที่เทรดเดอร์ประสบการณ์สูงอาจพิจารณาปรับมาร์จิ้นให้สูงขึ้นได้ แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการจัดการความเสี่ยงด้วย
- กลยุทธ์การเทรด:
– เทรดเดอร์รายวัน ที่เทรดตาม เวลาตลาด อาจได้ประโยชน์จากเลเวอเรจที่สูงขึ้น เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อย
– เทรดเดอร์แบบสวิงหรือเทรดตามตำแหน่ง อาจชอบเลเวอเรจที่ต่ำกว่า เพื่อให้พวกเขาสามารถต้านทานการแกว่งของราคาในขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้ - ขนาดบัญชีของคุณ: หากบัญชีที่คุณใช้งานอยู่เป็นบัญชีขนาดเล็ก คุณอาจต้องใช้เลเวอเรจที่สูงเพื่อสร้างโอกาสในการทำกำไรในอัตราที่เพิ่มขึ้น แต่ก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการล้างพอร์ตด้วย
- ความผันผวนของคู่เงิน: ในคู่สกุลเงินหลัก เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY มักจะมีความเสี่ยงต่ำกว่าคู่สกุลเงินรองหรือสกุลเงินแปลกใหม่ คุณจึงสามารถใช้เลเวอเรจสูงขึ้นได้ในกรณีนี้
Margin ในแต่ละโบรกเกอร์แตกต่างกันอย่างไร
เมื่อเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ การเข้าใจข้อกำหนดมาร์จิ้นของพวกเขาเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือการเปรียบเทียบข้อกำหนดมาร์จิ้นทั่วไปในโบรกเกอร์ประเภทต่างๆ:
1.โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลในตลาดหลัก (สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย):
- มักมีข้อกำหนดมาร์จิ้นที่เข้มงวดกว่าเนื่องจากข้อบังคับ
- เลเวอเรจทั่วไป: 1:30 ถึง 1:50 (มาร์จิ้น 3.33% ถึง 2%)
ข้อบังคับตามภูมิภาคโดยหน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำระดับ tier-1
| ภูมิภาค | หน่วยงานกำกับดูแล | ชื่อย่อ | มาร์จิ้น | เลเวอเรจฟอเร็กซ์ (ปลีก/โปร) |
|---|---|---|---|---|
| ออสเตรเลีย | Australian Securities and Investment Commission | ASIC | 3:33% (คู่หลัก) 5% (คู่รอง) 0.2% โปร | 1:30 คู่หลัก 1:20 คู่รอง 1:500 โปร |
| ยุโรป | Cyprus Securities and Exchange Commission | CySEC | 3:33% (คู่หลัก) 5% (คู่รอง) 0.2% โปร | 1:30 คู่หลัก 1:20 คู่รอง 1:500 โปร |
| สหราชอณาจักร | The Financial Conduct Authority | FCA | 3:33% (คู่หลัก) 5% (คู่รอง) 0.2% โปร | 1:30 คู่หลัก 1:20 คู่รอง 1:5002% โปร |
| แคนาดา | Canadian Investment Regulatory Organization | CIRO | 2% | 1:50 |
| สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ | Dubai Financial Services Authority | DFSA | 3:33% (คู่หลัก) 5% (คู่รอง) | 1:30 คู่หลัก 1:20 คู่รอง |
| สหรัฐอเมริกา | Commodities and Futures Trading Commission | CFTC | 2% | 1:50 |
2. โบรกเกอร์ต่างประเทศ
- อาจเสนอเลเวอเรจที่สูงขึ้นเนื่องจากข้อบังคับที่น้อยกว่า
- เลเวอเรจทั่วไป: อาจสูงถึง 1:500 หรือแม้กระทั่ง 1:1000 (มาร์จิ้น 0.2% ถึง 0.1%)
- ตัวอย่าง: โบรกเกอร์ต่างประเทศอาจเสนอเลเวอเรจ 1:500 สำหรับคู่สกุลเงินทั้งหมด
จำไว้ว่าถึงแม้ว่าเลเวอเรจที่สูงขึ้นจะดูน่าดึงดูด แต่ก็มีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย ควรเลือกโบรกเกอร์และระดับเลเวอเรจที่ตรงกับกลยุทธ์การเทรดและความเสี่ยงที่คุณสามารถยอมรับได้เสมอ พร้อมกันนี้ การเลือกโบรกเกอร์ที่มีแอพเทรด แอพเทรดชั้นยอดก็สามารถช่วยให้การเทรดของคุณราบรื่นและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
สรุป: การเลือกใช้มาร์จิ้นอย่างชาญฉลาดในปี 2026
จากข้อมูลข้างต้น คุณน่าจะเห็นแล้วว่าเทคนิคการเทรดฟอเร็กซ์ของผมนั้นไม่ได้อาศัยแค่ปัจจัยเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ผมมักจะนำปัจจัยต่าง ๆ มาพิจารณาและประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน และแน่นอนว่าการทำความเข้าใจและเลือกใช้ “มาร์จิ้น” ได้อย่างเหมาะสมก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่สำคัญ
มาร์จิ้น คือส่วนสำคัญที่จะสะท้อนเงินทุนที่คุณต้องมีในบัญชีเพื่อทำการเปิดตำแหน่งให้ได้ผลกำไรที่ขาดหวัง ผมจึงเปรียบมาร์จิ้นเป็นเสมือนเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งคือข้อดีที่จะช่วยให้คุณเพิ่มอำนาจในการเทรดฟอเร็กซ์ได้ แต่อีกด้านกลับทำให้คุณขาดทุนเกินกว่าที่แพลนไว้ เมื่อตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
ดังนั้น เทรดเดอร์ที่อยากประสบความสำเร็จไม่เพียงแต่ต้องรู้จักเลือกใช้โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่น่าเชื่อถือ แต่คุณควรเรียนรู้การวางแผนการเทรด, เลือกใช้เทคนิคป้องกันความเสี่ยงทุกครั้งเมื่อต้องวางคำสั่งซื้อขาย รวมทั้งเลือกใช้มาร์จิ้นอย่างชาญฉลาด ไม่เสี่ยงในจำนวนสูงเกินกว่าที่คุณจะรับไว้ เพื่อสร้างผลกำไรในการเทรดในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
มาร์จิ้นในตลาดฟอเร็กซ์คืออะไร
Forex margin คือจำนวนเงินที่จำเป็นต้องใช้ในการเปิดและรักษาตำแหน่งการเทรดที่ใช้เลเวอเรจ
มาร์จิ้นในตลาดฟอเร็กซ์คำนวนยังไง
ในระบบการเทรด forex ตัว margin มักจะถูกคำนวณจาก (Lot Size × Contract Size × Exchange rate) ÷ Leverage
จากความสัมพันธ์ข้างต้น จะเห็นว่ายิ่งคุณใช้เลเวอเรจสูง มาร์จิ้นที่ต้องใช้ก็ยิ่งน้อย แต่ความเสี่ยงในการขาดทุนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
Forex Indicators สามารถช่วยในการเทรดด้วย Margin ได้อย่างไร?
Forex Indicators เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการเทรดด้วย Margin เพราะช่วยในการวิเคราะห์ตลาดและการตัดสินใจเทรด Indicators เช่น Moving Averages, RSI หรือ MACD สามารถช่วยระบุแนวโน้มตลาด จุดเข้าและออกจากการเทรด และระดับ overbought หรือ oversold ซึ่งช่วยให้คุณใช้ Margin ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดความเสี่ยงของ Margin Call และเพิ่มโอกาสในการทำกำไร อย่างไรก็ตาม ควรใช้ Indicators ร่วมกับการวิเคราะห์อื่นๆ และการบริหารความเสี่ยงที่ดีเสมอ
ข้อชี้แจง
ไม่ว่าคุณจะเทรดฟอเร็กซ์ หรือเทรดทองคำ ล้วนเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน คุณอาจสูญเสียเงินในการเทรดฟอเร็กซ์ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ควรทำการค้นขว้าด้วยตัวของคุณเอง และปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่มีใบอนุญาตก่อนทำการตัดสินใจลงทุนใดๆ













